Archive for May, 2011

ก. เอ๋ย ก.ไก่ ลูกรักจะไปโรงเรียนทำไงดี…

Dr.Carebear CaresPublished: May 2011

เผลอแป๊บๆ เจ้าตัวเล็กก็จวนจะต้องไปโรงเรียนกับเค้าแล้ว นับเป็นเรื่องใหญ่ที่เล่นเอาวุ่นวายกันไปทั้งบ้าน บทสนทนาวนเวียนอยู่แต่ว่า “จะให้ลูกไปเรียนที่ไหนดี จะสอบเมื่อไหร่ ต้องวิ่งเต้นยังไง แป๊ะเจี๊ยะเท่าไหร่ กวดวิชาที่ไหนดี ถ้าสอบไม่ได้จะไปเรียนที่ไหน ฯลฯ” ซึ่งแน่นอนว่า ที่นั่นจะต้องเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดที่คุณพ่อ คุณแม่จะจัดหาได้ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันกับการหาโรงเรียนให้เจ้าตัวเล็กก็คือ การเตรียมความพร้อมให้กับลูกนั่นเอง วันนี้ คุณหมอเกศินี โอวาสิทธิ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ และพฤติกรรม ศูนย์พัฒนาการและการเรียนรู้รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ มีคำแนะนำดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยก่อนวัยเรียนค่ะ   ลูกอายุเท่าไหร่จึงควรส่งไปโรงเรียน? อันนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวลูกเองซึ่งเด็กแต่ละคนอาจเร็วหรือช้าต่างกัน บางคนสองขวบครึ่ง บางคนสามขวบก็ไปเตรียมอนุบาลได้แล้ว แต่ขอยํ้าว่า เรื่องความพร้อมนี่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ดังนั้นจึงต้องเตรียมกันมาตั้งแต่ขวบปีแรกเลยทีเดียวเรียกว่าในช่วง 3 ขวบปีแรกก่อนที่จะเข้าเรียนเราต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกอย่างต่อเนื่อง และอาจเริ่มก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะคิดหาโรงเรียนให้ลูกซะด้วยซํ้า ติวเข้มเจ้าตัวเล็ก จะส่งเจ้าตัวเล็ก ไปเผชิญโลกกว้างตามลำพังเป็นครั้งแรก ก็ต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้ากันยกใหญ่ จัดได้ว่าเป็น “วาระแห่งบ้าน”ได้เลยทีเดียว เพราะเป็นพันธกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งครอบครัว ที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปลงเทวดาหรือนางฟ้า ที่มีผู้ที่คุ้นเคยห้อมล้อมดูแล ให้กลายเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีตัวน้อย ที่พร้อมจะเข้าสู่สังคมตามลำพังเป็นครั้งแรก ที่สำคัญอันดับแรกคือ เตรียมความพร้อมทางร่างกาย ดูแลให้ลูกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมเพื่อความแข็งแรงและมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อสมวัย หากลูกเดินยังไม่แข็ง
read more..

เปิดเทอมใหญ่…หัวใจว้าวุ่น

Dr.Carebear CaresPublished: May 2011

ใช่ว่าจะมีแต่ผู้ใหญ่ที่มีความเครียดเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ก็มีความเครียดไม่น้อยเหมือนกัน แถมในวัยรุ่นประสบการณ์ และทักษะในการจัดการกับปัญหาต่างๆที่เข้ามายังไม่ดีพอหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้ดีอาจจะยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมาได้มาก และอาจจะรุนแรงกว่าที่ผู้ใหญ่เป็นด้วยซํ้า คงจะไม่มีใครโต้แย้งนะครับว่าวัยรุ่น คือช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในชีวิตช่วงหนึ่ง แต่สำหรับตัววัยรุ่นเอง อาจจะยังไม่ตระหนักว่าชีวิตช่วงนี้ดีอย่างไร เพราะอาจมีหลายอย่างในตัวและชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่มีความเครียด ปัจจัยที่อาจทำให้วัยรุ่นมีความเครียด ความคาดหวัง หรือการตั้งเป้าทางด้านการเรียน ทั้งจากตนเองและครอบครัว ความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตัวเอง และการเปลี่ยนแปลงทางสรีระที่ทำให้อายเพื่อน มีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย หรือเพื่อนบ้านไม่ดี ปัญหาจากในครอบครัว พ่อแม่หย่าร้างหรือมีการย้ายหรือเปลี่ยนโรงเรียน การเจ็บป่วยเรื้อรังของตนเองหรือการที่คนที่รักหรือคนในครอบครัวเสียชีวิต บางครั้งก็มีปัญหาการเงินในครอบครัวหรือการมีกิจกรรมมากเกินไป สิ่งเหล่านี้อาจทำให้วัยรุ่นหลายคนถูกอัดอยู่ในความเครียดอย่างมาก และนำไปสู่พฤติกรรมต่างๆ เช่น ความก้าวร้าว การแยกตัวออกจากสังคม ความหงุดหงิดโมโหง่ายเกิดโรคทางร่างกาย หรืออาจจะนำไปสู่การใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ธรรมชาติของคนเราเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้น จะมีการตอบสนองของร่างกาย จิตใจ ออกมาเป็น “fight, flight, or freeze” ซึ่งจะตอบสนองโดยมีการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจเร็วขึ้น เลือดจะถูกสูบฉีดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้นจะมีอาการมือเท้าชาและเย็น มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ อาการพวกนี้จะหยุดลงเมื่อเรารู้สึกว่าปลอดภัยหรือปัญหาเริ่มคลี่คลาย ร่างกายจะเริ่มผ่อนคลาย การหายใจ การเต้นหัวใจจะช้าลง ถ้าเราสามารถฝึกการผ่อนคลายร่างกายได้ ไม่ว่าจะวิธีใดก็จะทำให้สามารถจัดการกับการเครียดได้ดีขึ้น พ่อแม่ช่วยลูกวัยรุ่นได้อย่างไร สมัยนี้คุณพ่อคุณแม่มักจะมีภารกิจมากมายและละเลยการดูแลลูก ผมคิดว่าการติดตามและเฝ้าดูพฤติกรรมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด อารมณ์อย่าใกล้ชิดสำหรับลูกในช่วงวัยรุ่นนั้นสำคัญมากทีเดียวครับแต่ไม่ใช่ว่าเข้าไปจับผิดนะครับ เฝ้าดูลูกและรับฟังลูกด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ
read more..

หรือว่าลูกเราเป็น…ออทิสติก?

CaringPublished: May 2011

ย้อนกลับไป 30-40 ปีก่อนหน้านี้ หลายๆ คนไม่เคยแม้แต่จะได้ยินคำว่าออทิสติก แต่เดี๋ยวนี้ ดูเหมือนคำๆ นี้เข้ามาใกล้เรามากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นจากภาพยนตร์เรื่อง “Rain Man” ที่ Dustin Hoffman รับบทผู้ป่วยออทิสติกได้ดีถึงขั้นชนะรางวัลออสการ์ การได้ยินข่าวเกี่ยวกับเด็กออทิสติกอัจฉริยะทั้งในและต่างประเทศอยู่เรื่อยๆ หรือแม้แต่ได้รับรู้ว่ามีลูกหลานของคนใกล้ตัวเป็นเด็กออทิสติก แต่ออทิสติกนั้นเป็นอย่างไร หลายๆ คนยังไม่เข้าใจ และบางคนยังสับสนกับโรคสมาธิสั้นด้วยซ้ำ โรคออทิสติก หรือถ้าเรียกอย่างถูกต้องคือกลุ่มอาการออทิสติกสเปคตรัม (Autistic spectrum disorder) เป็นความผิดปกติด้านพัฒนาการที่มีสาเหตุจากความผิดปกติในสมอง (Brain-based disorders) ส่งผลต่อพฤติกรรม การเข้าสังคมและการสื่อสารของเด็ก กลุ่มอาการออทิสติกสเปคตรัมประกอบด้วยโรค 3 โรคคือ โรคออทิสติก (Autistic disorder), PDD-NOS (Pervasive developmental disorder-not otherwise specified) และโรคแอสเปอเกอร์ (Asperger syndrome) ปัจจุบันพบเด็กที่เป็นกลุ่มอาการนี้ได้ 1 คน ต่อเด็ก 110-150 คน และหากมีประวัติว่า มีสมาชิกในครอบครัวเป็นออทิสติก จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากขึ้น
read more..

การบำบัดทางเลือก สำหรับเด็กพิเศษ

Health TrendPublished: May 2011

แม้ในปัจจุบันยังไม่มียาใดที่รักษาอาการหลักหรือสาเหตุหลักของโรคออทิสติกได้ แต่วิทยาการทางการแพทย์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีในการดูแลผู้ป่วยโรคออทิสติก และโรคสมาธิสั้น เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไอเกิลจึงขอนำเสนอ 3 นวัตกรรม ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในขณะนี้ Hemoencephalogram (HEG) เป็นเครื่องตรวจวัดและปรับกระแสการไหลเวียนของโลหิตที่ผิวสมอง ประกอบด้วย สายคาดที่ศีรษะ (Head Band) ซึ่งบรรจุ Infrared Spectrophotometer เพื่อตรวจสอบการอิ่มตัวของออกซิเจนในเส้นเลือดฝอยที่ผิวสมองและสะท้อนกลับมาที่หนังศีรษะ ตรวจวัดได้โดย Photoelectric Cells ซึ่งส่งไปวิเคราะห์ข้อมูลที่เครื่อง Biocomp เพื่อแปลข้อมูลและป้อนกลับให้ผู้ฝึกมองเห็นและเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมทางจอคอมพิวเตอร์ HEG ถือเป็น Neuro feedback แบบใหม่ที่พบว่าไม่มีผลกระทบทางด้านลบ แต่อย่างใดจึงนำมาร่วมใช้ในการบำบัดโรคสมาธิสั้น โรคออทิซึม และภาวะอื่นๆ ที่มีสาเหตุจากความผิดปกติในหน้าที่ของระบบประสาทได้เป็นอย่างดีโดยใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์นำทางเพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองว่าทำอย่างไร จึงจะสามารถสร้างสมาธิความตั้งใจได้ โดยดูจากกระบวนการป้อนกลับที่ผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ที่เป็นลักษณะของกราฟแท่ง และอาจจะมีเสียงดนตรีเพื่อความเพลิดเพลินเมื่อเด็กได้รับการฝึกฝนให้เรียนรู้ในการนั่ง สร้างความตั้งใจ และสมาธิด้วยเครื่องเอชอีจีแล้ว เด็กก็จะสามารถเรียนรู้ได้ว่าขณะที่ตนเองนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียนควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร จึงจะฟังคุณครูสอนในชั้นเรียนได้อย่างตั้งใจ และจะเข้าใจในการเรียนการสอนในที่สุด ทำ ให้ผลการเรียนดีขึ้น หากเด็กได้รับการฝึกฝนอย่างดีแล้วก็จะสามารถมีสมาธิ และตั้งใจเรียนได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องอีก Hyperbaric Chamber เป็นเครื่องมือที่ใช้การบำบัดด้วยออกซิเจน ความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy)
read more..

หนังใหม่ชนโรง ต้อนรับเปิดเทอม

Hot in the cityPublished: May 2011

โรงเรียนใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ต้องเตรียมตัวอีกเยอะแยะ หนังใหม่ก็พาเหรดเข้าโรงกันอย่างเมามัน จะไปดูเรื่องไหนดี ไม่ต้องคิดมากอ่านตรงนี้เลย แล้วยังมีแถมตั๋วหนังกับ popcorn ให้ด้วย เรื่องแรกที่ ไอเกิล อยากแนะนำคือ “Pirates of the Caribbean : On Stranger Tides” จอห์นนี่ เด็ปป์ กลับมาอีกครั้งในบทกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ ที่ทุกคนชื่นชอบ เป็นภาคที่ 4 แล้ว สำหรับเรื่องนี้กัปตันแจ็คของเราไปเจอะเจอกับสาว เพ็นเนโลปี้ ครูซ ซึ่งรับบทรักในอดีตของเขา ถ้าเธอรักแจ็คจริงก็คงไม่มีปัญหา แต่เธอกลับหลอกพาเขาร่วมล่องเรือไปตามหา “Fountain of Youth” นี่ล่ะสิ ทำให้เรื่องมันยุ่ง ที่ยุ่งหนักคือ มันไม่ใช่เรือของแจ็ค แต่กลายเป็นเรือ Queen Ann’s Revenge ของโจรสลัดเคราดำ Blackbeard นามระบือนี่ล่ะสิ มันถึงยุ่งได้ไม่เลิกพูดถึงชื่อกัปตัน Blackbeard นี้มีตัวจริงนะคะ ในเรื่องเขาใช้ชื่อนี้เพราะในสมัยก่อนประมาณช่วงศตวรรษที่ 17 มีโจรสลัดที่ถูกขนานนามว่า Blackbeard จริงๆ
read more..

วัคซีนสำหรับเด็ก

ProtectionPublished: May 2011

เพราะ “โลก” และ “โรค” มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ลูกน้อยลืมตาออกมาดูโลกแล้วจำเป็นต้องได้รับวัคซีนตามกำหนด ระยะหลังๆ นี้ก็มีวัคซีนชนิดใหม่ๆ ชื่อที่ไม่เคยรู้จัก เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เล่นเอาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ งงไปตามๆ กัน ว่าตกลงแล้ว จะต้องพาลูกไปฉีดวัคซีนอะไรและเมื่อไหร่ แถมบางทีมีลืมพาไปฉีดอีกต่างหาก เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มความมั่นใจ เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า หน้าที่หลักของเจ้าวัคซีน คือการช่วยป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ และลดความสูญเสียที่เกิดจากการติดเชื้อจากโรคต่างๆ ที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ดังนั้นหากลูกได้รับวัคซีนพื้นฐาน และวัคซีนเผื่อเลือกตามแผนการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ก็จะสามารถลดจำนวน ผู้เสียชีวิตและสามารถป้องกันความพิการของเด็กได้ ทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ลดความสูญเสียจากการที่ไม่สามารถทำงานหรือดำรงชีวิตปกติ และลดการแพร่กระจายโรคได้ วันที่ลูกกลับบ้าน ทางโรงพยาบาลจะมอบสมุดสุขภาพของลูกให้กลับไปด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรอ่านดูรายละเอียดว่าลูกควรจะต้องได้รับวัคซีนอะไรบ้างในแต่ละช่วงอายุ โดยศึกษาจากตารางการให้วัคซีนในสมุดสุขภาพวัคซีนหลายชนิดสามารถให้พร้อมกันได้โดยไม่เกิดอันตรายต่อลูก และวัคซีนบางชนิด ต้องให้มากกว่า 1 ครั้ง และต้องฉีดกระตุ้นอีกเป็นครั้งคราวจึงจะได้ผลในการป้องกันเต็มที่เพราะฉะนั้นจึงควรพาลูกมาตามนัดทุกครั้งหากลูกมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ในวันนัด คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกมารับวัคซีนตามนัดได้ ในกรณีที่ไม่สามารถตามนัดได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ ให้รับวัคซีนต่อไปได้ เลยจนครบ ตามที่กำหนด ถ้าลูกเคยมีอาการผิดปกติหลังการฉีดวัคซีนครั้งก่อนๆ เช่น ชัก ไข้สูงมาก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีดครั้งต่อไปอีก รับวัคซีนแล้วอย่าลืมจดบันทึกใน สมุดสุขภาพทุกครั้งแล้วควรเก็บไว้ให้ดี เพราะจำเป็นต้องใช้เมื่อเดินทางไปต่างประเทศบางประเทศ
read more..

ค่าเล่าเรียนลูกจะพอมั๊ยนี่ – พรหมญาณพยากรณ์ ดวงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔

Health HoroscopePublished: May 2011

ราศีธนู (๑-๓๑ ธันวาคม) การเงิน ช่วงต้นเดือน การเงินยังเรียกว่าตึงมือ ไม่สมดุล สืบเนื่องมากจากรายจ่ายเดือนที่แล้วที่ทับถมกันมาจนทำให้เดือนนี้คุณเองจะมีภาวะการเงินที่ติดขัดในช่วงต้นเดือน  แต่ถ้าจัดสรรให้ดีเมื่อเข้าสู่กลางเดือนไปแล้วการเงินของคุณจะเริ่มดีขึ้นจนถึงปลายเดือน ซึ่งหากใครที่อยากจะลงทุนทำธุรกิจหรือค้าขายอะไรใหม่ ๆ ให้รอจนถึงปลายเดือนจะเป็นการเริ่มต้นที่เหมาะ การงาน เรียกว่าคุณยังคงต้องทำงานที่หนักหน่วง  ต้องคอยดูแลบริวารและลูกน้องอย่างใกล้ชิด ให้ทำตามแผนงานที่วางไว้ ไม่อย่างนั้นจะต้องเหน็จเหนื่อยกับการแบกรับภาระไว้คนเดียว ดังนั้น คุณจะต้องละเอียด สุขุม รอบคอบ และใจเย็นให้มาก ๆ  พยายามตรวจสอบงานให้ได้คุณภาพจะดีกว่า ดังนั้นสำหรับชาวราศีธนูในช่วงนี้ยังไม่เหมาะกับการเปลี่ยนงานหรือโยกย้าย ความรัก ดวงความรักของชาวราศีธนูทั้งคนโสดและมีครอบครัวในเดือนนี้ยังไม่ค่อยดีนัก ยังคงวุ่นวายเกี่ยวกับการหึงหวง ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่เข้าใจกัน สำหรับผู้ที่มีครอบครัวจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากชีวิตคู่ของคุณในช่วงเดือนนี้จะเกิดความขัดแย้งกันตลอดเวลา สำหรับคนโสด ความรักยังไม่ค่อยเป็นใจท่าที่ควร อยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆไปก่อนจะดีกว่า สุขภาพ ให้ระมัดระวังอย่าทำงานหนัก คุณจะต้องรู้จักให้ร่างกายตนเองได้พักผ่อนบ้าง เพราะเดือนนี้คุณจะหักโหมทำงานเป็นอย่างหนักจนทำให้เครียด  จนส่งผลให้เกิดความดันต่ำ หรืออาจเครียดลงกระเพราะ ดังนั้นควรหาเวลาไปทำกิจกรรมที่คุณชอบเพื่อผ่อนคลาย จะได้ไม่เครียด สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรงเหมือนเดิม ราศีมังกร (๑-๓๑ มกราคม) การเงิน มีปัญหาวุ่นวายกับรายจ่ายที่เกินตัว  แต่จะเป็นในช่วงเดือนนี้เท่านั้น เมื่อผ่านพ้นเดือนนี้ไปได้การเงินของคุณจะเริ่มสมดุลขึ้น  แต่ถึงแม้ในภาวะการเงินที่ดูจะติดขัดแต่คุณจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ให้ผ่านพ้นไปได้ 
read more..