Archive for June, 2011

พฤติกรรมกระตุ้น Office Syndrome

Feature StoryPublished: Jun 2011

นั่งทำงานหลังขดหลังแข็ง พิมพ์งานจนนิ้วหงิก อ่านเมลจนตาจะระเบิด… พฤติกรรมกระตุ้น Office Syndrome “ทำงานในออฟฟิศดูเหมือนไม่มีความอันตราย” นายแพทย์วิวัฒน์ เอกบรูณะวัฒน์ แห่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา เปิดประเด็น ซึ่งก็จริง… “นั่งทำงานในห้องแอร์เย็นๆ มีคอมพิวเตอร์ให้คนละตัว วันๆ ถ้าไม่ประชุมก็นั่งเพ่งอยู่กันที่หน้าจอนี่แหละ นั่งทำงานในท่าซํ้าๆอยู่ที่เดิมทั้งวัน เก้าอี้ก็แข็งนั่งไม่สบาย ฟังดูเหมือนจะดี แต่นี่คือต้นเหตุของโรคที่เกิดจากการทำงานออฟฟิศ (Office Syndrome) โรคยอดฮิตของคนทำงานในสมัยนี้นั่นเอง” ก็เพราะลักษณะการทำงานแบบนี้นี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุของอาการเกี่ยวกับตาและปวดเมื่อยหลัง ต้นคอ ไหล่ ศีรษะ แขนข้อมือ โดยที่คุณๆ อาจไม่รู้สาเหตุ และเมื่อต้องทำงาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน 5-6 วันต่อสัปดาห์ ด้วยพฤติกรรมซํ้าๆ เดิมๆ หลายคนจึงมีอาการร่วมหลายอย่าง บางคนชาตามมือและเท้า บางคนปวดตา ตาแห้งสู้แสงไม่ค่อยได้ บางคนเป็นภูมิแพ้ ฯลฯ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป อาการน่ารำคาญแบบนี้อาจลุกลามเป็นโรคที่รุนแรงได้ ท่าทางการทำงาน-สภาพแวดล้อมในการทำงาน คือปัจจัยหลัก เก้าอี้ปรับความสูงไม่ได้ แข็งไป อ่อนไป ความสูงและระยะห่างของคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด ไม่เหมาะสม
read more..

Computer Vision Syndrome (CVS)

Dr.Carebear CaresPublished: Jun 2011

ชีวิตคนทำงานออฟฟิศ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มีความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการทางสายตา ยิ่งท่านที่ต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมงด้วยแล้ว ต้องถนอมสายตากันหน่อยนะครับ มีลูกตาอยู่เพียงคู่เดียวเอง… บางครั้งเพียงแค่การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมก็จะสามารถลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อตา และปัญหาทางสายตาที่จะตามมาได้ในบางรายอาจจะต้องใช้แว่นสายตาสำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ จะทำให้การมองเห็นดีขึ้น CVS เกิดจากการลดลงของ reflex ในการกระพริบตาเมื่อเราจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยปกติคนเราจะกระพริบตาชั่วโมงละ 16-20 ครั้งต่อนาที แต่สำหรับคนที่จ้องอยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ อาจจะลดลงเหลือเพียง 6-8 ครั้งต่อนาที ผลที่ตามมาก็คืออาการตาแห้ง และเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อตา ทำให้มีอาการปวดตา เคืองตาและสายตาล้า บางคนอาจจะทำให้ไม่สามารถโฟกัสภาพให้ชัดได้ โดยเฉพาะในคนอายุ 30-40 ปี และจะทำให้เกิดสายตายาวเร็วขึ้นกว่าปกติ การลดอาการที่เกิดจาก CVS หลักง่ายๆ อันหนึ่งก็คือกฏ “20-20-20 rule” ทุกๆ 20 นาที ให้พักสายตาโดยการมองไกล 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร นานประมาณ 20 วินาที มีการศึกษาพบว่าจะมีอาการผิดปกติทางด้านเกี่ยวกับการมองเห็นมากกว่า 50-90% สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่ความรู้สึกอ่อนล้าของร่างกาย ความสามารถในการทำงานลดลง และความผิดพลาดจากการทำงานมากขึ้น ดังนั้นลองมาดู 10
read more..

พาที สารสิน CEO หัวคิดไม่จิ๊บๆ ของนกแอร์

Cover StoryPublished: Jun 2011

พาที สารสิน CEO หัวคิดไม่จิ๊บๆ ของนกแอร์ “เราเริ่มจากเครื่องบิน 2 ลำเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยเปิดบินไปเชียงใหม่ อุดร และภูเก็ต เหนือ ใต้ อีสาน” คุณพาที หรือ “คุณดุ๋ง” ชื่อที่เพื่อนๆ และคนคุ้นเคยเรียกติดปาก1เล่าย้อนถึงที่มาของสายการบินนกแอร์ คุณดุ๋ง บอกว่าแนวคิดที่ว่าทุกคนในประเทศไทย ไม่ว่ารวยหรือจนสามารถใช้บริการนี้ได้ สามารถสร้างตลาดใหม่ได้ถึง 5 เท่าในเวลาอันรวดเร็วจาก 4 ล้านคนเป็น 20 ล้านคนในปัจจุบัน1“จากคนที่ไม่เคยบินเลย1สามารถมาใช้บริการได้อย่างสบาย ไม่ต้องใส่สูทก็มาได้ ใส่รองเท้าแตะก็มาได้” หลังจากที่เปิดตัวได้ 2-3 ปี นกแอร์ก็เพิ่มเส้นทางการบินไปต่างประเทศ1โดยไปอินเดีย และเวียดนาม แต่ในที่สุดก็พบว่า core competency ของนกแอร์ คือตลาด domestic ดังนั้นจึงยกเลิกไปและมามุ่งเพิ่มเส้นทางในประเทศมากยิ่งขึ้น1จากเครื่องบิน 2 ลำกลายมาเป็น 10 ลำ ในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะที่ดูเหมือนนกแอร์จะ take off ได้ดี มรสุมก็เริ่มพัดเข้ามาและยิ่งโหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้นเมื่อทั่วโลกเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันแพง1นกแอร์ต้องปรับลด
read more..

อาหารการกินของคนทำงาน

CaringPublished: Jun 2011

ชีวิตการทำงานในแต่ละวัน ช่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบและวุ่นวาย ขอเพียงให้มาถึงออฟฟิศให้ทันเถอะ มื้อเช้านั้นแทบไม่ต้องพูดถึง วันไหนได้แซนวิชคู่กับกาแฟก็นับว่าหรูสุดๆ บางวันก็ยุ่งวุ่นวายเสียจนต้องกินข้าวเที่ยงหน้าคอมฯ นี่แหละ ข้าวกล่องหรือฟาสท์ฟู๊ดก็ได้ ขอแค่ให้รอดไปอีกมื้อเถอะ สถิติของคนไทยเป็นยังไงไม่รู้ แต่คุณทราบมั้ยคะว่า 70% ของคนอเมริกัน กินมื้อเที่ยงที่โต๊ะทำงานหลายครั้งต่อสัปดาห์ The American Dietetic Association and the ConAgra Foods Foundation เค้าว่าอย่างนั้น ข่าวร้ายก็คือ วิธีนี้นอกจากจะนำไปสู่ตัวเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่แย่แล้ว ยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของอาหาร หรือ Food Safety เข้ามาเกี่ยวด้วย โต๊ะทำงานไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่สำหรับรับประทานอาหาร ดังนั้น การใช้เวลาพักเที่ยงหน้าจอ คอมพิวเตอร์นั้น นำมาซึ่งสารพันปัญหา แต่เอาเถอะค่ะ…ถ้างานมันยุ่งเยิงติดพันจนออกไปกินกลางวันนอกออฟฟิศไม่ได้ เราก็มีเคล็ดลับจากผู้รู้มาบอก แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า มีหลายเหตุผลที่คุณไม่ควรกินอาหารขณะทำงาน … ข้อเสียของการกินอาหารที่โต๊ะทำงาน ก็คือ อาหารเที่ยงมื้อนั้นมักไม่ดีต่อสุขภาพและทำให้มีนํ้าหนักเกิน หนึ่งในข้อเสียที่แย่ที่สุดของการกินอาหารที่โต๊ะทำงานก็คือ คุณจะไม่ได้จดจ่ออยู่ที่อาหาร แต่กลับไปใส่ใจอยู่ที่การอ่านเมล ส่งเมล รับโทรศัพท์ พลิกหน้าเอกสาร เหล่านี้เป็นสูตรสำเร็จของการกินเพลินจนเกินอิ่ม การกินอาหารที่โต๊ะทำงาน ทำให้คุณกินอย่างใจ และกินจนเพลินเกินห้ามใจ เพราะคุณเหมือนกำลังทำอะไรหลายๆ
read more..

รุ่ง หรือ ร่วง เพราะ งาน…งาน…งาน

ProtectionPublished: Jun 2011

How to get ahead without killing yourself จากบทสัมภาษณ์นักธุรกิจทั้งหลายว่าอะไรคือบันไดสู่ความสำเร็จ เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้ ที่ตอบตรงกันว่า คือ ความขยัน และทุ่มเทอย่างหนักกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ และนั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้คนทำงานรุ่นใหม่ดำเนินรอยตาม หลายคนเลิกงานดึกทุกวัน เอางานมาทำที่บ้านต่อเป็นประจำ มีโน๊ตบุ๊คพร้อมแอร์การ์ดติดตัวตลอดเวลา พร้อมจะเปิดโมบายออฟฟิศได้ทุกที่ทุกเวลา เปิดโทรศัพท์ 24/7 พวกเค้า (และเราสมัยก่อน) ทำกันแบบนี้จนชิน จนกลายเป็นธรรมเนียมซะแล้ว วันไหนใครเลิกงานแล้วกลับบ้านตรงเวลา กลับเป็นเรื่องแปลกเรื่องพิเศษไปซะงั้น ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่จำเป็น แต่ก็ทำกันไปเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคิดว่ามันคืองาน ที่สำคัญเรามองข้ามไปว่ามันส่งผลถึงชีวิตส่วนตัวอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย เอาเถอะครับ…เรามาทบทวนแล้วปรับเปลี่ยนมุมมองของเราต่อวิถีการทำงาน แล้วตั้งกฏกติกากันใหม่เถอะเรายังรุ่งได้ โดยไม่ให้งานมาทำร้ายชีวิตส่วนตัว ลองมาฟัง expert เขาแนะนำมานะครับ เริ่มต้นจากว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนจริงๆ พยายามกำหนดชั่วโมงการทำงานให้อยู่ที่ 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือวันละ 9 ชั่วโมง โดยประมาณคุณจะทำงานดีหัวสมองแล่นปรื๊ดปร๊าดได้ยังไงถ้าคุณเหนื่อยล้ามาทั้งวัน จัดสรรงานให้เป็นสัดส่วน ลดงานหลายๆ อย่างที่ไม่จำเป็นออกไปบ้างเถอะ เรื่องไหนไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน จัดเวลาทำให้เหมาะสม จะได้ไม่ต้องมาบี้ทำกันตอนที่จะต้องส่งงาน และถ้าคุณสามารถเพิ่มผลงานต่อชั่วโมง
read more..

ชวนดูละครเวที แมคเบธ ของ เชคสเปียร์ รับเดือนหก

Hot in the cityPublished: Jun 2011

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ต๊กพรำๆ บางวันก็ชุ่มฉํ่า บางวันก็น่าเบื่อนะคะ ที่น่าเบื่อกว่านั้นก็คือ วันหยุดแบบลองวีคเอนด์ก็เริ่มร่อยหรอลงไปแล้ว ฝนก็ตก…รถก็ติดเพราะโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหลายเปิดหมดแล้ว อย่าเซ็งเลย มาหาอะไรสนุกๆ ทำกันเถอะ ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาฝากบอกมาค่ะว่าจะจัดใหญ่เลยค่ะ โศกนาฏกรรมอมตะ ละครเวที “แมคเบธ ของ เชคสเปียร์” (William Shakespeare’s Macbeth) นัยว่าเป็นการฉลองเปิดศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล โรงละครใหม่ที่ ชั้น 6 อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ เพื่อเป็นเกียรติให้กับครูศิลปะการแสดงคนสำคัญของไทย ก็อาจารย์สดใสนั่นล่ะค่ะ ว่ากันว่างานนี้จัดหนัก เพราะได้เหล่านักแสดงระดับแนวหน้าแบบครีมๆ ละครเวทีมาประชันกันแบบจี๊ดๆ เลยอาทิ “พ่ออี๊ด สุประวัติ ปัทมสูต” (ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงและกำกับการแสดงปี12553) “คุณนุช นีรนุช ปัทมสูต” “ครูแอ๋ว อรชุมา ยุทธวงศ์” “ครูเฟียต ดังกมล ณ ป้อมเพชร” “ป้าจิ๊ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ” “คุณแอ๊ด ไชยวัฒน์
read more..

เรื่องสุขภาพ ถามหมอดีกว่า… (มิถุนายน 2554)

Ask DoctorPublished: Jun 2011

เรื่องสุขภาพ ถามหมอดีกว่า… พบกันท้ายเล่มเช่นเคยค่ะ ฉบับนี้ นายแพทย์ วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอาชีวเวชศาสตร์ รพ.สมิติเวช ศรีราชา จะมาตอบคำถามค้างคาใจ ให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศกันค่ะ Q : ติดรองเท้าส้นสูงมาก ทั้งไปทำงาน ทั้งไปเที่ยว ต้องส้นสูง 3 นิ้วค่ะ ถึงจะสวยมั่นใจ จริงๆ แล้วมันอันตรายมากมั๊ยคะ? สูงแค่ไหนถึงจะปลอดภัยคะ? – สาวออฟฟิศ วัย 25 ปี A1: รองเท้าส้นสูงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวออฟฟิศทั้งหลาย บางคนติดจนถึงกับไม่ใส่ไม่ได้เลยอย่างไรก็ตามการใส่รองเท้าส้นสูงมากๆ จะทำให้เกิดอาการปวดขาได้ง่ายเมื่อต้องยืนนานๆ การใส่รองเท้าส้นสูงๆ รวมถึงรองเท้าส้นตึกเดินเร็วๆ นั้น เพิ่มโอกาสที่จะข้อเท้าพลิก และอาจรุนแรงถึงขั้นเส้นเอ็นข้อเท้าฉีกได้ ถ้าจำเป็นต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงานจริงๆ หมอแนะนำส้นสูงสักครึ่งถึงหนึ่งนิ้วก็น่าจะพอครับ ทำให้ปลอดภัยและปวดขาน้อยลงด้วย Q : เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีอาการกรดไหลย้อนครับ มีอาการแสบร้อนหน้าอกหลังทานอาหาร ประมาณอาทิตย์ละ 1-2 หน ทำยังไงถึงจะหายครับ? – หนุ่มออฟฟิศวัย 29 ปี A :
read more..

ใครมีเกณฑ์ได้แต่งงานมั่งเอ่ย? – พรหมญาณพยากรณ์ ดวงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔

Health HoroscopePublished: Jun 2011

ใครจะมีเกณฑ์ได้แต่งงาน กันมั่งเ่อ่ย? ราศีธนู (๑-๓๑ ธันวาคม ) การเงิน ในเดือนนี้ถือว่าการเงินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สามารถบริหารจัดการทางด้านการเงินได้ดี ใครมีแผนการที่จะลงทุน หรือขยายธุรกิจ ก็จะประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว มีเงินให้จับจ่ายใช้สอยแบบไม่ขาดมือ พูดได้ว่า คำว่าติดขัดจะไม่เกิดขึ้นสำหรับชาวราศีธนูในเดือนนี้เลยครับ การงาน แม้จะมีความกังวลใจอยู่บ้าง เกี่ยวกับการถูกเร่งรัดในเรื่องของเวลา หรืออาจเกิดความผิดพลาดทางเอกสารหรือจากลูกน้องบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ยังสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ใครที่คิดจะเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนแนวก็สามารถทำได้และจะประสบความสำเร็จ ความรัก สำหรับชาวราศีธนูในเดือนนี้ต้องบอกว่ายังไม่มีความก้าวหน้า ยังออกจะกลัว ๆ กล้า ๆ โดยเฉพาะสำหรับใครที่เคยผิดหวังทางด้านความรักมาแล้วละก็ จะรู้สึกขยาดหรือยังไม่อยากจะเริ่มต้นกับใครใหม่อย่างจริงจัง ก็ต้องบอกว่าถ้ายังไม่มั่นใจก็ยังไม่ต้องเร่งรีบอะไร ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ คิดและตัดสินใจให้รอบคอบจะดีกว่า สุขภาพ มีโอกาสพบกับการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น การหกล้ม ข้อเท้าพลิก หรืออุบัติเหตุจากการเดินทาง การท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะส่งผลต่อกระดูกสันหลังได้สำหรับคุณผู้หญิงในเดือนนี้ให้ระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเลือดลมต่าง ๆ ด้วย ขอให้หมั่นดูแลสุขภาพและใครที่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวก็ขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้ ราศีมังกร (๑-๓๑ มกราคม ) การเงิน รายรับกับรายจ่ายสมดุลกันดี ไม่มีอะไรติดขัดสามารถจัดการการเงินของคุณได้อย่างสมบูรณ์ การเงินของชาวราศีมังกรในเดือนนี้เหมาะกับการลงทุนทางด้านต่างๆ
read more..