Superorganism ในมุมมองใหม่ของร่างกายมนุษย์

Wellness Published: Apr 2016

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอได้มีโอกาสไปร่วมงานประชุม Microbiome R&D and Probiotic congress ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย การไปงานประชุมนี้ เปรียบเหมือนกับได้เช็ดกระจกแว่น ให้เห็นภาพซึ่งเราพอจะเห็นอยู่แล้วนั้น ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก ภาพที่ว่านี้คือ แนวคิดเรื่อง มนุษย์เราไม่ใช่เป็นเพียง organism หรือ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยกินอยู่หลับนอนเพียงลำพัง (ใช่ค่ะ แม้เราจะอยู่ตัวคนเดียว แต่เราไม่ได้อยู่ตามลำพัง) หากแต่ว่า เราเป็น Superorganism หรือ ซุปเปอร์สิ่งมีชีวิต ที่ประกอบด้วยตัวเรา และจุลินทรีย์เล็กๆนับล้านๆตัว ทำงานสอดประสานกันเป็นระบบนิเวศเล็กๆที่มีปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลา เรากับจุลินทรีย์เหล่านี้ แทบจะเรียกได้ว่าหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว!

เวลาพูดถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา คนส่วนใหญ่มักนึกถึงว่าเป็นเชื้อโรค หรือตัวก่อโรคที่ต้องกำจัด เป็นชุดความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยที่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์เอง ยังรู้จักกับสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้ไม่ดีนัก และมุ่งเน้นศึกษาไปที่เชื้อก่อโรค จนกระทั่งการศึกษาเกี่ยวกับแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกคือ The Human Microbiome Project ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 2008 หลังจากนั้นมา ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับแบคทีเรียในร่างกายเราก็ผุดขึ้นมากมาย

เราได้เรียนรู้ว่าถ้านับกันจากหัวจรดเท้า เซลล์ในร่างกายเรานั้น มีจำนวนน้อยกว่าเซลล์ของแบคทีเรีย หากนำมาชั่ง ราว 5% ของน้ำหนักตัวเรานั้น แท้จริงแล้วเป็นน้ำหนักของ Microbes หรือจุลินทรีย์เล็กๆเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ลำไส้ ช่องปาก ผิวหนัง และส่วนอื่นๆในร่างกาย โดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่คือกลุ่มประชากรที่หนาแน่นที่สุด มีความหลากหลายทางสายพันธุ์และซับซ้อนประหนึ่งระบบนิเวศของป่าอะเมซอน ซึ่งป่าอะเมซอนของเราแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป บางคนเป็นป่าดกอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายของแบคทีเรียสูง มีความสมดุลและสมบูรณ์ของระบบนิเวศดีเยี่ยม ในขณะที่ป่าของบางคนกลับแห้งแล้ง มีความหลากหลายของแบคทีเรียต่ำ เป็นระบบนิเวศที่บอบบางแปรปรวนง่าย ซึ่งพบว่าความแตกต่างเหล่านี้ มีผลมหาศาลต่อสุขภาพของคนเรา

ความสำคัญของสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้ในร่างกายเรา อาจแบ่งได้เป็น

  • Instestinal health พบว่าระบบย่อยอาหารของคนเรา ต้องอาศัยเจ้าแบคทีเรียในลำไส้เป็นตัวช่วย ในการย่อยและหมักสารอาหารบางอย่าง ที่เซลล์ลำไส้ของเราไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร แบคทีเรียเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยให้การย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และการขับถ่ายเป็นไปได้มีประสิทธิภาพ
  • Immunology แบคทีเรียในลำไส้ยังทำงานเสมือนครูฝึก สอนให้ระบบภูมิคุ้มกันของเรารู้จักแยกแยะระหว่างผู้ก่อการร้าย กับพลเมืองดี ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของเราทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น ไม่เกิดอาการเครื่องรวน เป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้ หรือเจ็บป่วยง่าย
  • Metabolic แบคทีเรียในลำไส้ยังเชื่อมโยงไปถึงระบบเผาผลาญในร่างกาย พบว่าโรคยอดฮิตอย่าง อ้วนลงพุง และเบาหวาน ก็มีความเกี่ยวโยงกับการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ โดยแบคทีเรียบางกลุ่มอาจเรียกได้ว่าเป็นแบคทีเรียช่วยผอม เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวานได้
  • Neuropsychological ในด้านที่จัดว่าใหม่สุดของการศึกษาเกี่ยวกับแบคทีเรียในร่างกายมนุษย์คือ ความเชื่อมโยงระหว่างแบคทีเรียกับโรคของสมองและอารมณ์ ด้วยพื้นฐานที่ว่าแท้จริงแล้ว ลำไส้ของคนเรา เป็นอวัยวะที่มีเซลล์ประสาทมากเป็นอันดับสอง รองจากสมอง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียในลำไส้กับเซลล์ประสาท จึงส่งผลถึงการสร้างสารสื่อประสาทต่างๆ และการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารสื่อประสาทบางตัว ก็สัมพันธ์กับโรคต่างๆอย่างเช่น ซึมเศร้า หรือ ย้ำคิดย้ำทำ

ในรายละเอียดของความเชื่อมโยงระหว่างแบคทีเรียจิ๋วเหล่านี้กับร่างกายมนุษย์ อาจเหมือนภาพจิ๊กซอว์ที่ต่อยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่แน่นอนว่ามนุษย์เราไม่อาจดำรงชีพอยู่ได้ หากปราศจากการอยู่ร่วมกันของแบคทีเรียดีเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่ว่า มนุษย์เราเป็น Superorganism ที่ไม่ได้อยู่โดยลำพัง

การจะมีสุขภาพดีได้ จึงจำเป็นที่จะต้องรู้จัก เข้าใจ และเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้ ให้มีสุขภาพดีไปพร้อมๆกัน

*เนื้อหาบางส่วนคัดจากหนังสือ Microbiota อวัยวะที่ถูกลืม

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง)
แพทย์วุฒิบัตร Anti-Aging Medicine (สหรัฐอเมริกา)
Twitter, Instagram: @thidakarn

Superorganism

I had a chance to attend the Microbiome R&D and Probiotic Congress that took place in Malaysia just last week.  Attending this meeting is like wiping my glasses so that I can get a clearer picture and that picture is the concept that humans are not a single organism or life that lives, eats, and sleeps alone.  Although we may be single, but we certainly are not alone.  Instead, we are a superorganism that is comprised of us and millions of tiny microorganisms who constantly coordinate and interact within our own ecology.  You can probably say that we and the microbes are blended into one!

When we talk about microorganisms, no matter if it is bacteria, virus, or fungi, most people think of germs that we need to get rid of.  It is a belief that was passed down from the time when scientists and doctors had not gotten to know these microbes really well and they just wanted to study about diseases.  It was not until The Human Microbiome Project was commissioned in 2008 that we become more aware of the bacteria in our body.

We learned that the number of cells in our body from head to toe is less than the number of bacteria on our body.  Around 5% of our body weight is actually the weight of microbes that reside in our intestines, oral cavities, skin and other bodily parts.  The bacteria in our intestines make up the highest population and very diverse just like the Amazon rainforest.  Each person’s Amazon is different.  Some may be like the tropical rainforest with more diverse organisms and a well-balanced ecology, while some may seem like a depleted forest with low diversity and turbulent ecology.  Studies have shown that these differences greatly affect our health.

The importance of these microbes in our body can be classified as follows:

  • Intestinal health.  Our digestive system requires these bacteria in the intestines to help digest and ferment certain food that our cells do not know how to deal with.  These bacteria help our body digest food, absorb nutrients, and get rid of wastes very efficiently.
  • Immunology.  The intestinal bacteria work as a trainer to our immune system so that it knows how to separate the good citizens from the terrorists.  Our immune system can work effectively and not succumb to allergy or sickness easily.
  • Metabolic.  There is a correlation between intestinal bacteria and metabolism.  It has been shown that obesity and diabetes are related to the function of these bacteria.  Some can be called slimming bacteria because it can lower the risk of obesity and diabetes.
  • Neuropsychological.  The newest studies on bacteria showed the link between bacteria, neurological disorder and mood.  Fundamentally, our intestines have the most neurons only second to the central nervous system.  The interaction between intestinal bacteria and neurons affect how the cells release biochemical components that relate to psychological disorders, such as depression or obsessive-compulsive disorder.

The details of how these tiny bacteria and the human body interact may seem like an unfinished jigsaw puzzle.  What is known for sure is that we cannot live without these good bacteria.  And that is how the concept of humans as superorganism came into being.

We need to know, understand and nurture these tiny creatures to good health so that we can also have good health as well.

*Some excerpts were taken from Microbiota: The Forgotten Organ.

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง)
แพทย์วุฒิบัตร Anti-Aging Medicine (สหรัฐอเมริกา)
Twitter, Instagram: @thidakarn

Tags: , , ,