Dr.Carebear Care อยากสวยต้องอดทน

Dr.Carebear Cares Published: Jan 2014

“อยาก สวยต้องอดทน” เป็นคติของผู้หญิงส่วนใหญ่ จริงไหมครับ  มีการสำรวจเรื่องของการใส่รองเท้าส้นสูง พบว่า มีผู้หญิงมากถึง 42 % ที่ยอมรับว่าอาการปวด ตึง เมื่อย แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกใส่รองเท้าส้นสูง และมีผู้หญิงมีอาการจากการใส่รองเท้ามากถึง 73% แล้วเราจะใส่รองเท้าส้นสูงอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ หมอหมีมีวิธีมาฝากสาวๆ กันครับ

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับอาการปวดจากการใส่ส้นสูง

เมื่อต้องใส่รองเท้าที่แน่นเกินไป หรือบีบรัดมากเกินไป ก็จะทำให้มีอาการปวดเท้าได้ ธรรมชาติของเท้าคนเรา ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักตัวเฉพาะบริเวณส่วนหน้าของเท้าเหมือนแบบเวลา ที่ใส่ส้นสูง แต่เมื่อยิ่งเพิ่มส้นให้สูงขึ้นไป จะยิ่งทำให้มีอาการมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้รองเท้าส้นสูงมีแต่สูงขึ้นสูงขึ้น จากแรงที่ถูกกดลงไปมากยิ่งขึ้น  คือนอกจากบีบเท้าแล้ว ยังเพิ่มน้ำหนักที่ต้องรองรับเข้าไปอีก อาการจากการใส่รองเท้าส้นสูงจึงพบได้มากขึ้นเช่นกัน

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดก็คืออาการปวด ตั้งแต่หัวแม่เท้า ฝ่าเท้า เอ็นร้อยหวาย น่อง ขึ้นไปจนถึงเข่า และเอวกันเลยทีเดียว  รองลงมาคือลักษณะที่เท้าผิดรูปไปและปวดบริเวณกระดูกที่ยื่นออกมาตรงหัวแม่เท้า รองเท้าที่หน้าแคบบีบรัดมากไป จะทำให้รูปร่างของเท้าผิดรูปไปจากเดิม สุดท้ายต้องผ่าตัดเพื่อให้เท้ากลับมามีรูปร่างเป็นปกติ

นอกจากนี้เวลาใส่ส้นสูง สมดุลของร่างกายจะเลื่อนไปทางด้านหน้า โครงของกระดูกสันหลังจะโน้มไปข้างหน้า ทำให้มีอาการปวดหลัง หัวเข่าจะมีการเปลี่ยนจุดมุมที่รับน้ำหนัก ทำให้มีอาการเสื่อมของข้อเข่าเริ่มกว่าเดิม.

ปัญหาจากส้นสูงแบบต่าง  ๆ

 

ส้นสูงขนาดไม่พอดี

รองเท้า ที่ไม่พอดี หลวมเกินไป จะทำให้มีปัญหาสองตำแหน่งคือ ด้านหลังบริเวณเอ็นร้อยหวาย จะถูกเสียดสีจนเกิดการอักเสบ บวม เจ็บ หรือผิวหนังหนาขึ้นมาได้ แก้ไขได้โดยการใช้แผ่นรองช่วยเสริมการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยลดการอักเสบได้

ส้นสูง 6 นิ้ว

ส้นที่สูงมากๆ จะยิ่งทำให้น้ำหนักตัวกดลงไปที่กระดูกบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้า บริเวณนั้นมีข้อต่อระหว่างกระดูกเท้า และกระดูกนิ้วหัวแม่เท้า เมื่อการกดทับมาก จะทำให้มีการอักเสบ และปวด ในบางรายจะถึงกับมีรอยแตกของกระดูกบริเวณนั้นได้เลย

ข้อเท้าแพลง เป็นอีกเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้หญิงที่ใส่ส้นสูงมาก และส้นเล็กมากๆ เนื่องจากการทรงตัวลำบาก มักจะทำให้เกิดข้อเท้าแพลงได้ง่ายทำให้มีการฉีดขาดของเส้นเอ็น หรือในรายที่เป็นรุนแรงทำให้กระดูกร้าวได้ ทางที่ดีแนะนำว่าไม่ควรใส่ส้นสูงที่สูงเกินกว่า 2 นิ้ว

รองเท้าส้นสูงที่ส้นแหลมเปี้ยว

ประเภทเอามาเป็นอาวุธ ใช้เจาะศีรษะได้แบบนี้ ส้นเล็กเหมือนตะปู จะทำให้น้ำหนักตัวกดลงเพียงจุดเดียว จะยิ่งทำให้มีอาการปวดเอ็นร้อยหวายมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นไปได้เลือกรองเท้าที่ส้นหนาขึ้นสักหน่อยจะช่วยได้

ส้นสูงแบบนี้มันทั้ง บีบ อัด รัด กด เบียด ข้างหน้าแหลมเปี้ยวประมาณว่าเตะเข้าหน้าแข้งเป็นรูได้ แบบนี้จะทำให้รูปเท้าผิดรูปไป อาจจะทำให้เกิดลักษณะที่หัวแม่เท้าบิดเข้าด้านในผิดรูป และมีกระดูกที่โคนหัวแม่เท้านูนออกมามากนอกจากนี้ยังทำให้เกิดตุ่มนูนที่ผิวหนังของโคนนิ้วเท้าบางนิ้วได้

ป้องกันอาการผิดปกติจากการใส่ส้นสูงได้โดย

  1. 1.      เลือกรองเท้าส้นสูงที่ขนาดพอดีกับเท้า

ลอง นึกดูว่าบางครั้งใส่รองเท้า แล้วยังลื่นไปด้านหน้าทำให้มีช่องอยู่ที่ส้นเท้าได้ แบบนั้นจะทำให้

เกิดอาการปวด หรือเกิดแผลบริเวณเอ็นร้อยหวายได้ นอกจากนั้นยังจะเพิ่มแรงกดที่บริเวณหัวแม่เท้าทำให้มีอาการปวดมากขึ้นด้วย ควรเลือกที่บริเวณส้นเท้ากระชับพอดีแต่ไม่ถึงกับแน่นเกินไป

2. ลองใช้แผ่นซิลิโคนรองที่บริเวณส่วนหน้าของเท้า

ถ้ามีอาการปวดบริเวณฝ่าเท้าที่โคนนิ้วโป้ง อาจจะลองใช้แผ่นรองที่เป็นคล้ายเจลบางๆ ซึ่งจะช่วยลดแรงกระแทก ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวรองรับน้ำหนักอีกระดับหนึ่ง

3. เลือกส้นที่หนาขึ้นหน่อย เพื่อให้มี stability มากขึ้น

ส้นที่หนากว่าจะช่วยให้ทรงตัวได้ดีกว่า และช่วยลดแรงกดที่บริเวณส่วนหน้าของเท้า และช่วยลดอาการปวดเกร็งชองเอ็นร้อยหวาย

4. เลือกส้นที่เตี้ยลงมาสักนิด

ส้นที่สูงตั้งแต่ถึง 4 นิ้วขึ้นไป จะทำให้เท้าต้องยกขึ้นเกือบตรง และน้ำหนักทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่โคนหัวแม่เท้า ควรลดลงมาเหลือสัก 2 นิ้ว น่าจะกำลังดีและลดอาการปวดไปได้มาก

5. เลือกรองเท้าที่เปิดด้านหน้าบริเวณหัวแม่เท้า

รองเท้าที่เปิดหัวแม่เท้า จะลดแรงบีบรัด และลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มเนื้อแข็ง ๆ ที่นิ้วเท้า

ถ้าหากว่ามีตุ่มเนื้อแข็ง ๆ ขึ้นมา ให้พบศัลยแพทย์เพื่อจัดการตัดออก

6. ยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายเป็นประจำ

อยากสวยต้องอดทน แต่ก็อย่าทนจนเสียสุขภาพนะครับ