ของขวัญเพื่อสุขภาพ A Gift of Good Health

Dr.Carebear Cares Published: Jan 2013

เราได้ Countdown ต้อนรับปีใหม่กันไปแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ให้ของขวัญผู้หลักผู้ใหญ่ ยังพอมีเวลานะครับ หมอมีได้จัดกระเช้าไว้ให้คุณผู้อ่าน แต่ขอเปลี่ยนจากกระเช้าทั่วไป มาเป็นกระเช้าเพื่อสุขภาพกันดูนะครับ แทนที่จะใส่คุกกี้หวานๆ ของหวานต่างๆ หรือเหล้า ลองมาเลือกใส่รายการที่หมอหมีแนะนำกันนะครับ

  1. ง่ายสุดๆ และมีประโยชน์แน่ๆ คือ ผลไม้ จะเลือกผลไม้หลากหลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล กีวี่ องุ่น แคนตาลูป เบอร์รี่ต่างๆ ก็ได้
  2. ข้าวโอ๊ต เดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ แต่ระวังให้อ่านฉลากข้างกล่อง เลือกที่ไม่มีน้ำตาลมากเกินไปนะครับ
  3. เครื่องดื่มแทนที่จะเป็นน้ำหวาน น้ำผลไม้ ลองเปลี่ยนมาเป็นชา อาจเป็นชาเขียว ชาสมุนไพร ต่างๆ เหมาะที่จะให้กับผู้ใหญ่
  4. ซีเรียล หรือ มูสลี สำหรับเป็นอาหารเช้า เช่นเดียวกันคือ เลือกที่ไม่หวานมาก และที่มีไฟเบอร์เยอะ
  5. ถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วอัลมอนต์ แมคคาดาเมีย พิตตาชิโอ เลือกที่อบแบบไม่เค็ม ไม่ทอด
  6. น้ำมันมะกอก อันนี้ไม่เคยเห็นใครใส่ในตะกร้าของขวัญมาก่อน แต่ก็น่าจะใส่ได้ เลือกที่ขวดสวยๆ
  7. Dark Chocolate เลือกที่ความเข้มขันสัก 70% ไม่ขมไป ไม่หวานไป
  8. เนยถั่ว แทนที่จะใส่แยมผลไม้หวานๆ ลงไปในตะกร้า ลองเปลี่ยนมาเป็นเนยถั่วดีกว่านะครับ
  9. ตะกร้าผักออแกนนิก  ก็น่าสนใจนะครับ  อาจใส่ไปพร้ัอมน้ำสลัดอร่อยๆ

แค่นี้ก็มีของขวัญเป็นกระเช้าเพื่อสุขภาพที่ดีไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่กันแล้ว  และหมอหมีว่าในช่วงปีใหม่ต้องมี

ใครที่ปาร์ตี้กันเป็นว่าเล่นแน่ๆ ระวังท้องไส้จะปั่นป่วน ชวนให้ต้องหยุดงานกันไปซะอีกนะครับ หมอหมีเลยขอหยิบยกเรื่องอาหารเป็นพิษมาฝากกันซักหน่อยครับ

อาหารเป็นพิษ

โรคที่พบบ่อยๆ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องขาดงาน ลางานกันเป็นประจำ เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือได้รับ toxin จากเชื้อโรคเหล่านี้

อาการ

ของอาหารเป็นพิษคือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย โดยอาจจะมีอาการเริ่มต้นไม่กี่ชั่วโมงหลังได้รับเชื้อ หรืออาจจะมีอาการ 2-3 วันหลังจากได้รับเชื้อก็ได้ ส่วนใหญ่แล้วอาการจะไม่รุนแรงและหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ในบางรายก็มีอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล ความรุนแรงของอาการอาจจะเกี่ยวข้องกับชนิดของเชื้อโรคที่ได้ปนเปื้อนเข้าไปด้วย โดยอาการที่พบได้แก่

  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ปวดท้อง ปวดบิด
  • ไข้สูง

อาการเหล่านี้จะดีขึ้นได้ใน 1-2 วัน แต่ถ้าคนที่มีอาการมากอาจเป็นได้ถึง 10 วัน

เมื่อไหร่ที่ควรจะพบแพทย์ 

  • มีอาการอาเจียนมากทำให้ไม่สามารถทานอะไรได้
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • ถ่ายเหลวหลายครั้ง มากกว่า 3 ครั้งในหนึ่งวัน
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • มีอาการปวดท้องรุนแรง
  • มีไข้สูง
  • มีอาการของการขาดน้ำ เช่น หิวน้ำมาก ปากแห้ง ไม่มีปัสสาวะหรือออกน้อยมาก อ่อนเพลียมาก มึนงง เป็นลม
  • มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาการแย่ลงเรื่อย ๆ

สาเหตุ

การปนเปื้อนในอาหาร อาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการผลิตได้ ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การขนส่ง การเตรียมอาหารและประกอบอาหาร ซึ่งมักจะพบในอาหารดิบ หรืออาหารสำเร็จรูป และไม่ได้ปรุงสุกอีกรอบก่อนการรับประทาน ทำให้เชื้อโรคยังอยู่และทำให้เกิดอาการ

เชื้อโรคที่ทำให้มีอาการอาหารเป็นพิษ มีทั้งเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อปรสิต อาหารที่พบบ่อยว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรค เช่น อาหารทะเล หอย ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ผักสด ผลไม้สดที่ล้างไม่สะอาด น้ำแข็ง น้ำที่ไม่สะอาด

 

การตรวจและการวินิจฉัย  

โดยทั่วไปจะมาจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย อาจมีการส่งตรวจอุจจาระ และในรายที่มีไข้สูง หรืออาการของการขาดน้ำมาก อาจจะทำการตรวจเลือด และตรวจเกลือแร่ในร่างกายเพิ่มเติม

 

การรักษา 

การรักษาจะขึ้นอยู่กับเชื้อที่ตรวจพบ และการรักษาตามอาการ ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่บางครั้งต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หลักในการรักษาได้แก่

  • ให้สารน้ำทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป
  • การให้ยาฆ่าเชื้อ ในรายที่เกิดจาการกติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การให้ยาตามอาการ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง มีไข้

การดูแลตัวเอง

  • พักการทำงานของกระเพาะ โดยการงดอาหารสักสามสี่ชั่วโมง
  • อาจจะลองดื่มน้ำเกลือแร่ โดยจิบเป็นพัก ๆ
  • เมื่อเริ่มกลับมารับประทาน เริ่มด้วยทานอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย ปริมาณน้อย ๆ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก อาหารพวกนมเนย คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาหารมัน ๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่ควรใช้ยาที่ทำให้หยุดถ่ายเอง เช่นยา Imodium เพราะถ้ามีการติดเชื้ออยู่อาจทำให้อาการแย่ลงได้

การป้องกัน

  • ล้างมือบ่อยๆ ดูแลความสะอาดาของช้อนส้อมที่ใช้  ในโรงอาหารบางที่ อาจมีที่ให้ลวกช้อนส้อมก่อนใช้
  • แยกอาหารดิบ กับอาหารสำเร็จที่พร้อมรับประทานจากกัน
  • ปรุงอาหาร หรืออุ่นอาหารให้สุกก่อนรับประทาน โดยเฉพาะอาหารทะเล ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว
  • อย่าเสียดายอาหาร ถ้าไม่แน่ใจ ทิ้งเถอะครับ

ในปีนี้หมอหมีก็ยังมีเรื่องราวของสุขภาพน่ารู้มาฝากคุณผู้อ่านเหมือนเคยนะครับ ใครมีปัญหาอะไรก็ถาม

กันเข้ามาได้เหมือนเดิมนะครับ