ภูมิคุ้มกันสำคัญนะเธอ-Defense is Best Offense

Children % Family Published: May 2016

ท่านที่สุขภาพแข็งแรงดีอยู่แล้วอาจรู้สึกเฉยๆ กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แต่คนที่ป่วยบ่อยๆ คงรู้ซึ้งถึงความสำคัญของระบบนี้ในร่างกายเป็นอย่างดี เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบางคนแม้จะไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าไรแต่กลับไม่ป่วยไม่ไข้ไม่เคยต้องไปหาหมอหรือต้องกินยาเลย แต่บางคนต้องได้ยาฆ่าเชื้อเกือบทุกเดือนเป็นว่าเล่น เด็กบางคนต้องทานยาเหล่านี้ปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน เพราะอะไรคนเราจึงมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคได้แตกต่างกันขนาดนั้น

รู้จักระบบภูมิคุ้มกันหน่อยนะเธอ

หลักๆ แล้วระบบภูมิคุ้มกันประกอบไปด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ และสารอีกมากมายที่ร่างกายส่วนต่างๆ ผลิตขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ทั้งหมดนี้ก็ร่วมกันทำงานเหมือนทีมบอดี้การ์ดผู้ปกป้องเฝ้าระวังภัยให้กับร่างกายของเรา หากส่องขยายบนผิวหนังหรือในปากเราด้วยกล้องจุลทรรศน์ เราจะเข้าใจดีว่าชีวิตน้อยๆ ของเรานี้ไม่ได้คงอยู่แต่โดยลำพัง ทุกกระเบียดบนตัวเราอัดแน่นไปด้วยเชื้อสารพัดชนิด ว่ากันว่าเชื้อเหล่านี้บนตัวเรารวมๆ กันมีจำนวนมากกว่าเซลล์ของเราเองเป็นสิบเท่า! ลองจินตนาการดูแล้วกันว่าหากเราไม่มีระบบภูมิคุ้มกันคอยจัดการกับแขกที่ไม่น่ารักและไม่ได้รับเชิญจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้ ร่างกายของเราจะต้องเจ็บป่วยมากขนาดไหน

ภูมิคุ้มกันของเราเก่งไม่เท่ากัน

เขาว่าศัตรูและอุปสรรคคือยาชูกำลังของชีวิต ประสบการณ์ทำให้เราแกร่งเพียงใด วัคซีนและเชื้อโรคที่เราได้รับก็ทำให้ภูมิคุ้มกันของเราเก่งขึ้นเพียงนั้น การกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เหมาะควรล่วงหน้าไว้ก่อน  เช่น การฉีดวัคซีนจะช่วยให้ระบบนี้ทำงานได้เมื่อภัยมาจริง เหมือนผู้ที่ผ่านการซ้อมการต่อสู้จนคล่องแคล่วแล้ว หากเสริมด้วยการออกกำลังกาย การพักผ่อน การทำใจให้ปลอดโปร่งจากการทำสมาธิวิปัสสนา ผู้นั้นก็จะยิ่งมีระบบภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งมากขึ้นไปอีกระดับ แต่ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและเปลี่ยนกันไม่ค่อยได้คือ ความสามารถที่คุณพ่อคุณแม่ให้ติดตัวเรามาแต่กำเนิดผ่านทางดีเอ็นเอ (DNA) ของเรา พันธุกรรมนี้เป็นตัวกำหนดความเก่งของระบบภูมิคุ้มกันของเรา เด็กบางคนโชคร้ายเกิดมามีระบบภูมิคุ้มกันที่บกพร่องแต่กำเนิด ทำให้ติดเชื้อรุนแรงตั้งแต่อายุไม่กี่สัปดาห์ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดบางชนิดอาจมาแสดงอาการตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็มี

มาเพิ่มภูมิคุ้มกันกันเถอะ

เมื่อภูมิคุ้มกันเปรียบเสมือนทหารที่ช่วยปกป้องไม่ให้ศัตรูมารุกราน แต่ภูมิคุ้มกันจะแข็งแรงมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของตัวเราด้วย เพราะฉะนั้น ควรออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ได้รับแสงแดดยามเช้า ช่วยเพิ่มวิตามินดี ทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เน้นผักและผลไม้ให้มาก พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ มองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่เครียด นี่คือหนทางสู่การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายที่ใครๆ ก็สามารถทำได้แน่นอน ที่สำคัญหากมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันเพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม

ขอขอบคุณข้อมูลโดย นพ. วรวิชญ์ เหลืองเวชการ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี

 

 

Tags: , , ,