รับมือ…ปัญหาปวดหลังเรื้อรัง

Caring Published: Apr 2013

จะลุกก็ โอย จะนั่งก็ โอย ถ้าไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็น สว.(สูงวัย) อย่าเผลออุทานคำนี้ออกมาตอนผุดลุกผุดนั่งก็แล้วกันนะคะ เพราะเรื่องปวดหลังกับผู้สูงวัยนี่น่าจะเป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ยิ่งประสบการณ์ชีวิตสูงเท่าไหร่ ร่างกายก็ถูกใช้มานานเท่านั้น ของมันก็ต้องเสื่อมเป็นธรรมดา วันนี้เรามาไขทั้งข้อ ไขทั้งกระดูก ให้หายปวดหลังกันไปเลยนะคะ โดย  ศาสตราจารย์ นพ.ประกิต เทียนบุญ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง ผู้อำนวยการศูนย์รักษา failed back รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ สละเวลามาให้ความรู้กับเราค่ะ

อาการปวดหลัง มาได้จากหลายสาเหตุและพบได้ในคนหลายวัยซึ่งอาจจะแตกต่างกันทั้งโรคและความรุนแรงของโรค ในวัยผู้สูงอายุมักเกิดจากความเสื่อมของร่างกาย จากการใช้งานมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานความเสื่อมค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายคนก็อาจจะมีโรคบางอย่างอยู่ในตัวเองมาก่อนแล้ว ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นไม่แข็งแรง และขาดความยืดหยุ่น ไม่สามารถใช้กำลังกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นไปลดแรงกระทำต่อกระดูกสันหลัง หรือจากการที่ใช้หลังในท่าที่ไม่ถูกต้องมาเป็นระยะเวลายาวนานทำให้เกิดความเสื่อมขึ้น จึงเกิดอาการปวดหลังตามมาเพราะฉะนั้น การนั่ง การยืน การเดิน การนอน หรือการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดท่า หรือต้องทำงานหนักมาโดยตลอด ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้ผู้สูงวัยปวดหลังทั้งสิ้น บ่อยครั้งอาจปวดมากจนกระทั่งไม่สามารถยืนหรือก้มได้ ถ้ามีการกดทับเส้นประสาทมากๆ ด้วยอาจถึงขั้นเดินลำบาก เดินไม่สะดวกหรือเป็นอัมพาตได้ ลักษณะเด่นชัดอาการหนึ่งคือ เดินระยะทางสั้นๆ ต้องหยุดพักชั่วครู่จึงจะสามารถเดินต่อไปได้จากนั้นต้องหยุดพักอีกซ้ำๆ เช่นนี้ไปเรื่อยๆ เช่นนี้เป็นอาการที่ชัดเจนของโรคช่องกระดูกสันหลังแคบกดทับเส้นประสาทยิ่งเดินได้สั้นมากเท่าไหร่แสดงว่าการกดทับมากขึ้นเท่านั้น

มีโรคกระดูกสันหลังอีกมากมายในคนสูงอายุซึ่งยากที่จะนำมากล่าวได้หมดเพียงสั้นๆ สำหรับคนในวัยทำงานอาการปวดหลังมักเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ นั่งผิดท่านานๆ หรือแม้แต่การนั่งทำงานนานๆ ในแต่ละวันติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ ปี ซึ่งพบบ่อยมากในคนทำงานวัยหนุ่มสาว สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังได้ทั้งสิ้น

ที่น่าสังเกตคือ ปัจจุบันคนที่มีอาการปวดหลังมีอายุน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก หนึ่งในนั้นยังเป็นวัยรุ่นหรือวัยเรียนด้วยซ้ำไป ปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การสะพายกระเป๋าที่หนักเกินไป ไม่รู้ว่านักเรียนสมัยนี้จะต้องหอบอะไรกันนักกันหนา มีกระเป๋าหนังสือใบโตแล้วยังไม่พอ จะต้องมีกระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าถืองอกมาอีกใบ บางคนก็สะพายเป้เป็น ต.เต่าหลังตุง กันเลยทีเดียว ถ้าแบกกันตั้งแต่เด็กแบบนี้ พออายุมากขึ้นจะแย่เอานะคะ เพราะความเสื่อมจะถูกเริ่มสะสมตั้งแต่วัยเด็กอาจจะยังไม่แสดงอาการในตอนนั้นแต่จะไปแสดงอาการเมื่ออายุมากขึ้น การที่เด็กๆ เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานานเหมือนกับคนวัยทำงานจะพบอาการปวดคอในเด็กได้บ่อยมากขึ้น อย่าลืมว่าการทำงานนานๆ การทำงานหนักๆ ตั้งแต่วัยเด็กโดยเฉพาะเด็กที่ไม่แข็งแรงจะเกิดแรงกระทำต่อกระดูกสันหลังมากกว่าคนทั่วไป ความเสื่อมจะถูกสะสมตั้งแต่วัยเด็กทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังในอนาคตอันสั้นได้ บางคนอาจจะยาวหน่อย ทั้งนี้ขึ้นกับสมดุลย์ระหว่างเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ ตัวโครงสร้างทุกส่วนของกระดูกสันหลังและแรงงานที่เข้ามากระทำ อย่าลืมว่าถ้าเส้นเอ็นกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ตัวกระดูกสันหลังจะรับแรงในระหว่างการใช้งานเต็มๆ ในขณะที่ถ้ามีการใช้แรงกระทำต่อกระดูกสันหลังมากๆ เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังไม่สามารถรับหรือทานแรงได้ความเสียหายหรือความเสื่อมก็จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าความเสียหายหรือความเสื่อมยังเกิดกับกระดูกสันหลังในการใช้งานนานๆติดต่อกัน ยิ่งถ้าเป็นงานหนักๆ ติดต่อกันจะยิ่งเสื่อมเร็วและมากกว่าปกติ

มีคนจำนวนไม่น้อยมักคิดว่าอาการปดวหลังเป็นเรื่องเล็กน้อย เดี๋ยวไปซื้อยามาทาน แล้วนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อซักหน่อยก็สบายแล้ว มันอาจช่วยได้แค่ชั่วพักชั่วยามเท่านั้นนะคะ พอเรากลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ อาการปวดหลังมันก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้ การปวดหลังบ่อยๆ ถ้าไม่รีบรักษาให้หาย จะกลายเป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง อาจทำให้มีอาการชาตามปลายเท้า ฝ่าเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอื่นๆ ตามมาได้อีกมากมาย

เห็นได้ว่าปัจจุบันอาการปวดหลังเรื้อรัง ไม่จำเป็นต้องเกิดกับคนสูงวัยเสมอไปแล้ว วัยรุ่น หนุ่มสาว วัยทำงานก็ประสบปัญหาเหล่านี้ได้ หากใช้ชีวิตที่ผิดวิธี บางคนโชคดีรักษาแล้วหาย แต่บางคนก็โชคร้ายรักษาเท่าไหร่ไม่หายซักที กายภาพก็แล้ว ทานยาก็แล้ว จนถึงขั้นผ่าตัดก็ทำมาแล้ว แต่ทำไมยังไม่หายขาด เป็นเรื่องที่เกิดความทุกข์ทรมานมาก เชื่อว่าหลายๆ ครั้งเจอปัญหาคาใจแบบนี้กันอยู่แน่ๆ เลยใช่มั๊ยล่ะคะ ถ้าเจอแบบที่เรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome ความหมายคือ เมื่อได้รับการผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังไปแล้ว แต่ยังคงมีอาการเจ็บปวด หรืออาการทางระบบประสาทไม่ดีขึ้น บางรายอาจเจ็บปวดมากกว่าเดิม สร้างความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก แต่ในกรณีของผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการผ่าตัดไปนานแล้ว และอาการของโรคกลับมาเป็นใหม่ โดยเกิดจากสาเหตุอื่น หรือรอยโรคอย่างอื่น แต่อาจเกิดในบริเวณที่ใกล้เคียงกับจุดเดิม แบบนี้ไม่เรียกว่า Failed Back Surgery Syndrome นะคะ แต่สาเหตุจะมาจากอะไรต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ ช่วยวิเคราะห์ให้ค่ะ

อาจารย์กล่าวว่า “การผ่าตัดกระดูกสันหลังจะคาดหวังผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไปคงเป็นไปได้ยาก ตัวต้นเหตุของการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายขาดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย  เช่น การวินิจฉัยโรคต้องถูกต้องและแม่นยำ ความรอบรู้ ความชำนาญ และการทำงานของแพทย์ ของทีมแพทย์ ในการเตรียมเครื่องไม้ครื่องมือ และอุปกรณ์ต้องมีความพร้อมและสมบูรณ์ต่อการใช้งานที่เหมาะสม หากทำได้อย่างที่กล่าวมานี้ความสำเร็จของการผ่าตัดจะสามารถหวังผลได้มากยิ่งขึ้น ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือตัวผู้ป่วยเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคภายในตัวผู้ป่วยหรือการที่ผู้ป่วยต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด ในบางครั้งต้องมีการใส่โลหะช่วยยึดกระดูกสันหลัง ร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาในการเชื่อมติดให้แข็งแรง เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเป็นอีกประเด็นที่สำคัญมาก ก็จนกว่าบาดแผลหรือกระดูกเชื่อมติดแข็งแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นล่ะครับ ถึงจะถือว่าปลอดภัยจากการผ่าตัด”

อายุของผู้ป่วยไม่ใช่ข้อจำกัดของการรักษาโรคกระดูกสันหลัง แต่อยู่ที่ความแข็งแรงของสภาพร่างกายของคนไข้ซึ่งต้องนำมาพิจารณา เลือกวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การรักษาต้องทำให้พอดีกับโรค และภาวะร่างกายที่คนไข้คนนั้นจะนำไปใช้งาน บางคนอาจไม่ต้องถึงขั้นแก้ไขด้วยการผ่าตัดใหม่ แต่อาจรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดก็เพียงพอต่อการหายจากความทุกข์ทรมาณของผู้ป่วยที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และทีมแพทย์ผ่าตัดโรคกระดูกสันหลัง เล็งเห็นความสำคัญในการรักษา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของ Failed Back Surgery Syndrome จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์ที่เรียกว่า Revision Spine Center เพื่อทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยอาศัยทีมแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการรักษา Failed Back เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการจัดตั้งให้เป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ เป็นแหล่งการเรียนการสอนเพื่อสร้างความชำนาญให้กับแพทย์ไทยท่านอื่นที่ประสงค์จะหาความรู้และความชำนาญเพิ่มเติมตลอดจนเป็นแหล่งรวมข้อมูล และผลผลิตทางงานวิจัย เผยแพร่ออกสู่สังคมในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย ในอนาคตอันใกล้ถือว่าเป็นศูนย์และเป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ

อาจารย์อยากฝากไปยังทุกท่านด้วยว่า “สำหรับผู้ป่วยท่านใดที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้ว แต่ยังมีอาการปวดหลังเรื้อรังอยู่ ยังทุกข์ทรมานอยู่ สามารถเข้ามาปรึกษาได้นะครับ โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีความพร้อมในการรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยและรักษา ควรเก็บประวัติการรักษาของตัวเองไว้ให้ครบถ้วน ก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญให้การรักษาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นครับ”

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรงคือสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยชะลอความเสื่อมและโรคภัยต่างๆ ที่คอยจ้องจะทำร้ายเราได้นะคะ อย่าลืมตรวจสุขภาพและกระดูกของคุณเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก็ยังดีค่ะ

Handling Chronic Back Pains

Have you ever had one of those moments where every single movement is a pain, whether it is just getting out of a chair or simply trying to sit one one? That is because

back pains and age are eternal soulmates, especially when that body has been through countless adventures. Dr. Prakit Tienboon, director of Failed Back Center at Samitivej Srinakarin Hospital and orthopedic surgeon, gives us the low-down on how to get back your

back.

Back pains are caused by many different factors and can affect people of all ages. In elderly population, it is usually due to slow, collective, natural degeneration over time. Those who choose not to exercise will have weak muscles that also lack elasticity and, therefore, cannot support the spine. Furthermore, bad pasture in daily routines such as walking, standing,

sleeping or plain bodily movement, can lead to back problem in the long run. Many times, the problem is so severe that standing or bending over can be painful. If the nerves are also

affected, then walking will literally be a pain and can lead to paralysis. A common sign is that when a person needs to rest repeatedly even walking a short distance. This is due to the

narrowing of the spine canals. For active working people, back pains are often caused by bad sitting posture, especially in front of the computer. Over the years, they accumulate to cause chronic back pains. Another interesting note is that back problem is affecting people younger and younger than before. Teenagers or college students are also at risk, possibly due to carrying heavy bags. (Have you seen them lately? They are carrying backpacks, purses, books,

laptops, etc., everywhere they go!) Believe it or not, the pain collection starts early in life. Children who play games for long periods of time will have the same problem as adults who

sit at the computer all day. It is similar to doing an adult’s workload on the spine from an age when the body is not fully developed to handle it. How soon the problem develops depends

on the body’s balance between muscles, spine structure and workload. If the muscles are not strong enough, the spine will carry the entire load. If the load is too heavy, then both the muscles and spine will not withstand the force and can be damaged easily and quickly.

Many people think that back pain is nothing serious. Just take a pain killer, a little massage and it will go away, right? Well, that is only true temporarily. If they go back to their old

habits, the pain will come back. If the pain occurs frequently (even if it comes back periodically), it is best to seek medical attention to prevent it from becoming a chronic problem or develop into numbness, muscle weakness, or even paralysis.

We have demonstrated that back problem is not necessarily an old folk’s problem, but rather a universal problem for all ages. Some people are lucky and get better by themselves.

It ain’t so for others. Physical therapy, pain medication or even surgery cannot rid them of their suffering. If that happens to you, then you fall under the Failed Back Surgery Syndrome, a

condition in which surgery cannot relieve the pain, which sometimes can become worse afterwards. Some patients may have recurrence a long time after surgery due to other causes.

Such cases do not qualify as Failed Back Surgery Syndrome.

Dr. Prakit shared that “it is difficult to expect 100% success from spine surgery. Some contributing factors include correct diagnosis, experience and expertise of the medical team in performing the procedure, as well as the availability of proper medical tools. The chance of success is greater if these things are well-prepared. Another factor is the patient himself. It is important to follow medical advices strictly. If metal plates are used to hold the spine together, then the body needs time to strengthen that repair. Selfcare after surgery is a very important

step to recovery. Once the body heals itself, then it is considered safe.”

Age is not a big issue when it comes to solving the problem. The healthiness of the body is more important. Treatment option depends on the person and physical therapy may be more effective than surgery to bring back the joy of pain-free back for some people.

Samitivej Srinakarin Hospital and the team of orthopedic surgeons noticed the significant problem faced by patients suffering from Failed Back Surgery Syndrome. They set up the Revision Spine Center to care for these patients with state-of-the-art medical equipments. The center also serves as the center of learning to disseminate information and build experience for Thai doctors. Research findings generated from the center will soon be published in the near future.

Dr. Prakit urges that anyone who still suffers from chronic back pain even after surgery should visit for consultation. “Samitivej Srinakarin Hospital is completely ready to give full treatment. It is beneficial to bring your complete medical and treatment history to properly diagnose and make treatment plans.”

Although treatment is available, prevention is crucial to our own wellbeing. Keeping our body healthy will slow down deterioration and prevent illnesses that are lurking around the

corner. So don’t forget to get regular health and bone check up at least once a year.