เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยวันแม่

Protection Published: Aug 2011

“วันแม่” หรือ “วันแม่แห่งชาติ” นับเป็นวันที่สำคัญในหลายประเทศทั่วโลก คือเป็นวันที่ทุกคนควรระลึกถึงพระคุณแม่ ให้เกียรติแม่และความเป็นแม่ ตลอดจนความผูกพันของแม่กับลูก

ถ้าถามว่าวันแม่เริ่มมาจากไหน คงต้องตอบว่ามาตั้งแต่สมัยอียิปต์โน่นเลย ว่ากันว่าเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเทพีไอซิส (Isis) ที่ถูกยกย่องให้เป็น “Mother of the Pharaohs” เพราะอะไรน่ะหรือคะ เรื่องมีอยู่ว่าอาณาจักรอียิปต์ หรือ ไอยคุปต์ถูกสร้างโดยสุริยเทพ (Ra) แล้วพระองค์ก็เสด็จขึ้นครองรราชย์เป็นฟาโรห์องค์แรกของอียิปต์ Ra มี โอรสและธิดาห้าพระองค์ คือ โอซิริส (Osiris) ฮามาคิส (Harmakhis) เซ็ท (Seth) ไอซิส(Isis) และเนพทิส (Nephtys)

เมื่อเจริญวัยขึ้น โอรสและธิดาของพระองค์ได้อภิเษกกันเอง ตามประเพณีของไอยคุปต์ โดย เทพโอซิริส อภิเษกกับเทพีไอซิส ส่วนเทพเซ็ทอภิเษกกับเทพีเนพทิส มีเพียงเทพฮามาคิส เท่านั้นที่มิได้อภิเษกกับใคร โสดสนิทค่ะ เรื่องคงไม่เกิดขึ้นถ้าเสด็จพ่อ Ra ไม่สละราชสมบัติและเสด็จสู่สรวงสวรรค์ทิ้งให้โอซิริสซึ่งเป็พระโอรสองค์โตครองราชย์ต่อไป ชีวิตท่านไม่ราบรื่นสักเท่าไร (สงสัยเทพเจ้าเลี้ยงลูกแบบใช้อิทธิฤทธิ์ เลยไม่รักกัน) เซ็ทอิจฉาพี่และอยากฮุปอียิปต์ซะเอง เลยลวงพี่ไปฆ่า

ครั้งแรกก็จับใส่โลงสวยลอยนํ้าไป ไอซิสต้องไปตามหาจนเจอและนำร่างกลับมาซ่อนให้พ้นจากเงื้อมมือเซ็ท ขณะที่ตามหาและขนย้ายร่างของพระสวามีนั้นนางก็คลอดพระโอรสโดยให้ชื่อว่า ฮอรัส (Horus) บ้างก็ว่าด้วยความเป็นเทพ ไอซิสก็ชุบชีวิตพระสวามีขึ้นมาได้อีก ไอซิสต้องหอบพระโอรสและพระสวามีไปหลบซ่อนให้พ้นจากเงื้อมือเซ็ท แต่กรรมบังค่ะ พอเซ็ททรงทราบข่าวเข้าก็ทรงกริ้ว (ยั้วะแตก) เสด็จตามล่าจนเจอและสับร่างโอซิริสออกเป็น 14 ชิ้น แล้วโยนทิ้งลงแม่นํ้าไนล์ (Nile River) ไอซิสต้องไปตามเก็บชิ้นส่วนมาประกอบร่างใหม่ แต่เก็บชิ้นส่วนได้ไม่หมดเพราะจระเข้แม่นํ้าไนล์ดุมาก หมํ่าชิ้นสำคัญไปไอซิสเลยชุบชีวิตพระสวามีอีกไม่ได้ ทำได้แต่พันผ้าแล้วสร้างแท่นบูชา ว่ากันว่านี้เองคือที่มาของการทำมัมมี่ (mummify) ก็เป็นเทพน่ะคะคงมีพิธีกรรมพิเศษ จนปัจจุบันก็ยังเดากันอยู่ว่าทำอย่างไร ถูกไม่ถูกอย่างไร

แค่โอซิริสถูกสับ ยังไม่สะใจพอ เซ็ทแปลงพระองค์เป็นแมงป่องว่าจะเข้าไปต่อยฮอรัสให้สิ้นพระชนม์ เดชะบุญฮอรัสรอดมาได้ แล้วยังโตขึ้นมากลับไปจัดการเซ็ท ซึ่งเป็นทั้งลุงทั้งอาและขึ้นครองราชย์รวบรวมอาณาจักรจนยิ่งใหญ่และได้รับการยกย่องอย่างสูง เล่ามาซะนานแต่อยากให้เข้าใจว่า เพราะความรักและความอดทนของไอซิสที่มีต่อพระสวามีและพระโอรสนั่นเอง ที่ทำให้พระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็น “Mother of Pharaohs” และต้องมีการบูชาพระองค์นับแต่นั้นมา

จนกระทั่งเข้าสมัยคริสตจักรตั้งแต่นั้นมาวันแม่ก็จะเกี่ยวกับศาสนามาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 16 ที่อังกฤษได้ออกกฎใหม่ให้ วันอาทิตย์ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (Lenten Sunday) เป็นการเฉลิมฉลองให้ “แม่” ทั่วๆ ไปด้วย โดยอนุญาตให้คนงานที่เข้ามาทำงานในเมือง หรือตามบ้านได้กลับถิ่นฐานของตนเอง เพื่อไปร่วมฉลองกับแม่ของตน และของขวัญสำหรับแม่ คือขนมเค้ก ดอกไม้ และลูกๆ ที่มาเยี่ยมนั่นเอง

แต่วันแม่ที่เฉลิมฉลองกันทุกอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนมิถุนายน คงจะสืบทอดกันมาจากสหรัฐอเมริกา โดยในปี 1870 คุณทวด Julia Ward Howe ขวัญเสียจากสงครามกลางเมือง (The American Civil War) ที่คุณทวดได้เห็นลูกของแม่คนนี้ฆ่าลูกของแม่คนโน้น ฆ่ากันไปฆ่ากันมา แม่ๆ ก็ได้แต่เศร้าสลด เธอจึงเรียกร้องให้มี “วันแม่” เพื่อฉลองความสันติสุขและความเป็นแม่ในที่สุดฝันของคุณทวดจูเลียก็เป็นจริง โดยกลุ่มสตรีใน 18 รัฐได้ร่วมกันกำหนดและจัดงานวันแม่ในวันที่ 2 มิถุนายน คุณทวดก็ลงทุนให้ทุกๆ คนจัดงานมาเรื่อยๆ ลุ่มๆ ดอนๆ ต่อมาได้อีก10 ปี ก็หายไปอีก

ต่อมาในปี 1908 คุณยาย Anna M.Jarvis ได้เริ่มแคมเปญ “วันแม่” อีกเพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้วและเพื่อความสันติสุข เธอไปขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนศาสนาที่แม่ของเธอไปสอนทุกวันอาทิตย์ช่วยทำแคมเปญ ผู้อำนวยการก็ดีใจหาย เพราะแม่ของ Anna ทำงานด้วยกันมาตั้ง 20 ปี ในที่สุดฝันของเธอก็เป็นจริง โดยในวันที่ 10 พฤษภาคม 1908 ได้มีการฉลอง “วันแม่” อีกครั้ง โดยจัดที่ โบสถ์ Andrew’s Methodist ที่เมือง Grafton มลรัฐ West Virginia และที่โบสถ์ในเมือง Philadelphia มลรัฐ Pennsylvania โดยมีการแจกดอกคาร์เนชั่น (carnation) ให้กับแม่ๆ ที่มาร่วมงาน ดอกคาร์เนชั่นสีขาวสำหรับระลึกถึงแม่ที่เสียชีวิตแล้ว สีชมพูและสีแดงสำหรับแม่ทั่วๆ ไป เธอบอกว่านี่คือดอกไม้ที่แม่ของเธอชอบมากที่สุด

ถึงแม้จะมีคนมาร่วมงานของเธอกว่า 400 คน ในงานที่เมือง Grafton แต่นั่นก็ยังไม่สุดๆ ของเธอ คุณยาย Anna วิ่งวุ่นอยากให้ทุกคนยอมรับ “วันแม่” ของเธอ โดยเธอถึงกับลาออกจากงาน วิ่งหานักการเมืองท้องถิ่นผลักดันให้เกิดให้ได้ และแล้วความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ท้ายที่สุดในปี 1914 ประธานาธิบดี Woodrow Wilson ก็อนุมัติให้ทุกๆ อาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เป็นวันแม

คุณยาย Anna ตายอย่างน่าสงสาร ในปี 1948 แต่ “วันแม่” ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของเธอได้ถูกนำไปเผยแพร่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มีหลายประเทศที่เลือกวันที่ 8 และ 21 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันแม่” และก็มีอีกหลายประเทศที่เลือกวันอื่นๆ จากความเชื่อหรือประเพณีพื้นเมืองของตนเอง

สำหรับประเทศไทยเรานี้ แต่เดิมมีการจัดงาน “วันแม่” ทุกวันที่ 15 เมษายน ตั้งแต่พ.ศ. 2493 ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ทางราชการได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกมะลิซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ออกดอกตลอดปีและมีกลิ่นหอมนุ่มนวล เป็นสัญลักษณ์ของวันแม่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา