เมื่อครรภ์ไม่เป็นมิตร…แต่เป็นพิษ Pregnant Pause

Special Feature StoryPublished: Jul 2016

  การจะมีลูกสักคน สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องง่ายดาย แต่สำหรับบางคนนั้นช่างยากเย็นเข็ญใจ แต่ถ้าคุณแม่และคุณหมอมีความเข้าใจกันก็จะสามารถฝ่าฟันให้ถึงฝันได้เสมอ “คุณลินดา จินดาหลา” คุณแม่วัย 35 สละเวลามาแชร์ประสบการณ์ของการฟันฝ่าอุปสรรคตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ คุณลินดาเล่าว่า ตั้งครรภ์ด้วยการทำอิ๊กซี่ แต่จากการตรวจเช็คประวัติและร่างกายแล้วมีความเป็นไปได้ที่ครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษเพราะมีการตกเลือดตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 2 เดือน คุณหมอจึงแนะนำให้ไปฝากครรภ์กับแพทย์เฉพาะทาง “ตอน 3 เดือนก็ไปฝากครรภ์กับคุณหมอบุญศรี จันทร์รัชชกูล ซึ่งคุณหมอที่ทำอิ๊กซี่แนะนำมาค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคุณหมออธิบายอย่างชัดเจน ก็ฝากครรภ์กันไปตามปกติ” แต่สัญญาณเตือนแรกก็มา เมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน มีการตรวจวัดปากมดลูก ผลปรากฏว่าปากมดลูกสั้น ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด “ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า อืม…เรามีความเสี่ยงเหมือนกันนะแต่ไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะคุณหมออธิบายอย่างละเอียด ชัดเจนพร้อมวิธีการรักษา แล้วก็แก้ไขปัญหาด้วยการใส่ห่วงครอบปากมดลูก (Cervical Pessary) ตอน 4 เดือนครึ่ง” พอย่างเข้าเดือนที่ 5 มี การตรวจอัลตราซาวด์ใหญ่ เพื่อดูความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ของทารก สัญญาณเริ่มดังขึ้นอีก เมื่อคุณหมอตรวจดูเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมดลูกพบว่าเล็กมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษได้มากขึ้น “เพราะลูกโตขึ้น แต่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกลับเล็ก
read more..

MFM นั้นคืออะไร? – What is MFM?

Feature StoryPublished: Feb 2016

  หลายคนคงคุ้นเคยกันมาบ้างกับคำว่า หมอ MFM โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ แต่หลายคนก็ยังคงสงสัยเช่นกันใช่ไหมคะว่าคุณหมอ MFM นั้นคืออะไร ไอเกิล ได้รับเกียรติจาก นพ. เทวินทร์ เดชเทวพร สูตินรีเวชวิทยา-เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท มาไขข้อข้องใจให้กับเราค่ะ MFM ย่อมาจากคำว่า Maternal Fetal Medicine ซึ่งหมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ สูติแพทย์ที่ทำการศึกษาต่อยอดภายหลังจากที่จบการฝึกอบรมสูติศาสตร์นรีเวชวิทยาแล้ว ซึ่งสิ่งที่คุณหมอ MFM ต้องศึกษาต่อยอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เพราะคุณหมอจะต้องมาทำหน้าที่ดูแลในเชิงลึกเกี่ยวกับทางด้านทารก และมารดา ให้คำปรึกษาดูแลช่วยเหลือสูตินรีแพทย์ ในการดูแลครรภ์ควบคู่กันไป ตลอดการตั้งครรภ์ โดยคุณหมอมีหน้าที่หลักๆ คือ -          เป็นผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่สงสัยหรือตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีภาวะผิดปกติ -          ดูแล และรับฝากครรภ์ ทำคลอด สตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมาก มีภาวะแท้งบ่อย ครรภ์แฝด หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน ที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์
read more..

คุณหมอถึงกับกุมขมับ เมื่อเจอกับคำถามนี้

What's UpPublished: Jan 2016

เป็นที่ฮือฮากันมากในหมู่คุณแม่โซเชียลที่กำลังตั้งครรภ์ ด้วยวิธีการตรวจเพศของลูกน้อย ด้วยกะหล่ำปลีสีม่วง ซึ่งการทดลองนี้อาศัยการแปลผลจากสาร Anthocyanin ทำปฏิกิริยา ความเป็นกรด หรือด่าง กับปัสสาวะของคนท้อง วิธีการทดสอบก็มีอยู่ว่า ให้นำกะหล่ำปลีสีม่วงมาหั่นหยาบๆ  ต้มในน้ำเดือด สัก 10 นาที จะได้น้ำสีม่วงเข้มหรือน้ำเงินเข้ม กรองเอากากออก ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำปัสสาวะลงไปแกว่งในน้ำกะหล่ำปลีสีม่วงที่เย็นแล้ว รอสังเกตสีที่เปลี่ยนไปของน้ำกะหล่ำปลีนั้น ถ้าน้ำกะหล่ำปลีสีม่วง เปลี่ยนเป็นสีแดง  แบบไวน์แดง หรือชมพู จะได้ลูกชาย แต่ถ้าน้ำกะหล่ำปลีสีม่วงไม่เปลี่ยนสี จะได้ลูกสาว ไอเกิลจะพาไปหาคำตอบ ว่าการทดสอบนี้ได้ผลจริงหรือ  นายแพทย์สุรเชษฐ์ อภินิลบงกช โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ สละเวลามาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ อาจารย์กล่าวว่า การทดสอบแบบนี้ ความจริงเป็นเพียงการทดสอบความเป็นกรด หรือด่างของปัสสาวะเท่านั้น ถ้าวันนี้ปัสสาวะของคุณแม่มีความเป็นกรด ผลออกมาก็จะเป็นสีหนึ่ง อีกวันปัสสาวะของคุณแม่อาจมีความด่างผลออกมาก็เป็นอีกสีหนึ่ง ตรวจอาทิตย์นี้อาจจะได้ผลเพศหนึ่ง ตรวจอีกสัปดาห์หนึ่งอาจจะได้อีกเพศหนึ่ง กลายเป็นกำกวม ไม่รู้ว่าเพศไหนกันแน่ ในแง่วิทยาศาสตร์จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับการทดสอบด้วยวิธีนี้ครับ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำในการตรวจหาเพศของทารกในครรภ์ได้แม่นยำสูงถึง 99% คือวิธีการเจาะนํ้าครํ่า วัตถุประสงค์ของการเจาะนํ้าครํ่า คือ การตรวจดูโครโมโซมว่ามีความผิดปกติหรือไม่ แต่จะมีโครโมโซมคู่หนึ่งที่สามารถบอกเพศได้ด้วยหรืออีกวิธีหนึ่ง คือการตรวจเลือด เพราะในเลือดของคุณแม่
read more..

ทางเลือกใหม่ แช่แข็งไข่ ไว้มีลูกเมื่อพร้อม

What's UpPublished: Dec 2015

นายแพทย์บุญแสง วุฒิพันธุ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาวะมีบุตรยาก และผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า ผู้หญิงไทยยุคใหม่แต่งงานช้าลง หรือบางคนแต่งงานแล้วแต่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก ซึ่งกว่าจะพร้อมนั้นอาจเลยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ไปแล้ว จึงอาจทำให้การมีลูกนั้นยากขึ้น เพราะเมื่อผู้หญิงเรามีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ความสามารถในการตั้งครรภ์จะลดลง เพราะไข่ก็เหมือนกับร่างกายที่มันเสื่อมถอยไปตามอายุที่มากขึ้น การแช่แข็งไข่จึงช่วยให้เราสามารถเก็บตัวอ่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์ไว้ได้ตามอายุที่เราเก็บ เช่น หากเราเก็บไข่เมื่ออายุ 25  ปี แต่เราอยากจะตั้งครรภ์ตอนอายุ 40 ไข่ที่เราเก็บไว้ก็จะมีอายุแค่ 25 ปี  แต่มีข้อแม้คือร่างกายของคนนั้นต้องแข็งแรงและไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร ที่สำคัญอาจารย์บอกว่าหากอยากจะเก็บไข่แช่แข็งไว้ใช้ในอนาคต ควรมาเก็บตอนที่อายุไม่เกิน 34 ปี เพื่อจะได้มีไข่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อพร้อมที่จะมีลูกเมื่อไหร่ ก็นำไข่ที่เก็บไว้ เข้าสู่กระบวนการต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจารย์อยากฝากไว้ว่า “ใครที่แต่งงานแล้วและพร้อมที่จะมีบุตร ก็ควรจะวางแผนรีบมีเลย อย่าคุมกำเนิดกันนานเกินไป และควรตรวจสุขภาพก่อน 3 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคหรือปัญหาอะไรซ่อนเร้น หากมีจะได้หาทางป้องกันแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนตั้งครรภ์ หากอยู่กัน 1 ปี แล้วไม่มีบุตร ก็ควรมาปรึกษาแพทย์ ที่สำคัญการป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติทางพันธุกรรม เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ควรให้ความสำคัญ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
read more..

อยากได้ลูกแฝด – How To Have Twins!

Dr.Carebear CaresPublished: Sep 2015

หมอหมีก็ไม่รู้ว่าทำไม เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็อยากได้ลูกแฝด  อาจจะเป็นเพราะแต่งงานกันช้า พอแต่งปุ๊บก็ต้องรีบมีลูกเลยเพราะเวลาใกล้จะหมดแล้ว และไม่อยากรอท้อง 2-3 ให้เหนื่อย ท้องเดียวได้ 2 คนให้จบๆ ไปเลยดีกว่าจะได้เหนื่อยหนเดียว ลูกจะได้เป็นเพื่อนกันไม่เหงาด้วย เลยหาวิธีกันใหญ่ว่าจะทำอย่างไร   ความจริงที่ใครๆ พอจะทราบกันดีก็คือ การท้องลูกแฝดนี้ มีทั้งแบบธรรมชาติ และแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งเมื่อก่อนจะเป็นการช่วยให้ผู้ที่มีลูกยาก สามารถมีลูกของตัวเองได้สมใจ  แต่สมัยนี้กลายเป็นช่วยได้ทั้งผู้ที่อยากมีลูกแฝด  บางคนได้แถมเป็นแฝด 3 แฝด 4 เลยล่ะครับ ท้องแฝดแบบธรรมชาติ ประเทศไทยยังไม่มีสถิติที่ชัดเจนนะครับ แต่ของฝรั่งเขาทำเอาไว้พอประมาณว่าโดยปกติแล้วในคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ 89 คน จะมี  1 คนที่ท้องลูกแฝด  หรือ ทุกปีจะมีคุณแม่ท้องลูกแฝดร้อยละ 3 จากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ทั้งหมด แหม…ช่างเก็บตัวอย่างกันจริงๆ การที่คุณแม่จะท้องแฝดแบบธรรมชาติได้จริงๆ นั้นต้องมาจากยีนส์ ที่สืบทอดกันผ่านกันมาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของคุณผู้หญิงนะครับ  ถ้าเป็นฝั่งคุณผู้ชายไม่เกิดนะครับ ต้องเป็นตัวคุณผู้หญิงเองที่มีญาติโยมแฝด โดยเฉพาะแฝดคนละฝา (fraternal twins) คือ แฝดที่มาจากไข่คนละใบนะครับ จะมีโอกาสสืบทอดท้องแฝดธรรมชาติได้ แต่สมัยนี้
read more..