โรคไวรัสอีโบลา

Children % Family Published: Sep 2014

ช่วงนี้ทุกคนกำลังตื่นตัวกับเรื่องโรคไวรัสอีโบลากันเป็นอย่างมาก ด้วยความที่โรคนี้ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน อัตราการเสียชีวิตก็สูง หลายคนคงแอบวิตกกันอยู่เป็นแน่ ไอเกิล จึงขันอาสาไปหาความรู้มาให้ โดยแพทย์หญิงอรอุมา บรรพมัย อายุรแพทย์ (ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมโรคติดเชื้อ) โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้สละเวลามาให้ความรู้กับเรา

อีโบลาไวรัส คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อ อีโบลา (อีโบลา เป็นชื่อของแม่น้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านหนึ่งในประเทศซาอีร์ หรือในปัจจุบันคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่ได้มีการเกิดโรคระบาดขึ้น ผู้คนจึงตั้งชื่อให้ตามชื่อแม่น้ำแห่งนี้) เริ่มระบาดครั้งแรกในปี ค.ศ.1976 โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 318 ราย เสียชีวิต 280 ราย และมีการระบาดกันมาเรื่อยๆ ทุกปี แต่ในบางปีก็มีจำนวนลดลง อย่างในปี ค.ศ.1979 มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 34 ราย เสียชีวิต 22 ราย ในปี ค.ศ.1995 จำนวนผู้ติดเชื้อ 315 ราย เสียชีวิต 254 ราย และปีต่อๆ มา การระบาดได้ลดลงเหลือจำนวนปีละ 50-60 คนเท่านั้น

จนมาถึงปัจจุบันในปี 2014 นี้ จากที่เคยระบาดอยู่เพียงในประเทศเล็กๆ อย่างคองโก และระบาดปีหนึ่ง 200-300 ราย แต่ในปีนี้เกิดการระบาดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่เพียงภายในระยะเวลา 5 เดือน เกิดโรคระบาดมากไปถึงกว่า 600 ราย นอกจากนี้การระบาดยังลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ อย่างประเทศกินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และล่าสุดคือประเทศไนจีเรีย จะเห็นว่าการระบาดแม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะอยู่ในหลักร้อย แต่อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50%-90% กันเลยทีเดียว ประกอบกับในปัจจุบันการคมนาคมที่มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ผู้คนเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น เชื้อโรคจึงสามารถระบาดข้ามประเทศไปได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้คนทั่วโลกตื่นตัวกับเจ้าโรคไวรัสอีโบลานี้

การระบาดจะมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นอยู่ของแถบประเทศนั้นๆ บางประเทศมีน้ำน้อย อย่างในประเทศแถบแอฟริกา น้ำจะกินยังแทบจะไม่มี จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องสุขอนามัย ผู้คนคงไม่ยอมสูญเสียน้ำอันมีค่าสำหรับการดื่มเอาไปใช้ล้างมือเป็นแน่ เมื่อไม่สามารถควบคุมเรื่องสุขอนามัยได้ การติดเชื้อจึงเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

เชื่อว่าเชื้อไวรัสอีโบลามีอยู่ในสัตว์แอฟริกา เช่น ค้างคาว ลิงชิมแพนซี กอลิล่า กวาง ในครั้งแรกสงสัยว่าได้รับการติดเชื้อมาจากลิง หลายคนคงงงว่าคนไปรับเชื้อมาจากลิงได้อย่างไร คนที่ได้รับเชื้ออาจจะ ไปสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย เสมหะ หรือเลือดของลิงที่ป่วยโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสมาแล้วก็ไม่ได้ทำความสะอาด ไม่ได้ล้างมือ ซึ่งอาจจะไปหยิบจับอาหารเข้าปาก หรือร่างกายเรามีแผล จึงทำให้คนคนนั้นติดเชื้อได้

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลา จะเริ่มแสดงอาการภายใน 2 วัน ถึง 3 สัปดาห์ โดยมีอาการไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมาระบบการทำงานของตับ และไตจะลดลง จนเกิดภาวะไตวาย ตับวาย ระบบอวัยวะภายในเกิดภาวะการทำงานที่เสื่อมลง มีเลือดออก จนทำให้เสียชีวิตในที่สุด

เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ผู้คนที่รอดชีวิตคือ การรักษาแบบประคับประคอง ไปตามอาการที่เกิดขึ้น ประกอบกับตัวของผู้ป่วยเองมีภูมิต้านทานดี ร่างกายแข็งแรง จึงสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ซึ่งตอนนี้ได้มีการศึกษาและวิจัยเพื่อจะนำเอาภูมิจากผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากอีโบลา ไปทำเป็นวัคซีนป้องกัน แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาซึ่งคงต้องใช้เวลากันอีกนานพอควร

โรคไวรัสอีโบลาเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้เกิดอาการไข้และมีเลือดออก ซึ่งก็มีไวรัสอีกหลายชนิดที่ทำให้มีไข้และเลือดออกเช่นกัน ในการวินิจฉัย จึงต้องแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกก่อน เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออกจากไวรัสอื่นๆ และควรต้องคำนึงถึงเสมอว่าอาจมีผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเชื้อไวรัสอีโบลาหรือไม่ เพื่อจะได้แยกคนไข้ และเก็บสารคัดหลั่งไปตรวจอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

ระยะเวลาของการแพร่เชื้อของโรคไวรัสอีโบลา เริ่มตั้งแต่มีไข้ ไปจนถึงเสียชีวิต โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-14 วัน หรืออาจจะมากกว่า แต่ข้อดีของเชื้ออีโบลาคือ เชื้อจะไม่แพร่กระจายจนกว่าจะมีไข้หรือมีอาการ หมายถึง อาจมีคนคนหนึ่งได้รับเชื้อไวรัสอีโบลามาแล้ว แต่คนคนนั้นยังไม่มีไข้ ยังไม่แสดงอาการ เชื้อก็จะยังไม่แพร่กระจายออกไป ไม่เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ที่สามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนมีไข้

เชื้อไวรัสอีโบลาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย หากอยู่ในที่อับชื้น เชื้อก็อาจสามารถเก็บตัวอยู่ได้นานขึ้น แต่หากอยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง หรือโดนแสงแดด หรือเชื้อได้ผ่านความร้อน เชื้อก็สามารถอ่อนตัวหรือตายได้เร็วกว่า

ฟังดูแล้วเจ้าเชื้อไวรัสอีโบลานี่ช่างร้ายกาจเสียจริง วัคซีนก็ยังไม่มีให้ฉีด ดังนั้น การป้องกันตนเองคือสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่เฉพาะกับเจ้าเชื้อไวรัสอีโบลาเท่านั้น แต่เป็นการป้องกันที่สามารถใช้กันได้กับทุกโรค คือ การเอาใจใส่ในเรื่องของสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ

หากถามว่าใครมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่ากัน ต้องบอกว่าทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นได้รับเชื้อมามากน้อยแค่ไหน ร่างกายเขาเป็นอย่างไร หากเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรง เป็นคนที่รักษาสุขอนามัยเป็นอย่างดี ถึงแม้ได้รับเชื้อมา ก็อาจไม่เกิดอาการ แต่หากคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ไม่มีภูมิคุ้มกัน หรือภูมิคุ้มกันน้อยอย่างในเด็กเล็ก ผู้สูงวัย หรือคนที่มีโรคประจำตัว ก็มีโอกาสเกิดอาการได้มากกว่า

คุณหมอฝากว่า “ถึงแม้เจ้าโรคไวรัสอีโบลาจะดูร้ายกาจ แต่ก็ไม่ต้องไปวิตกกับมันมาก เพราะการเกิดโรคระบาดอยู่ในทวีปแอฟริกานู่น และทั้ง 4 ประเทศที่เกิดโรคระบาดก็ช่วยเหลือด้วยการปิดประเทศ กักตัวคนไข้ ก็สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดไปได้ ตัวเราเองก็อย่าเดินทางไปในประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ก็ควรจะคอยติดตามข่าวสาร ว่าทั่วโลกเป็นอย่างไร ไปถึงไหนกันแล้ว เพื่อการป้องกันและการรับมือ

อย่างสาธารณสุขของประเทศไทยเองก็เตรียมความพร้อมในการรับมือ มีการอบรมให้ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์ เกี่ยวกับการป้องกัน การดูแลรักษา ตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยก่อนขึ้นเครื่อง เมื่อมาถึงสนามบินต้องคัดกรองอย่างไร หากมาจากแอฟริกาจะต้องตรวจเป็นพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างไร หากสงสัยว่ามีไข้ก็ต้องถูกกักตัวไว้ก่อน อย่างสายการบินต่างๆ ก็มีการป้องกัน โดยการทำความสะอาดภายในเครื่อง สมิติเวชเองก็เตรียมรับมือ หากมีผู้ป่วยที่มาด้วยไข้สูง ก็ต้องซักประวัติอย่างละเอียด ดูว่าภายใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปในประเทศที่มีความเสี่ยงหรือเปล่า หากดูแล้วมีความเสี่ยงก็จะต้องแยกตัวเข้าห้องปลอดเชื้อ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลต่อไป ต้องบอกว่าไม่ต้องไปตระหนก แต่ขอให้ตระหนัก เพราะโอกาสที่เชื้อจะเข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นมีน้อยมาก และทุกฝ่ายก็มีการเตรียมรับมือกันเป็นอย่างดี แต่ในช่วงนี้ที่กำลังระบาดอยู่ในบ้านเรา คือ โรคไข้เลือดออก อยากให้ทุกคนเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานกันให้ดีๆ นะคะ”

Ebola Virus

Ebola virus has become the hotest issue of the year because there is no cure and no vaccine. The rate of mortality is high among those infected and many people are secretly worried about it. Aigle volunteers to extract more information on the deadly virus from Dr. On-Umar Banpamai, infectious disease specialist at Samitivej Sukhumvit Hospital, to our readers.

Ebola virus is named after a virus that was discovered near the Ebola River, which is near a village in Zaire or currently known as the Democratic Republic of Congo. It got its name from the first outbreak of Ebola occurred in 1976, where 318 people contracted the virus resulting in 280 deaths. Subsequent outbreaks varied in numbers from year to year. In 1979 there were only 34 patients and 22 deaths, but in 1995 there were 315 infections and 254 deaths. In other years, there may be only 50 – 60 cases per year.

In 2014, we have seen this disease that usually affects in a small country like Congo and infects 200 – 300 people per year grows to infect more than 600 lives within 5 months. Furthermore, the disease has spread to other countries like Guinea, Liberia, and Sierra Leones. The latest country to be affected is Nigeria where although hundreds have been infected, but the mortality rate is 50 -90%. Due to improved transportation system worldwide where we can move travelers more efficiently around the world, we see a rapid spread of this deadly disease from country to country and alarming the world in the process.

The spread of the disease depends on the living condition within that country. For example, Congo has very scarce water supply. It is imaginable that they will not waste their precious water supply on hygienic cleansing when they barely have enough water to drink. Unfortunately, it leads to widespread disease infection.

It is believed that Ebola virus exists in African animals like bats, chimpanzees, gorillas and deer. It was originally believed that the first outbreak comes from chimpanzees. Many people may wonder how humans can contract a disease from chimps. It is possible that humans come unknowingly into contact with bodily fluids from animals. If they did not clean their hands and eat something or have cuts on their bodies, infection becomes easy.

Patients who have contracted Ebola virus will start to show signs within 2 days to 3 weeks. Symptoms include high fever, headache, muscle ache, nausea and vomiting. As the infection grows, the liver function and kidney function will be gravely affected, leading to system failure, excess bleeding, and eventually death.

Because there is no cure for Ebola, the only way a patient will survive is through supportive care and the patient’s own immune system. If he/she is healthy, the chance of survival is better. Currently, studies are being conducted on survivors to find a vaccine, but they are still in the early stages of development.

Ebola virus belongs to a group of diseases that causes hemorrhagic fever so clinical tests must be done to distinguish it from other similar diseases, such as malaria and dengue fever. Considerations must be made whether to isolate the patient or not. Furthermore collection of blood and other bodily fluids must be meticulous to prevent the disease from spreading.

Transmission of Ebola virus from one person to another begins with when the infected person has a fever to the time of death, which averages about 10 – 14 days. The bright side of Ebola is that it will not spread until symptoms appear. So a person may be infected, but will not transmit the disease until he/she begins to show signs of fever. This is a vast contrast compared to the flu where it can be transmitted as early as 1 – 2 days before any sign.

Ebola virus can survive 5 – 6 hours, depending on the environmental condition. If it is in a humid, musty space, then the virus can stay viable for a longer time. But if the location is in a sunny, airy place, the virus can rapidly weaken or die. Yes, Ebola is quite deadly and there is no vaccine to prevent it. The best protection is to take good care of your health and hygiene because it can prevent most infectious diseases. It is always a good idea to eat fresh hot food, use a portion spoon when sharing a meal, and wash your hands frequently.

Anyone can become infected with the virus, but the severity depends on a person’s health. If a person is healthy and has a good immune system, he/she may not be much affected by the disease. However, if the infected person has a weak immune system like in children and elderly, the infection can be deadly.

Dr. On-Umar leaves us one final thought: “although Ebola virus is deadly, just remember that it is spreading in Africa and all four countries have taken the initiative to close their borders and isolate the patients to reduce the spread of the disease. We can prevent infection by not traveling to those countries and follow the news on its spread. Thailand’s Ministry of Health has been proactive about educating healthcare professionals on prevention and care as well as screening people at the airport. If the travelers are traveling from Africa, then the screening is more critical. If a tourist is suspected of having a fever, he will be detained for assessment. Airlines also have taken measures to clean their aircrafts thoroughly. Samitivej Hospital also has preventive initiatives as well. If a patient comes in with high fever, we will take a complete history to assess whether the patient has traveled to countries that are at risk or not. If he falls in the high risk category, he will be isolated and cared for by specialists. So with all the safety measures everyone has taken, we can be confident that the risk of Ebola in Thailand is minimal. However, we should be more concerned about dengue fever during this time of year. So make sure that your loved ones are well cared for.”