ยุคนี้..ดีหาย – Where Is My Vit. D?

Women's Health Published: Mar 2015

ว่ากันว่า…ถ้าถามสาวๆ ขาวสวยในยุคสมัยนี้ บางคนว่าถ้าให้เลือกระหว่างไม่ใส่เสื้อชั้นใน กับไม่ทาครีมกันแดดออกจากบ้าน จะเลือกอะไรกัน? คำตอบของสาวหลายคนคือ ลืมบราไม่ว่า ขอทากันแดด!!

เพราะในปัจจุบัน ผลเสียของแดดที่มีต่อผิว ถูกกระหน่ำมาตามสื่อต่างๆ จนแสงแดดกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาเรา เราได้ยินบ่อยครั้งว่า แสงแดดเป็นตัวก่อให้เกิดฝ้า กระ จุดหมองคล้ำ อีกทั้งริ้วรอย อนุมูลอิสระ และสารพัดความแก่แห่งผิว จนเหมือนถูกสะกดจิตให้ต้องทาครีมกันแดดทุกวัน ใส่หมวกปีกกว้าง เสื้อแขนยาว กางร่มเป็นสรณะ จนผิวขาวซีดเพราะไม่เคยถูกแดดโลมเลีย แดดอาจเป็นผู้ร้ายสำหรับผิวพรรณจริง แต่เหรียญมักมีสองด้านค่ะ แม้แสงแดดจะทำร้ายผิว แต่แสงแดดเองก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์เรา เพราะรังสียูวีบีในแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดี การหลบแดดอย่างเคร่งครัดจึงส่งผลให้ขาดวิตามินดีได้

หลายคนอาจเริ่มเถียงหมอในใจว่า ไม่จริงหรอก คนอาศัยอยู่ในประเทศแดดแผดเผา 365 วันอย่างเรา จะขาดวิตามินดีได้อย่างไร แต่ผลงานวิจัยที่สำรวจระดับวิตามินดีในคนไทยหลายชิ้นพบว่า คนไทยมีภาวะขาดวิตามินดีไม่น้อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ความสามารถในการสังเคราะห์วิตามินดีลดลง มีภาวะขาดวิตามินดีได้ถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว ส่วนระดับวิตามินดีเฉลี่ยของคนไทยนั้นอยู่ที่ 31.8 ng/mL (เกณฑ์ที่ควรจะเป็นคือ 30-100 ng/mL) จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยยังเกือบจะตกขอบที่เหมาะสมเลย เขยิบเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด ในกลุ่มหมอของโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทเอง เคยมีการจัดตรววจระดับวิตามินดีในเลือด พบว่า1ใน3ของแพทย์ที่ตรวจก็มีภาวะขาดวิตามินดีเช่นกัน

วิตามินดีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูก การขาดวิตามินดีเรื้อรังโดยไม่รู้ตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้ ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาในระยะหลังพบว่า วิตามินดีนั้นจัดว่าเป็นสุดยอดวิตามินที่ทำหน้าที่หลายร้อยอย่างในร่างกายเรา พบว่าการขาดวิตามินดีหรือมีระดับวิตามินดีพร่องไปจากเกณฑ์ที่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมไปถึงโรคอ้วนอีกด้วย!

ภาวะขาดวิตามินดีนั้นไม่มีอาการ แต่ในคนที่สงสัยว่าอาจขาดวิตามินดีสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับ 25(OH)D จากในเลือดได้ โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรปรึกษาคือ ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคพาราธัยรอยด์ รวมถึงผู้ที่ตากแดดน้อยมาก

สำหรับการตากแดดที่เพียงพอต่อการสร้างวิตามินดีนั้น ขึ้นกับสีผิวของแต่ละคน โดยมีสูตรคือ 1/4 ของเวลาปกติที่จะทำให้ผิวแดงจากแดด ขอยกตัวอย่างที่ตัวหมอเอง โดยปกติถ้าตากแดดช่วง 9 โมงเช้า ราว 40 นาที ผิวของหมอจะเริ่มแดง ดังนั้น เพื่อการสร้างวิตามินดีอย่างเหมาะสม หมอควรจะตากแดด 1/4 x 40 = 10 นาที โดยไม่จำเป็นต้องตากทั้งตัว อาจเลือกเป็นผิวที่ขา หรือบริเวณอื่นๆได้ตามเหมาะสม

นอกจากตากแดดอย่างเหมาะสมแล้ว ควรหมั่นรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีเช่น ปลา ไข่แดง เห็ดบางประเภท นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต ส่วนการซื้อวิตามินดีมารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อนนั้น ไม่แนะนำให้ทำ โดยเฉพาะในปริมาณสูงเกินกว่า 800 ยูนิต/วัน เพราะวิตามินดีเป็นวิตามินที่สะสมในร่างกายได้ หากรับประทานมากเกินกว่าความต้องการจะเกิดอันตราย ส่งผลให้แคลเซียมในเลือดสูง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียได้

ทางสายกลางนั้น เป็นหลักการที่นำมาใช้กับเรื่องราวทางการแพทย์ได้บ่อยครั้ง รวมถึงการหลบเลี่ยงแสงแดดด้วย หลบแดดแบบพอดีๆ อย่ากลัวแดดให้มากไปจนกลายเป็น ขาวใส..แต่ดีหายนะคะคุณผู้อ่าน

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
แพทย์วุฒิบัตร Anti-Aging Medicine (สหรัฐอเมริกา)
Twitter, Instagram: @thidakarn

 

Where Is My Vit. D?

Rumor has it that if you ask today’s women if they have to choose between not wearing a bra and not putting on sunscreen, many of our fair ladies would rather not wear a bra!!

This is because sunlight has been cast as the bad skin guy in multiple media outlets.  We often heard that sunlight will cause skin blemishes, sunspots and wrinkles, not to mention free radicals and other signs of aging to the skin.  It’s almost like everyone is being hypnotized into wearing sunblock, large rim hat, long sleeves shirts and carrying an umbrella everywhere that everyone has turned into albinos.  Although sunlight can be villainous to the skin, there are always two sides to every coin.  Sunlight is still essential to our lives because ultraviolet B is an important stimulant of vitamin D.  If we religiously avoid sunlight, then we can be missing our daily dosage of vitamin D as well.

Many readers are probably thinking that it’s scorching outside 365 days a year, how can we have vitamin D deficiency?  Actually, research has shown that many Thais are suffering from vitamin D deficiency, especially in older people because their ability to make vitamin D decreases with age.  One in three elderly Thais suffer from vitamin D deficiency and the average value of vitamin D for Thais is 31.8 ng/mL, whereas the normal standard 30 – 100 ng/mL.  So you see, we almost fell off the lower limit!  To bring it closer to home, we have surveyed doctors at Samitivej Hospital and found that one in three doctors also suffer from vitamin D deficiency.

Vitamin D is an essential factor for bone construction.  Chronic vitamin D deficiency can lead to osteoporosis.  Worse is that studies have shown that vitamin D can be considered as a super vitamin because it has many functions in our body.  Low amount of vitamin D can lead to increasing the risk of diabetes, colon cancer, breast cancer, cardiovascular disease as well as obesity!

There are no signs of vitamin D deficiency and if you suspect that you might not have enough vitamin D in your body, then you should consult a doctor and get a blood test to determine the level of 25(OH)D in your blood.  People who are at risk include people who suffer from osteoporosis, chronic kidney failure, parathyroid diseases and people who have minimum sun exposure.

As for how much sun exposure one should have to build up some vitamin D in your body will all depend on each person’s skin type.  The rule is ¼ the time it takes for your skin to turn red.  Let me give you an example.  For me, usually if I go out in the sun at 9 AM, it will take about 40 minutes for me to turn red.  So I should sit out in the sun for ¼ x 40 minutes or 10 minutes.  You don’t need to sunbathe in a bikini, but just get some appropriate skin exposure.

Other than getting enough sun exposure, try eating some food with vitamin D, such as fish, egg yolk, certain types of mushrooms, soybean and yogurt.  Do not take vitamin D supplements without consulting a doctor, especially if the dose is higher than 800 units per day because it can build up in your body and can cause high blood calcium level as well as nausea, vomiting and fatigue.

Always choose moderation when it comes to medical necessities.  Don’t be afraid of sunlight.  Get some sun exposure for good health instead of staying white, but unhealthy.

Twitter, Instagram: @thidakarn

Tags: , , , ,