ทำอย่างไร…ไม่ให้แก่ – Forever Young

Dr.Carebear Cares Published: Apr 2015

ลุกขึ้นก็โอย…นั่งลงก็โอย… อาการแบบนี้คืออาการของคนสูงวัยที่ทุกคนล้วนส่ายหน้า แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าถึงวัยแล้วจริงๆ หมอหมีไม่อยากให้ทุกคนยอมรับกันง่ายๆ อย่างนั้นนะครับ เพราะถึงแม้ร่างกาย จะเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่เราก็ไม่ควรไปเร่งความเสื่อมนั้นให้มาเยือนก่อนเวลาอันควร

กรุงโรมไม่ได้สร้างภายในวันเดียวฉันใด การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ไม่ได้สร้างได้ภายในวันเดียวฉันนั้นครับ เราต้องปรับตัวปรับพฤติกรรมแต่เนิ่นๆ พออายุถึงวัยที่ใครๆ โอดโอย เราก็ยังฟิตปั๋งอยู่ได้นะครับ ไม่ยากครับแต่ต้องมีวินัยเชื่อหรือไม่ว่า จะประเทศใดศาสตร์ใดตั้งแต่จี้กงไปจนถึงแพทย์แผนปัจจุบันล้วนลงความเห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นไปได้ จะแตกต่างกันก็เพียงรายละเอียดของการปฏิบัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาและความเหมาะสมของแต่ละประเทศ แต่สรุปรวมแล้วได้ประมาณนี้ครับ หมอหมีเลือกตัวอย่างที่ชอบมากที่สุดมาให้ครับ

1. อย่ากินเยอะ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เมืองโอกินาว่า นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีคนอายุยืนเป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งของโลก ผู้สูงอายุโดยทั่วไปของเมืองนี้จะรับประทานอาหารแต่พออิ่ม คือ ประมาณ 80% และจะไม่ยอมให้อิ่มมาก เพราะเชื่อว่าการเผาผลาญอาหารมากๆ ทำให้แก่เร็ว ซึ่งพระวัดเส้าหลินที่ได้ชื่อว่าแข็งแรงและมีอายุยืนทั้งหลาย ก็จะสั่งสอนสืบต่อกันมาให้รับประทานแต่พอดี เพราะเชื่อว่ากินเยอะจะทำให้ม้ามพัง!

2. อย่าคิดมาก คิดมากทำให้แก่เร็ว ถ้ามีเรื่องกวนใจต้องหยุดพัก “give yourself a break” เพราะคิดมากจะทำให้ร่างกายผลิตทั้งฮอร์โมนอะดรินารินและคอร์ติซอลผิดปกติ แล้วทีนี้ความดันก็จะขึ้นลงปรวนแปร สะสมจนกลายเป็นความเครียด สมองก็จะล้า แก่ไปอีกแบบ หมอหมีเลือกที่จะทำสมาธิครับ แค่ 10 นาทีต่อวัน จะช่วยได้มาก ไม่ต้องรอให้เครียดนะครับ นั่งทุกวันช่วยดีท็อกซ์ความเหนื่อยล้าทางสมองและทางใจครับ

3. ออกกำลังกาย เอาอีกแล้วหมอหมีก็ต้องดึงเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ศาสตร์จากเส้าหลิน หรือศาสตร์อายุรเวช ต่างแนะนำอย่างเดียวกันหมด เลือกเอาครับตามอายุ ไม่ว่าจะจี้กง โยคะ วิ่ง ถีบจักรยาน หรือแค่เดิน ทำมันซักอย่างให้สมํ่าเสมอ แล้วจะมีความสุขครับ ทำพอดีๆ อย่าหักโหม และอย่าไปกระหนํ่าแค่เสาร์อาทิตย์นะครับทุกวันๆ ละ ครึ่งชั่วโมง ใครได้ ชั่วโมงก็ยิ่งดีครับ

4. รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น คือ ยังไงก็ต้องทานอาหารให้ครบหมู่ แต่ ควรเน้นการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ โดยในแต่ละหมวดหมู่ ก็ต้องเลือกหน่อยครับข้าวก็เอาพวกข้าวกล้องที่มีคาร์โบไฮเดรดน้อย เนื้อสัตว์ก็พยายามเน้นปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง หมู เนื้อก็อย่าติดมันนะครับ ของทอดก็ลดๆ ไปเลย มาเสริมด้วยผักดีกว่า

5. ฝึกสมอง จะอายุเท่าไหร่ก็ตามนะครับ ก็ฝึกสมองได้ แบบเอ็กซ์ตรีมหน่อยคือ ถึงอายุว่างจริงๆ ก็ไปเรียนภาษาต่างประเทศเลย ภาษาจีน เขมร ลาว พม่า จัดไปเลยครับ ยิ่งใกล้ AEC เปิดยิ่งจะได้คุยสนุก หรือใครที่จะเอาแบบเบาๆ ขำๆ ก็เล่นเกมอย่าง Sudoku หรือ Crossword พวกนี้ได้หมด จะได้ไม่จมอยู่กับงานอย่างเดียว ทำอย่างอื่นที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่

6. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่ามัวใช้สมองเพลิน พักผ่อนนอนหลับให้ growth hormone และฮอร์โมนดีๆ ออกมาซ่อมแซมร่างกายนะครับ ถ้าออกกำลังทุกวัน หมอหมีรับรองว่าหลับสบายหายห่วงจริงๆ ครับ

ความจริงก็มีข้อแนะนำอื่นๆ อีกนะครับ เช่น บางรายก็ว่า ให้รับประทานซุปเปอร์ฟรุ๊ตอย่างพวกโกจิเบอร์รี่ ซึ่งหมอหมีว่าเราแค่ทานอาหารครบหมู่ก็พอครับโกจิเบอร์รี่ดังขึ้นมาเพราะว่ากันว่ามีวิตามินซีสูง ผลไม้อื่นๆ ของเราก็มีเยอะครับ บางรายก็ว่าให้ดื่มชาเขียว อันนี้หมอหมีก็ไม่ห้ามนะครับ แต่ก็พอดีๆ ล่ะครับ ทำได้อย่างที่หมอหมีว่านี้ ก็จะช่วยให้คุณฟิตปั๋งกว่าวัยนะครับ ทั้งหมดนี้จะอายุเท่าไหร่ก็ทำได้หมดนะครับ สูตรนี้เหมือนฝากธนาคารเลยครับ ดอกเบี้ยออกทันใจด้วย ใครไม่แน่ใจว่าธนาคารของตัวเองมีอะไรเท่าไหร่ เวลามาตรวจสุขภาพประจำปีก็ปรึกษาคุณหมอได้เลยนะครับ

สำหรับผู้สูงวัย หมอหมีก็ต้องขอฝากเรื่องกระดูกไว้อีกครั้งเพราะเป็นห่วงมากครับ เพราะกระดูกเรานี่พออายุย่างเข้า 25-30 ปี ปุ๊บก็ไม่มีการพัฒนาใดๆ แล้วการสะสมของมวลกระดูกจะหยุดลง ก็จะกลายเป็นว่า รักษาไว้ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทีนี้บางคนก็เก็บสะสมมวลกระดูกไว้ในธนาคารอย่างดี ก็ไม่มีปัญหา บางคนทำทุกอย่างผิดหมดโดยไม่รู้ตัวก็จะไปทำลายมวลกระดูกของตัวเอง แล้วใครจะรู้ว่า

ตั้งแต่เด็กจนโตขณะที่มวลกระดูกกำลังสร้างความแข็งแกร่งอยู่นั้น คุณได้สร้างอย่างเต็มที่ให้ธนาคารกระดูกของคุณหรือไม่ จากการที่ร่างกายสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกจะด้วยจากความเจ็บป่วย หรืออายุมากขึ้นเป็นสาเหตุให้กระดูกเปราะบางลงเรื่อยๆ จนถึงระดับที่กระดูกสามารถแตกหักได้ง่ายแม้มีแรงมากระทบ

เพียงเล็กน้อยก็ตาม ทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และต้องทรมานกับการเจ็บปวดเมื่อกระดูกหลักยุบหรือหักลง โดยที่โรคจะดำเนินไปค่อนข้างเร็วจากกระดูกหนึ่งนำไปสู่การแตกหักของอีกกระดูกหนึ่ง

ดังนั้นหมอหมีจึงอยากเน้นนะครับอยากให้เริ่มเสริมสร้างให้กระดูกหนาแน่นและแข็งแรง ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว คือ ก่อนอายุ 30 ปี เพราะหลังอายุ 30 ปีแล้ว โอกาสในการเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกทำได้ยาก ทำได้เพียงแต่ชะลอการทำลายกระดูกเท่านั้น ปฏิบัติได้ตามนี้ครับ

1. ใครที่อายุยังไม่ 30 ปีนะครับ ออกกำลังกายสมํ่าเสมอ สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งๆ ละ 1 ชั่วโมง สำหรับผู้สูงอายุ และสตรีวัยหมดประจำเดือนควรออกกำลังกายที่ลงนํ้าหนัก เช่น เดินไกล ๆ วิ่งเหยาะ รำมวยจีน เต้นรำ เพื่อป้องกันการสูญเสียกระดูก

2. ทุกคนทุกวัยรับประทานเนื้อสัตว์ แป้ง ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ดื่มนมทุกวัน วันละ 1 แก้ว หรือรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม เพื่อให้ได้รับแคลเซียมเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน

3. ทุกคนทุกวัยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา ไม่ซื้อยาชุดทานเอง ดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 2 แก้ว คนทั่วไปต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม สตรีตั้งครรภ์ต้องการเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1,200 มิลลิกรัม เมื่ออายุมากขึ้นสตรีต้องการแคลเซียมมากขึ้น สตรีก่อนวัยหมดประจำเดือนควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนสตรีหลังวัยหมดประจำเดือน ต้องการแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม

อย่างไรก็ตามเนื่องจากร่างกายได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารประจำวันอย่างพอเพียง หากไม่รับประทานอาหารซํ้าซาก ส่วนใหญ่มักจะเพียงพอต่อความต้องการประจำวันของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องได้แคลเซียมเสริม นอกจากบางคนอาจได้แคลเซียมไม่พอเพียงเนื่องจากมีปัจจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอย่างชัดเจน เช่น โครงสร้างของกระดูกบอบบาง หรือนํ้าหนักตัวน้อยกว่าปกติ

แหล่งอาหารที่ดีที่สุดของแคลเซียม คือ นมและผลิตภัณฑ์จากนม รองลงมา คือ ปลาเล็กที่กินทั้งกระดูก กะปิ แต่แคลเซียมจากผักจะดูดซึมไม่ดี เนื่องจากปริมาณไฟเตต และออกซาเลตจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียม

อย่าหาว่าหมอหมีซํ้าซากเลยนะครับ เพราะห่วงใยครับเลยต้องขอยํ้าเตือนบ่อยๆ สะสมของดีๆ ไว้ในธนาคารสุขภาพแต่เนิ่นๆ นะครับ สุขภาพดีก็เป็นลาภอันประเสริฐอีกอย่างล่ะครับ

Tags: , , ,