อรุณสวัสดิ์ที่นิวซีแลนด์ – Ata Marie

Travelogue Published: Oct 2012

ยามเช้าที่เมืองทีรัว (Tirau) นี่สงบจริงๆ จิบกาแฟที่เข้มข้นสักนิดพร้อมอาหารเช้าไข่ดาวกับเบคอนทอดกรอบรีดนํ้ามัน พร้อมขนมปังปิ้งเนยแยมที่ถึงแม้จะแสนจะธรรมดา แต่แค่นี้ก็อิ่มอร่อย เพราะของทุกอย่างบึ้มๆ สดใหม่พร้อมบรรยากาศสดชื่น อะไรๆ ก็สดชื่นไปหมดครับ

พร้อมออกเดินทางกันหรือยังครับ ผมพร้อมแล้ว เราเดินทางต่อกันได้เลย สถานที่แห่งที่ 3 ที่อยากขอแนะนำ (แกมข้อร้อง) ว่าหาทางไปเยี่ยมชมให้ได้สักครั้งหรือมากกว่านั้นแล้วจะเข้าใจความหมายของคำว่าสวรรค์บนดินอย่างแท้จริงคืออะไร ออกจากทีรัว ไปเพียง 10 นาที บนเส้นทาง State Highway 1 (SHW 1) แล้วต่อด้วย SHW 5 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะไปเมืองโรโตรัว (Rotorua) ระยะทางประมาณ 5-6 กม. แต่เราถึง
เมือง พูตารูรู (Putaruru) ก่อน มีถนนชื่อ Whites Road หรือ Route 28 อยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2.5 กม. จะพบถนนชื่อ Leslie Road อยู่ทางซ้ายมือให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 11 กม. จะพบบริเวณจอดรถและป้ายระบุไว้ว่า Te Waihau Walkway & Spring นี่ละครับเมืองสวรรค์บนดินของผม!

ถ้าเดินเข้าไปตามทาง ช่วงแรกๆจะเป็นทิวทัศน์เชิงเขาโดยทั่วไป ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะบอกว่าโดนผมหลอกให้ต้องข้ามนํ้าข้ามทะเลมาเที่ยวภูเขาที่นิวซีแลนด์ซะแล้ว แต่ขอให้เดินๆๆๆ ต่อไปจนเข้าไปถึงบริเวณบ่อนํ้าแร่และเดินออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ตามธารนํ้าไปเรื่อยๆ จะพบเห็นนํ้าแร่สีฟ้าอมเขียว สวยแปลกตา นํ้าใสกริ๊ง จนเห็นสาหร่ายใต้นํ้าและฝูงปลา Rainbow Trout แหวกว่ายอยู่ตลอดทาง งดงามน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง Te Waihou Spring เป็นแหล่งนํ้าแร่ธรรมชาติขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในแหล่งนํ้าที่บริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นํ้าแร่ที่ผุดขึ้นมาใช้เวลา 50-100 ปีจากใต้ดิน รับรองได้ว่ากรองแล้วกรองอีกกว่าจะผุดขึ้นมาให้เราได้ชื่นใจกัน เมื่อชื่นมื่นได้ใจกันแล้วเราต้องจำใจบอกลา Te Waihau Spring เราออกเดินทางออกจากพูตารูรู ด้วย เส้นทาง SHW 5 ลงใต้ไปให้ถึงเมืองโรโตรัวกันสักที ขับรวดเดียวเลยครับ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงแน่นอนครับ

เมืองโรโตรัวเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว หลายๆ คนนิยมไปชมฟาร์มสัตว์อโกโดรม (Agro Dome) หรือ เล่นลูช (Luge) ที่ Skyline ท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยไปส่วนนี้ของเกาะเหนือ ก็ต้องไปสัมผัสให้ครบครับ แต่เสร็จแล้วไปต่อที่ๆ ผมขอแนะนำว่ามีความงดงามและน่าประทับใจไม่แพ้ที่ไหนๆ ในโรโตรัวกันเลยครับที่ๆ ว่านี้คือ The Redwoods Whakarewarewa Forest ผมน่ะ เวลาไปเมืองใหญ่ก็จะหลงละเมอไปกับแสงสีเสียงแบบเมืองครับ แต่ถ้ามาที่ธรรมชาติก็จะสุดๆ กับธรรมชาติ

เหมือนกันครับ The Redwoods Whakarewarewa Forest อ่านว่า “ฮวาคาเรวาเรว่า” เป็นไงครับลิ้นพันกันไหมครับ Whakarewarewa ชื่อนี้มีความหมายครับ ว่ากันว่าสมัยก่อนนานมาแล้ว ตั้งแต่ก่อน ปี 1886 หรือ ก่อนพ.ศ. 2429 นั้น ชาวพื้นเมืองที่เรียกตัวเองว่า Te Whakarewarewa Tanga o te Ope Taua a Wahiao มาปักหลักอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้ รู้สึกว่าเขาจะเรียกตัวเองสั้นๆ ว่า Te Wahiao ตามชื่อหัวหน้าเผ่านะ
ครับ ผ่านไปหลายศตวรรษชาวเมืองขยายเมืองออกมาจนถึงที่นี่ล่ะครับ เลยให้เกียรติใช้ชื่อเป็นชื่อป่าเรดวู้ดนี้ แต่ทำไมเอาชื่อ Whakarewarewa มาตั้งชื่อแทนที่จะเป็น Te Wahiao นี่ ผมก็จนปัญญาครับ ใครรู้เขียนมาบอกที่ editor ผมหน่อยนะครับ

คนพื้นเมืองเล่าให้ผมฟังว่าสาเหตุที่ชนเผ่า Te Wahiao ล้มหายตายจากกันไปนั้น เพราะปี 1886 นั้นเองภูเขาไฟ Tarwawera (ทาร์วา เวร่า) ซึ่งอยู่ในละแวกนี้เกิดระเบิดขึ้นมาแบบอั้นไม่อยู่ โอย…เถ้าถ่านปลิวไปไกลถึง 800 กิโลเมตรเลยล่ะครับ ส่วนลาวาก็ถล่มบ้านเมืองแถวนั้นรวมทั้งหมู่บ้านของ Te Wahiao ไปอย่างเหี้ยนเตียนไปกว่า 7 ล้านเฮกเตอร์ หรือกว่า 70 ตารางกิโลเมตรเลยล่ะครับ ต้นหมากรากไม้หายวับไปกับตา อ้อ…สมัยนี้ต้องบอกว่า ‘เกรียน’ เลย และแล้วดินแดนแห่งนี้ก็กลายเป็น ‘หมัน’ ไปเลย ต้นอะไรๆ ก็ไม่ขึ้น หรือขึ้นช้ามากตั้งแต่ปี 1890 ทางรัฐบาลของนิวซีแลนด์เพียรพยายามหาพันธุ์ไม้มาปลูก ทดลองมากถึง 170 ชนิด ผ่านไป 10 ปีก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล จนกระทั่งปี 1901 ทางรัฐบาลของเขาได้สั่งนำเข้าพันธุ์ไม้ Redwood ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกามาทดลองปลูก อุแม่เจ้า! ต้นไม้งอกงามดี แฮ๊ปปี้กันถ้วนหน้า Redwood นอกจากสูงใหญ่ได้ใจกว่า 100 เมตรแล้ว เนื้อไม้ยังนำมาใช้งานได้หลายอย่าง ตั้งแต่เป็นฟืน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งกีต้าร์ เลยล่ะครับ เฮ้อ…หมดทุกข์หมดโศกกันไป แถมยังได้ป่ากลับมาเป็นที่เชิดหน้าชูตาอีกต่างหาก

ป่า Redwoods Whakarewarewa นี้อยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองโรโตรัว เป็นสถานที่พักผ่อนที่คนนิวซีแลนด์ผู้ชื่นชอบธรรมชาตินิยมมากันมาก ไม่ว่าจะมาขี่ม้า ขี่จักรยาน เดินป่า ปิกนิก หรือพายเรือ ที่นี่มีให้ทำมากมายหลายอย่าง จุดที่น่าสนใจคือ บริเวณป่าต้นสน Californian Coastal Redwoods ที่มีอายุนับร้อยปี บางต้นมีขนาดลำต้นใหญ่โตขนาด 4-5 คนโอบ และสูงหลายสิบเมตร มีความสวยงามและเข้าชมได้ตลอดทั้งปี ท่านผู้อ่านต้องร้อง อ๋อ….ต้นไม้นี้อายุนับร้อย เพราะอะไรและเป็นมายังไงใช่ไหมครับ ในฤดูใบไม้ร่วงป่านี้จะมีความสวยงามเป็นพิเศษด้วยสีสันของลำต้นสีนํ้าตาลเข้ม และใบไม้สีเหลือง ส้ม แดง นํ้าตาล ที่คละกันไปฤดูใบไม้ร่วงของเขาช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนะครับ ไม่ใช่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนนะครับ ถ้าจะไปดู Redwood ผลัดใบเดือนกันยายนต้องบินไปบ้านเกิดของ Redwood ที่แคลิฟอเนียร์แล้วล่ะครับ หากเดินตาม walking track ของป่า Redwoods Whakarewarewa ไปเรื่อยๆ ซึ่งเขาทำดีครับมีแผนที่และป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ สามารถไปชมวิวแบบ พาโนรามา ของเมือง โรตารัวได้ด้วยนะครับ แต่ที่ผมชอบมากที่สุดคือ เข้าชมฟรีอีกแล้วครับ ยืดเส้นยืดสายกันเต็มที่แล้วเราคงต้องอำลาเมืองโรโตรัวไว้เท่านี้ก่อน

ได้เวลาวนขึ้นเหนือมาที่เมืองทาวรองง่า (Tauranga) แล้วล่ะครับ ใช้เส้น SHW 36 ต่อ 29 ครับ เราก็จะถึงสถานที่แห่งที่ 5 ที่ผมขอแนะนำนั่นคือ เมืองเม้าท์มองกานุย (Mount Maunganui ) ซึ่งเป็นเมืองท่าตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงทางเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองขนาดกลางค่อนข้างเล็ก แต่อัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศนิวซีแลนด์ เลยทีเดียวเชียวล่ะครับ ที่เมืองนี้เขาดังเรื่องชายหาดครับ หาดทรายขาวยาวสุดลูกหูลูกตา เป็นผลพวงมาจากภูเขาไฟ (อีกแล้วครับท่าน) ทำไงได้ก็ประเทศเขาเป็นดินแดนภูเขาไฟนี่ครับ ชายหาดเม้าท์มองกานุยมีทางเดินรอบฐานภูเขาเป็นระยะทาง 3.5 กม. ใช้เวลาในการเดินประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงแบบสบายๆ ซึ่งนักท่องเที่ยว ตลอดจนชาวเมืองนิยมไปเดินออกกำลังกายและชมวิวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทางขึ้นไปสู่ยอดเขาให้เลือกเดินอีกด้วย เป็นระยะทาง 3.8 กม. ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ หนึ่งชั่วโมงครึ่งขึ้นไปแล้วแต่ความพร้อมของร่างกาย ใครที่ร่างกายฟิตๆ มาลองความฟิตกันได้เลยขึ้นให้ถึงยอดเขาสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ เพราะว่าวิวทิวทัศน์ ด้านบนเขานั้นสวยงาม คุ้มค่าหายเหนื่อยจริงๆ หากไม่พร้อม และไม่อยากเสี่ยงมากก็เดิน Base walk หรือ รอบๆ ฐานภูเขาที่ว่านี่ล่ะครับได้ชมวิวงามๆ กันไปอีกแบบเหมือนกันครับ

เมื่อเสร็จสิ้นการเดินแล้ว ผมแนะนำให้ไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้สบายเนื้อสบายตัวกันหน่อยนะครับ ลองไปแช่สระนํ้าแร่เค็มที่ Hot Salt water Pool กันครับ เขามีความร้อนหลายระดับให้เลือกลงไปแช่ครับ หาไม่ยากครับอยู่ที่บริเวณทางขึ้นของเม้าท์มองกานุย แต่เขาคิดค่าบริการนะครับ ไม่แพงมากประมาณ 10 NZD หรือ 300 กว่าบาทต่อครั้งครับ

พอสบายเนื้อสบายตัวแล้วอยากทานอะไรหวานๆ เย็นเพิ่มความสดชื่นขึ้นไปอีก ลองไปที่ฝั่งตรงข้ามของ Hot Saltwater Pool มีร้านไอศกรีมที่โด่งดังที่สุดของเม้าท์มองกานุย ชื่อว่า Copenhagen Ice Cream ร้านนี้เขาทำ Waffle cone ใหม่ๆสดๆทุกวัน ผมฟาดเข้าไปโคนนึงเต็มๆ ติดใจจริงๆ อยากทานอีก แต่กลัวเอาโคเลสเตอรอลกับนํ้าตาลไม่อยู่ครับ เลยเอาแค่พอหอมปากหอมคอ

เราจะพักกันที่นี่สักคืนแล้วค่อยเดินทางกันต่อนะครับ เลือกโรงแรมที่ชอบได้เลยครับ กู๊ด
ไนท์ Pō mārie (โพมารี) ครับทุกท่าน ฉบับหน้าไปขุดทองกันครับ