ลดน้ำหนักอย่างไร ผิวไม่หย่อนคล้อย – Lose Weight without Sagging

WellnessPublished: Jul 2016

แรงบันดาลใจที่ผลักดันให้คนเราลดน้ำหนักได้นั้น มีหลากหลายค่ะ บางคนอยากลดเพื่อให้อายุยืนยาวขึ้น มีโอกาสอยู่ดูลูกแต่งงาน หลานรับปริญญา บ้างก็อยากลดเพื่อให้กระโดดดิ่งทิ้งตัวลงจากคานได้ นัยว่าน้ำหนักที่มากเกินไปนั้นค้ำคานให้มั่นคงเกินควร และก็คงมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่อยากลดน้ำหนักเพื่อให้หุ่นดี มีซิกซ์แพ็คไว้อวดโลกยามใส่เสื้อเอวลอย หรือใส่บิกินี่สวยๆไปทะเล แต่หลายคนกลับมีปัญหามาดับฝันในการอวดหุ่นสวย เพราะเมื่อน้ำหนักลดลงแล้ว กลับแลดูโทรม หรือมีผิวที่หย่อนคล้อย ทั้งบริเวณใบหน้า หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน และต้นขา สาเหตุของปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังลดน้ำหนักนั้น  อาจเปรียบเทียบได้ง่ายๆกับลูกโป่ง คุณผู้อ่านลองนึกภาพลูกโป่งที่เคยมีลมอัดแน่นจนพองโต เมื่อปล่อยลมออก ผิวของลูกโป่งจะหย่อน ไม่ตึงแน่นเหมือนก่อนสูบลม ผิวของคนเราก็เช่นกัน เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้น ผิวจะถูกยืดขยาย มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว โดยเฉพาะเส้นใยคอลลาเจนกับอิลาสติน เมื่อน้ำหนักลด โครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปแล้วอาจไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้ ทั้งนี้มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการหย่อนคล้อยของผิว พันธุกรรม ยีนส์หรือพิมพ์เขียวชีวิตของเรา มีส่วนในการกำหนดความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ในคุณแม่หลังคลอด บางคนจะไม่มีปัญหาหย่อนคล้อยของหน้าท้องเลย ทั้งที่ไม่ได้ดูแลอะไร ในขณะที่บางคนกลับมีปัญหาหย่อนคล้อยและแตกลาย ทั้งที่ดูแลเป็นอย่างดี อายุ ในคนที่ลดน้ำหนักตอนอายุน้อย โครงสร้างผิวยังแข็งแรง จะมีโอกาสเกิดการหย่อนคล้อยได้น้อยกว่า น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไป ในคนที่น้ำหนักตัวเกินมาก และอ้วนมาเป็นเวลานาน จะมีโอกาสที่ผิวหย่อนคล้อยได้ง่ายกว่าคนที่อ้วนไม่มาก หรืออ้วนเป็นเวลาไม่นานนัก ความเร็วในการลดน้ำหนัก พบว่าการลดน้ำหนักที่เร็วเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหย่อนคล้อยของผิวได้
read more..

ผอมสวยอย่างถาวร – Good-Bye Fat

Dr.Carebear CaresPublished: Jul 2016

“พรุ่งนี้จะเลิกกินของอ้วนๆ แล้ว” นี่คือคำ พูดของนักกินที่อยากผอมทั้งหลาย ซึ่งบางคนอาจจะเลิกอย่างจริงจัง แต่บางคนอดใจไม่ได้ ทำ เก่งอยู่วันสองวัน แล้วก็กลับไปอีหรอบเดิม ไม่จบสิ้น หมอหมีก็พูดมาตลอดว่าความจริงแล้วเรื่องการลดความอ้วน เป็นเรื่องของการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือ Lifestyle Modification ครับ ถ้ายังไม่เชื่อหมอหมีขอเอาข้อมูลจากต่างประเทศมาฝากกันครับ เขาบอกว่า เมื่อตั้งใจจะลดความอ้วนคนส่วนใหญ่จะมุ่งไปจำกัดเรื่องการนับแคลอรี่ แต่ความจริงแล้วต้องหันกลับมาดูพฤติกรรมของตัวเอง ซึ่งเป็นอะไรที่ฝังแน่นอยู่ในตัวเรา บางทีเราทำไปโดยความเคยชินและไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวลาที่เราได้กินอะไรที่ถูกใจจะหยุดไม่ได้เลย แล้วไอ้พวกที่เราชอบกินนี่ล่ะคือตัวอ้วน ข้อมูลพวกนี้เป็นข้อมูลวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เลยครับของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งอธิบายถึงที่มาที่ไปว่า สมองของเราส่วนที่เรียกว่า Basal Ganglia เป็นส่วนที่สร้างพฤติกรรม โดยสร้างจากสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน (Tasks) เมื่อทำซํ้าๆ กันแล้ว มันจะกลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติครับ ใครที่เคยดูหนังโฆษณาขนมขบเคี้ยวยี่ห้อหนึ่งที่บอกว่า “อร่อยชิ้นเดียวไม่เคยพอ” จะเข้าใจทันที เพราะนี่คือ พฤติกรรมของมนุษย์เราครับ จากข้อมูลการค้นคว้าวิจัยยกตัวอย่างว่า เมื่อการกินเป็นสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน พอทำจนชินแล้วสมองจะไม่สั่งการอีกต่อไป (shut down) ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องออโตเมติก ซึ่งการกินของเรามีทั้งกินดี และกินไม่ดีรวมอยู่ด้วยกันถ้าเราเคยชินกับการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เราก็จะเคยชินแบบนั้นเพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างพฤติกรรมการกินที่ถูกต้อง คือ การกินของดีมีประโยชน์ อีกตัวอย่างที่เราเห็นจนชินตา คือเวลาที่เราไปดูภาพยนตร์ หรือดูทีวี อยู่บ้านบางคนจะรู้สึกเปรี้ยวปากอยากหาของขบเคี้ยวมาให้หายเหงาปาก
read more..