ไข่แช่แข็ง… OO Cryo : No More Cry Oh!

Caring Published: Jul 2013

ชีวิตครอบครัวจะมีสีสันและสมบูรณ์แบบมากขึ้น หากมีเจ้าตัวน้อยมาคอยวิ่งเล่นอยู่ข้างๆ แต่ปัจจุบันผู้หญิงเรามีลูกยากขึ้น เนื่องจากหน้าที่ความรับผิดชอบและการแต่งงานที่ช้าลง จึงทำให้มีผลต่อภาวะมีบุตรยาก วันนี้ไอเกิลมีเทคนิค การแช่แข็งไข่ (Oocyte cryopreservation) เพื่อช่วยรักษาภาวะมีบุตรยาก และนวัตกรรมCGH ตรวจโครโมโซมทุกคู่ เพื่อลดปัญหาเด็กดาวน์ซินโดรม มาฝากคุณผู้อ่านโดย

แพทย์หญิงนุชชฎา แก้วเกิด
สูตินรีแพทย์
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
สละเวลามาให้ความรู้กับเราค่ะ

การแช่แข็งไข่ (Oocyte cryopreservation)

การแช่แข็งไข่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการสูญเสียการทำงานของรังไข่ก่อนวัยอันควร จากการรักษามะเร็งด้วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด โดยเฉพาะในรายที่ยังโสด

ในบางประเทศ เช่น อิตาลีและเยอรมัน มีกฎหมายที่เข้มงวดมาก คือ มีการห้ามทำให้เกิดตัวอ่อนนอกร่างกายมากกว่าคราวละ 3 ตัวอ่อน และห้ามแช่แข็งตัวอ่อน การแช่แข็งไข่จึงช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาทางด้านกฎหมายและจริยธรรมที่เกี่ยวกับการแช่แข็งตัวอ่อนด้วย เช่น สิทธิการครอบครองตัวอ่อนในกรณีที่สามีภรรยาแยกทางกัน หรือการทำลายตัวอ่อนกรณีที่คู่สมรสไม่ต้องการตัวอ่อนแล้ว

การแช่แข็งไข่ยังเปิดโอกาสให้สามารถจัดตั้งธนาคารไข่ ซึ่งมีประโยชน์มากในโครงการไข่บริจาค  นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในรายที่ทำเด็กหลอดแก้วและในวันที่ทำการเจาะเก็บไข่ฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายชายไม่สามารถเก็บอสุจิ มาผสมกับไข่ได้ทัน จึงจำเป็นต้องแช่แข็งไข่เก็บไว้ก่อน แต่การแช่แข็งไข่มีความยากลำบากมากกว่าการแช่แข็งอสุจิและตัวอ่อน เนื่องจากไข่มีความเปราะบางมากกว่า

การแช่แข็งไข่มี 2 วิธี คือ วิธีการลดอุณหภูมิลงอย่างช้าๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และการแช่แข็งแบบเนื้อแก้ว (Vitrification)

การแช่แข็งแบบเนื้อแก้ว

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยการนำไข่ไปใส่น้ำยาแช่แข็งและนำไปแช่แข็งในไนโตรเจนเหลว และลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจนถึงอุณหภูมิ -196 C ที่อุณหภูมิดังกล่าวโมเลกุลต่างๆ จะหยุดการเคลื่อนไหว ดังนั้นไข่ที่แช่แข็งจึงคงสภาพอยู่ได้โดยไม่มีการเสื่อมสลายจากปฏิกิริยาทางชีวเคมีใดๆ

ข้อมูลในปัจุบันบ่งชี้ว่าการแช่แข็งไข่แบบเนื้อแก้วให้อัตราการคลอดสูงกว่าวิธีการแช่แข็งแบบแรก จนถึงปัจจุบันมีการตั้งครรภ์และการคลอดของทารกซึ่งเกิดจากไข่ที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งแล้วมากกว่า 600 ราย จากการศึกษาพบว่า ไข่ที่ผ่านการแช่แข็งมีจำนวนโครโมโซมที่เป็นปกติ และอีกการศึกษาหนึ่งได้ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนที่เกิดจากไข่แช่แข็งพบว่ามีโครโมโซมที่เป็นปกติเช่นกัน จึงเป็นข้อมูลที่ยืนยันได้ถึงความปลอดภัยของการแช่แข็งไข่

ขั้นตอนการแช่แข็งไข่ประกอบด้วยกระบวนการ

  1. การกระตุ้นไข่(Ovarian stimulation) โดยใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่ให้มีการเจริญของไข่ครั้งละหลายๆ ใบ
  2. การเก็บไข่ (Oocyte retrieval) โดยใช้เข็มดูดผ่านทางผนังช่องคลอด ภายใต้การตรวจด้วยคลื่นเสียง ความถี่สูงภายหลังจากฉีดยาให้ไข่สุก ประมาณ 34-36 ชั่วโมง
  3. การแช่แข็งไข่(Oocyte cryopreservation)
  4. ขั้นตอนการปฏิสนธิ นิยมใช้วิธีอิกซี่ (ICSI) Intracytoplasmic morphologically

selected sperm injection (IMSI)

การพัฒนาของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความพยายามคัดเลือกอสุจิที่ดีที่สุดเพื่อปฏิสนธิกับไข่ โดยฉีดอสุจิเข้าไปในไข่ (intracytoplasmic sperm injection ; ICSI)  เพื่อให้ได้ตัวอ่อนคุณภาพดีที่สุด จึงได้ทีการพัฒนาวิธีการคัดเลือกอสุจิโดยการตรวจรูปร่างของอสุจิอย่างละเอียดที่เรียกว่า “motile sperm organelle morphology examination : MSOME” เพื่อนำมาฉีดเข้าในไข่ (Intracytoplasmic morphologically selected sperm injection : IMSI)

โดยทั่วไปการคัดเลือกอสุจิมาทำ ICSI จะทำผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 400 เท่า ด้วยกำลังขยายดังกล่าวสามารถตรวจความผิดปกติของรูปร่างอสุจิที่รุนแรงเท่านั้น แต่ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อยของอสุจิ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับผลของ ICSI จึงมีการพัฒนาเทคนิคประเมินรูปร่างอสุจิแบบละเอียดในอสุจิที่เคลื่อนไหว ด้วย inverted microscope ที่มีกำลังขยาย 6600 เท่า โดยไม่ต้องย้อมสีอสุจิ เพื่อให้ได้อสุจิตัวที่ดีที่สุดมาทำ ICSI  ซึ่งจะช่วยให้ผลความสำเร็จของการทำ ICSI ดีขึ้นอย่างชัดเจน

นวัตกรรมCGH ตรวจโครโมโซมทุกคู่

ปัญหาที่คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีมีความวิตกกังวล คือภาวะความเสี่ยงของกลุ่มอาการดาวน์ หรือ ดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม 2 แบบใหญ่ๆ แบบที่หนึ่ง คือ โครโมโซมเกินมา 1 แถบในคู่ที่ 21 ซึ่งส่วนมากเกิดในแม่อายุมากกว่า 35 ปี พบถึงร้อยละ 95 ของกลุ่มผู้เป็นดาวน์ซินโดรม แบบที่สอง คือ โครโมโซมเกิดการย้ายที่ เช่น คู่ที่ 14 กับคู่ที่ 21 ย้ายมาอยู่ติดกันทำให้เกิดโครโมโซมเกิน แต่เหตุการณ์เช่นนี้เกิดได้ยาก พบเพียงร้อยละ 4-5

เด็กกลุ่มดาวน์จะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน ตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นมักยื่น ตัวค่อนข้างเตี้ย มือสั้น ทำให้เด็กพวกนี้มีใบหน้าคล้ายกัน และมักมีโรคแทรกซ้อน อาทิ หัวใจพิการ สติปัญญาบกพร่อง และต้องการผู้ดูแลไปตลอดชีวิต

อุบัติการณ์ของดาวน์ซินโดรมพบได้ 1 ต่อ 200 ถึง 1 ต่อ 1,000 ของทารกแรกเกิดซึ่งขึ้นอยู่กับอายุมารดา ในไทยมีทารกเป็นดาวน์ซินโดรมปีละ 1,000 ราย  ในอดีตมีความเชื่อว่าผู้ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมากเท่านั้นที่ลูกจะมีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรม แต่แท้จริงแล้วผู้หญิงทุกคนมีโอกาสทั้งสิ้น

วิธีที่จะทราบว่าทารกในครรภ์เป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่ จะต้องนำโครโมโซมทารกมาตรวจ ไม่ว่าจะเป็นการตัดชิ้นเนื้อรก การเจาะน้ำคร่ำหรือเจาะเลือดสายสะดือ แต่การตรวจโครโมโซมก่อนตัวอ่อนฝังตัวจะมีประโยชน์มากกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ททารกที่เป็นดาวน์ซินโดรม

การตรวจด้วยเทคนิค CGH ทำได้ 2 ระยะ คือ ตัวอ่อนในระยะแบ่งตัว และตัวอ่อนในระยะบลาสโตซิสต์ที่กำลังฟักตัวออกจากเปลือกหุ้มตัวอ่อน โดยเริ่มจากนำเซลล์ตัวอ่อนประมาณระยะ 8 เซลล์ในช่วงวันที่ 3 หรือระยะ 5 เซลล์ของช่วงบลาสโตซิสต์นำไปขยายรหัสทางพันธุกรรมเพื่อตรวจความผิดปกติ วิธีนี้แม่นยำกว่าเทคนิคเดิมคือ FISH ที่ใช้การย้อมโครโมโซมให้ติดสี สะท้อนแสงฟลูออเรสเซนต์แล้วอ่านผลโดยการนับจำนวนของโครโมโซมใต้กล้องฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีข้อเสียคือแม่นยำเพียง 90% และมีข้อจำกัดคือตรวจโครโมโซมได้สูงสุดเพียง 5-12 คู่ ทำให้ไม่รู้ว่าโครโมโซมอื่นผิดปกติหรือไม่

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีช่วยเราได้มาก คู่สมรสคู่ไหนที่ยังไม่มีบุตรเสียที หากพยายามมาแล้ว 1 ปี เข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก ก็ลองเข้ามาปรึกษากับคุณหมอกันได้นะคะ จะได้มีเจ้าตัวน้อยมาเป็นแก้วตาดวงใจกันในเร็ววันค่ะ

OO Cryo :

No More Cry Oh!

          A family will be more colorful and complete if there are little ones running around the house, but modern women are facing a modern problem:  The demands of contemporary lifestyle push women to get married later in life and infertility becomes an issue.  Today, Aiglê asks Dr. Nutchada Kaewkoet, obstetrician-gynecologist at Samitivej Srinakarin Hospital to share her knowledge of a new technology of oocyte cryopreservation to our readers.  Together with the innovative Comparative Genomic Hybridization (CGH) technique, doctors can reduce the risk of children with Down’s syndrome.

Oocyte Cryopreservation

Preserving the eggs (oocytes) is an option for women who are at risk of losing their ovary function due to various medical issues such as cancer, radiation, or chemotherapy treatment.  Even those women who are still single can opt for oocyte cryopreservation to secure their reproductive abilities for the future.

Regulations in some country, such as Italy or Germany, are very restrictive and embryos cannot be removed by more than three at a time.  Furthermore, they cannot be frozen.  Preserving the oocytes will bypass any legal or ethical problems that are associated with frozen embryos, such as custodial rights after a divorce or discard of unused embryos when they are no longer needed.

Oocyte cryopreservation allows for oocyte banking, which can be used for donations.  The procedure is also helpful in the process of in vitro fertilization, especially if the sperm cannot be collected on the same day as the egg.  In such case, the egg can be preserved for later use.  Because oocytes are more fragile than sperms and embryos, preserving them need more care in handling.

There are two ways to preserve ooctyes: slowly decreasing the temperature in a controlled rate freezer and a process known as vitrification.

Vitrification

Vitrification is a process in which the egg is placed in a medium and dunk into the liquid nitrogen tank.  The temperature quickly drops down to -196 degrees Celsius, a temperature at which all molecules cease to move.  This causes the egg to be frozen in place without any biochemical activity.

Studies have shown that eggs preserved by vitrification yield higher birth rates than using a controlled rate freezer.  There are more than 600 pregnancies and births to date.  More importantly, these eggs have normal chromosomes.  Another study has confirmed that embryos borne from these frozen eggs also have normal chromosomes.

The Process of Oocyte Cryopreservation

  1. Ovarian stimulation is done by hormone injections to stimulate ovulation of many eggs.
  2. Oocyte retrieval is performed around 34 – 36 hours after stimulation by inserting a needle through the cervix guided by ultrasound.
  3. The eggs are then cryopreserved.
  4. Fertilization is carried out by either intracytoplasmic sperm injection (ICSI) or intracytoplasmic morphologically selected sperm injection (IMSI).

Suitable sperms can be injected in a process called ICSI where sperms are screened via a microscope at 400X magnification.  At this magnification, skilled medical technicians can see any morphological abnormalities.  However, subtle irregularities cannot be determined.  Yet, the latest development in reproductive medicine enables doctors to select the best sperms by performing a motile sperm organelle morphology examination, or MSOME.  In this process, motile sperms are viewed on an inverted microscope under 6600X magnification.  The sperms do not need to be stained and the best ones can be selected more efficiently.  Injections of sperms selected by this method are referred to as IMSI.

Innovative CGH

What every pregnant mom over the age of 35 fears is the risk of Down’s syndrome in her baby.  Down’s syndrome is a genetic disorder caused by two different chromosomal events.  The first is that there is an extra chromosome on Chromosome 21.  It usually occurs in pregnant women over the age of 35 and accounts for 95% of all cases of Down’s syndrome.  Another type is caused by chromosomal translocation, such as Chromosome 14 and 21 are joined together.  This only occurs in 4 – 5% of the case.

Children with Down’s syndrome will have a common feature of smaller head and a flat facial profile.  The eyes are slanted upward and the mouth is small with protruding tongue.  They are usually shorter in stature with smaller hands.  Some complications include congenital heart defects and abnormal cognitive developments.  They may require a caretaker all their lives as well.

Traditional belief is that it only occurs in babies born to older women, but the fact is that every woman is at risk.  Depending on the age of the moms, the incidence of Down’s syndrome occurs anywhere between one in every 200 births to one in every 1,000 births.  In Thailand, there are about 1,000 cases of Down’s syndrome babies each year.

Diagnosis of Down’s syndrome can be done by collecting the chromosomes from the fetus either from the placenta biopsy, amniotic fluid or cord blood.  But chromosome testing before embryo implantation is more efficient to avoid pregnancy with Down’s syndrome.

Comparative Genomic Hybridization (CGH) can be performed during two phases:  during embryonal division and during the blastocyst stage.  When the embryo divides into the 8-cells stage during days 3 or during the 5-cells stage, a sample can be collected and amplified genetically to evaluate if there are any abnormalities.  This method is more reliable than the older technique known as FISH, where chromosomes are stained with fluorescent colors and counted under a fluorescent microscope.  FISH is only 90% accurate and its limitation is that only 5 – 12 pairs can be examined.

With the recent developments in medical technology, married couples can realize their dreams of a complete family.  If any couple has tried for over a year to have a baby, they may have an issue with infertility.  There is no need to cry any more.  Come in and talk to Dr. Nutchada to start that happy family today.