ออกซิเจน เพื่อสุขภาพ Hyperbaric Chamber : O2 for Your Health

Feature Story Published: Sep 2012

ออกซิเจน เพื่อสุขภาพ
ทุกคนทราบดีว่าออกซิเจนมีความสำคัญอย่างไรในการดำรงชีวิตของเรา เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้วนต้องการได้ออกซิเจน เพราะหากเซลล์ได้รับออกซิเจนลดลงหรือขาดออกซิเจนจะทำให้อวัยวะนั้นๆ ตายได้ นอกจากนี้ออกซิเจนยังสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยป้องกันความเจ็บป่วยได้

แต่ใครจะไปนึกบ้างว่าออกซิเจนสามารถรักษาโรคได้ด้วย ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน มีการทดลอง วิจัย สังเกตการณ์ และค้นหาวิธีต่างๆ เพื่อนำออกซิเจนมาใช้รักษาโรค “Hyperbaric
Chamber” เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้ถูกพัฒนาเพื่อนำออกซิเจนมาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคทางการแพทย์

ไอเกิล ได้รับเกียรติจาก น.พ. ดร.พาฤทธิ์ เปลี่ยนขำ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ มาให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคด้วย Hyperbaric Chamber อาจารย์กล่าวว่า “Hyperbaric Chamber มีลักษณะคล้ายแคปซูล เป็นเครื่องมือที่ใช้การบำบัดด้วยออกซิเจน ความกดบรรยากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy หรือ HBOT) หมายถึง การรักษาผู้ป่วยด้วยการหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในขณะที่ผู้ป่วยเข้าไปอยู่ภายใต้สภาพความกดบรรยากาศสูงที่มากกว่า 1 บรรยากาศ ในเครื่องปรับบรรยากาศ ( Hyperbaric Chamber) ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับการให้ออกซิเจนที่ความกดบรรยากาศปกติ”

ในระยะแรก มีการนำ Hyperbaric Chamber มาใช้อย่างกว้างขวางทางเวชศาสตร์ใต้นํ้า ถูกนำมารักษาผู้ป่วยโรคนํ้าหนีบซึ่งเป็นภาวะสมองขาดเลือดจากการอุดตันของก๊าซไนโตรเจนในนักดำนํ้า เช่น เมื่อนักดำนํ้าดำลงไปแล้วกลับขึ้นมามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นอัมพาต สาเหตุอาจเกิดจากนักดำนํ้า ดำนํ้าเร็วเกินไปหรือพยายามกลั้นหายใจ เมื่อนักดำนํ้าดำขึ้น ในระบบไหลเวียนโลหิตจะขยายตัว ทำให้เกิดฟองอากาศในกระแสเลือด ไปอุดตันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ไขสันหลัง หากไปอุดตัน
ที่สมองจะทำให้เลือดไม่สามารถส่งผ่านไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้สมองส่วนนั้นไม่สามารถทำงานได้ ในการนี้จึงใช้ Hyperbaric Chamber เพื่อเพิ่มความดันทำให้ฟองอากาศมีขนาดเล็กลง จนสามารถทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปในเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น

ในปัจจุบัน มีหลายโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยเครื่อง Hyperbaric Chamber หลักๆ คือ กลุ่มที่เนื้อเยื่อต่างๆ ขาดออกซิเจน หรือเนื้อเยื่อตายจากการขาดออกซิเจน เช่น ภาวะเนื้อเยื่อทำงานผิดปกติจากฟองก๊าซ (Decompression Sickness) หรือภาวะที่มีการอุดกั้นของฟองอากาศในกระแสเลือด (Gas embolism) นอกจากนี้ยังสามารถใช้รักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวานบางชนิด (Non-healing wound) ภาวะเนื้อเยื่อตายจากการติดเชื้อโรคบางชนิด แผลเรื้อรังจากการฉายรังสี แผลฉกรรจ์จากอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันหรือตึกถล่ม แผลผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อหรือแผลไฟไหม้นํ้าร้อนลวก

ตามที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมเวชศาสตร์ใต้นํ้าและเวชศาสตร์ความกดบรรยากาศสูงของสหรัฐอเมริกา (Undersea and Hyperbaric Medical Society) ณ ปัจจุบัน ได้แก่
1. โรคฟองแก๊สอุดตันในหลอดเลือดแดง (Air or Gas Embolism)
2. โรคคาร์บอนมอนนอคไซด์เป็นพิษ /การสำลักควันไฟ (CO Poisoning and Smoke Inhalation)
3. การติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Clostridial Gas Gangrene)
4. การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากการถูกบดขยี้ (Crush Injury Compartment Syndrome, Acute Traumatic Ischemial)
5. โรคลดความกด หรือโรคนํ้าหนีบ (Decompression Sickness)
6. โรคแผลหายยาก (Problem Wound) ได้แก่
- แผลเบาหวาน
- แผลเนื่องจากการกดทับ
- แผลเนื่องจากการไหลเวียนในหลอดเลือดดำ หรือหลอดเลือดแดงไม่ดี
7. โลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดจำนวนมาก (Exceptional Blood Loss)
8. การติดเชื้อและมีการตายของเนื้อเยื่อ (Necrotizing Soft Tissue Infection)
9. การติดเชื้อเรื้อรังของเยื่อหุ้มกระดูก(Refractory Osteomyelitis)
10. การปลูกถ่ายผิวหนังและกล้ามเนื้อ (Compromised Skin Graft or Flap)
11. การได้รับบาดเจ็บจากรังสี (Radiation Injury)
- กระดูกและเนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี (Osteoradionecrosis / ORN)
- เนื้อเยื่อตายเนื่องจากได้รับรังสี (Soft Tissue Radionecrosis / STRN)
- ฟันผุเนื่องจากได้รับรังสี (Radiation Caries)
12. แผลไหม้จากความร้อน (Thermal Burn)
13. โรคฝีในสมอง (Intracranial Abscess)

การรักษาด้วย Hyperbaric Chamber นี้ได้ผลดีกับคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบสมอง เช่น สมองอาจขาดเลือดไปในช่วงที่ได้รับการผ่าตัด จากที่ต้องนอนอยู่เฉยๆ เมื่อทำการรักษาด้วย Hyperbaric Chamber ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดแล้ว ผู้ป่วยมีการตอบสนองได้ดีมากขึ้น มีการยิ้มหรือโต้ตอบได้มากยิ่งขึ้นคือมี improve ให้เห็นได้อย่างชัดเจน

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ ได้มีการนำ Hyperbaric Chamber มาบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาทางด้านสมอง อย่างกลุ่มเด็ก Autistic และกลุ่ม Cerebral Palsy (CP) คือ กลุ่มที่มีความพิการทางสมองแต่กำเนิด ซึ่งพบว่าเด็กมีอาการดีขึ้น มีการตอบสนองค่อนข้างดี Eye Contact กับพ่อแม่ เล่นกับคนอื่นๆ ในครอบครัวมากขึ้น สมาธิดีขึ้น สื่อสารดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น แต่ทั้งนี้เด็กก็ต้องได้รับการรักษา
ด้วยการกระตุ้นพัฒนาการ และการรักษาอื่นๆ ประกอบกันด้วย มีแนวทางการรักษาหลายวิธีที่ทำให้ออทิสซึมดีขึ้นปัจจัยที่เป็นสาเหตุก็มีอยู่หลายปัจจัย จึงควรใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน การรักษาจึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของการรักษาโรคด้วยHyperbaric Chamber
1. ทำให้สมองและร่างกายได้รับออกซิเจนสูงกว่าการให้ออกซิเจนตามปกติหลายเท่าจนสามารถช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงการช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
2. ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดฝอย
3. ช่วยยับยั้งและต่อต้านการติดเชื้อโรคบางชนิด
4. เพิ่มประสิทธิภาพเซลล์เม็ดเลือดขาวในการทำลายเชื้อโรค
5. ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปสู่อวัยวะที่ขาดเลือดได้ดีขึ้น
6. ลดอาการบวมของอวัยวะ
7. ลดขนาดของฟองอากาศในเนื้อเยื่อและหลอดเลือด

ขั้นตอนการรักษานั้นไม่ยุ่งยาก วิธีการคือให้ผู้ป่วยเข้าไปนอนในเครื่อง Chamber แล้วปล่อยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% สำหรับผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ที่ต่างกันคือความดันและระยะเวลา ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรคนั้นๆ โดยแพทย์จะทำการตรวจวัดความดันของหูก่อน หากคนไข้รู้สึก ตัวตลอดเวลาอยู่แล้วนั้นหายห่วง เพราะสามารถบอกความรู้สึกขณะรักษาได้ตลอดแรงดันมากไปหรือเปล่า ฉันปวดหูจังเลย แต่หากเป็นคนไข้ที่หมดสติ คุณหมอจะต้องเพิ่มแรงดันในหูให้ก่อนที่จะรับการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายกับหูเนื่องจากได้รับแรงดันมากเกินไป

ผู้ป่วยสามารถนำหนังสือเล่มโปรด หรืออุปกรณ์บันเทิง เข้าไปอ่านหรือเล่นขณะที่นอนอยู่ในนั้นได้ นอกจากนี้ภายในห้องยังเปิดเพลงหรือทีวี ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนเป็นการพักผ่อนมากกว่าการรักษา ผู้ป่วยจึงรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น สำหรับการรักษาในผู้ป่วยเด็ก คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองสามารถเข้าไปในเครื่อง Chamber พร้อมกับเด็กได้ ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วย Hyperbaric Chamber จะมีพยาบาลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้คำปรึกษาตลอดเวลา
มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ตัวเครื่องมีให้เลือก 2 แบบ

แบบที่ 1 เป็นแบบทึบแสง มีลักษณะคล้ายแคปซูลขนาดใหญ่ ทำด้วยเหล็กหนา มีช่องกระจกสามารถมองออกมาด้านนอกได้เมื่อเวลารักษาต้องสวมหน้ากากเพื่อรับออกซิเจน เหมาะกับการรักษาในเด็กที่เป็นออทิสซึม เพราะต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งคุณพ่อ หรือคุณแม่ สามารถเข้าไปอยู่ด้าน
ในเป็นเพื่อนกับเด็กได้

แบบที่ 2 มีลักษณะเหมือนหลอดแก้ว สามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกได้ทุกส่วน ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกอึดอัด แต่กลับรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เหมือนเรานอนดูทีวีอยู่กับบ้าน แบบนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องกลัวที่แคบ

ระยะเวลาในการรักษาแต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการรักษาในแต่ละโรค โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 40-60 ครั้ง ยกเว้นแผลเรื้อรังจากโรคเบาหวาน ทำการรักษาแค่เพียง 20 ครั้งก็สามารถเห็นผลที่ดีขึ้นแล้ว แต่สำหรับ
โรคเกี่ยวกับสมองขาดเลือดอย่างเช่นในเด็ก Autistic นั้น จะต้องทำการรักษาต่อเนื่องประมาณ 60 ครั้ง อาจารย์บอกว่าต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ใน 1 สัปดาห์ จะหยุดพักประมาณ 2 ครั้ง เนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระดับเซลล์สมอง จึงต้องอาศัยความต่อเนื่องและระยะเวลาในการรักษา

อาจารย์พาฤทธิ์ ฝากถึงผู้อ่านไอเกิลว่า “ศูนย์การรักษาด้วยเครื่องออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับกลุ่มคนที่เป็นโรคสมองขาดเลือด หรือแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย Hyperbaric Chamber จะช่วยเสริมการรักษาในแบบหลัก ซึ่งจะทำให้อาการต่างๆ ดีขึ้นและหายเร็วขึ้นเมื่อทำการรักษาแบบควบคู่กันไป” ลองเข้ามาปรึกษากับอาจารย์ได้นะคะ

Hyperbaric Chamber : O2 for Your Health
Without a doubt, Oxygen is the most essential element for all existence. All of human’s cells need Oxygen to move and reproduce, without it, they would die. Oxygen is vital to your immune system which helps prevent you from sickness.

But what makes Oxygen more wonderful is its healing ability! With the unlimited advancement in medical technology, the hyperbaric chamber was created to use Oxygen for
healing. It was first designed to help divers recover from decompression sickness, a condition in which the sudden change in pressure around the body induces gas bubbles inside your tissue to cause local damage. Today, hyperbaric oxygen therapy (HBOT) is used for treatment of conditions in which increasing the oxygen supply can help promote healing and your body’s defense against infections.

Aigle asked Dr. Parit Plainkum, a specialist in Emergency Medicine at Samitivej Srinakarin Hospital to describe HBOT for us. The hyperbaric chamber looks like a capsule that it is used for hyperbaric oxygen therapy (HBOT). The chamber supplies oxygen and allows the patient to breathe 100% pure oxygen at a higher level of atmospheric pressure than normal. The increase in pressure allows your lungs to take up more oxygen into your body. The oxygen is then delivered to the injured areas in your body to promote the healing process. In the case of decompression sickness, when a diver goes deep down in the water, the body tissue absorbs more nitrogen than when he is coming up. So if he comes up too fast, these nitrogen bubbles begin to form in both tissue and blood. If they get lodged in the brain, blood cannot carry oxygen effectively to the brain.

However, treatment with HBOT can reduce gas bubbles and increase oxygen supply to the affected area. Other conditions that have been approved by the Undersea and Hyperbaric Medical Society include:
1. Air or gas embolism;
2. Carbon monoxide poisoning and smoke inhalation;
3. Infections that are difficult to heal such as the bacteria Clostridium perfringens, which causes gas gangrene, refractory osteomyelitis, a bone infection, and infections that cause soft tissue death by necrosis;
4. Crush injuries which are caused by auto accidents, falls or other serious trauma;
5. Wounds that are difficult to heal such as those caused by diabetes or bed sores;
6. Exceptional blood loss;
7. Compromised skin graft or flap;
8. Radiation injuries in the bones, soft tissues and teeth;
9. Heat burn; and
10. Intracranial abscess.

Benefits of HBOT
1. The brain and body receive higher concentration of oxygen to give the system a boost.
2. Stimulate tissue growth and development of capillaries.
3. Defend against certain types of infection.
4. Increase the ability of white blood cells to defend against infection.
5. Increase blood circulation within the body, especially to damaged areas.
6. Decrease tissue swelling.
7. Decrease gas bubbles within the tissue or circulatory system.

HBOT is quite simple. The patient lies down in the chamber that has 100% pure oxygen. The only difference is the amount of pressure and time required for treatment. First, the patient’s ear pressure will be measured to determine the amount of pressure that can be applied. Since the patient is fully conscious throughout the procedure, he/she can tell the physician if the condition becomes uncomfortable.

Furthermore, he/she can bring their choice of entertainment into the chamber! Family members can also accompany the patient into the room where the chamber is located as well. Of course, our friendly nurse and physician will also be on hand for advice and assistant
throughout the treatment.

Patients can also choose from two types of hyperbaric chamber for the treatment. The first type is like a giant dark capsule made of metal. There is a window to view outside the chamber and an oxygen mask. This type of chamber is suitable for autistic children because a family member can enter the chamber to keep them company.

The other type of hyperbaric chamber is like bed surrounded by a giant glass tube. Patients can lie down comfortably to watch TV just like they are at home. This type is more suitable for people who are not claustrophobic.

Treatment time can last about 60-90 minutes. Most patients are treated 40-60 times depending on the condition being treated. Diabetes lesions only require 20 treatments to see improvement. An autistic child may need continuous 5-day per week treatment for 60 times to see some changes. As discussed earlier, HBOT can be used for the treatment of brain disorders such as CP, autism, or trauma. Although other types of therapy are also required for each specific condition, HBOT can be a supplement to help stimulate better recovery. Patients who underwent HBOT have noticeable improvements such as better eye contact, communication skills and mood.

Is HBOT the right alternative for you or your loved ones? Dr. Parit can offer useful guidance at Samitivej Srinakarin Hospital Emergency Medicine.

คุณหมอคนเก่งของไอเกิลฉบับนี้คือ น.พ. ดร.พาฤทธิ์ เปลี่ยนขำ แพทย์ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ อาจารย์ไม่แต่จะชอบศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น แต่เรียนเก่งจริงๆ โดยตั้งแต่
เรียนขั้นอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับปริญญาพร้อมเกียรตินิยมอันดับ 1 ทั้งปริญญาตรีและปริญญาเอก แค่นั้นยังไม่พออาจารย์ยังไปศึกษาต่อด้านวิจัย Research Fellowship at Department of biochemistry and chemical biology ที่ University of Wisconsin-Madison, Wisconsin สหรัฐอเมริกาด้วยค่ะ แถมยังได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น ประเภทรางวัลดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี พ.ศ. 2547 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ นอกจากนี้อาจารย์ยังเข้ารับการฝึกอบรมระยะสั้น เวชศาสตร์ใต้นํ้า รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ประจำปี พ.ศ.2553 อีกด้วย ทั้งเก่งทั้งขยันจริงๆ นะคะ ใครป่วยเป็นอะไรด่วนๆ มาพบอาจารย์ได้เลยค่ะ