สารพันปัญหา โรคกระดูกในผู้สูงวัย

Feature Story Published: Apr 2013

ทำไมคนถึงชอบเปรียบเปรยว่าผู้สูงวัย คือ วัยที่โรยรา กันนักนะ ถึงแม้จะสูงวัยแต่ท่านก็น่ารักไปอีกแบบว่ามั๊ยคะ เวลาไปไหนเราต้องจูงมือ ไม่อย่างนั้นท่านจะหลง (เหมือนแม่จูงมือลูก) บางครั้งร้องงอแง อยากกินขนม เราต้องดุ เพราะกลัวว่าเบาหวานจะขึ้น (เหมือนตอนเป็นเด็กที่เราถูกดุไม่ให้กินขนมหวานๆ เพราะกลัวว่าจะอ้วนเกินไป) บางทีก็แอบหนีเที่ยว ไปตลาดบ้าง ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตบ้าง โดยไม่บอกเรา (เหมือนเราหนีคุณพ่อคุณแม่เที่ยวในสมัยเป็นวัยรุ่น) เห็นมั๊ยคะว่าท่านผู้สูงวัยทั้งหลาย ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยน่ารักแสนซนเลยสักนิด เราดูแลลูกๆ ของเราได้ แล้วทำไมจะดูแลคุณพ่อคุณแม่ของเราไม่ได้ใช่มั๊ยล่ะคะ ไอเกิล ได้รับเกียรติจาก  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลังและข้อโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์  มาให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้สูงวัย เพื่อท่านจะได้แข็งแรงและอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานยังไงล่ะคะ

 อาจารย์กล่าวว่า “ถ้าจะให้กำหนดอายุของผู้สูงวัย สมัยนี้คงทำได้ยาก เพราะปัจจุบันทั้งผู้หญิงและผู้ชายบางคนอายุ 50 กว่าแล้ว ยังสวยปิ๊ง หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว แข็งแรงกันถมไป ถ้าจะให้นิยามของคำว่า ผู้สูงวัย คงต้องดูจากการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องกระดูกอย่างเดียว แต่เป็นการเสื่อมที่เกิดขึ้นทั้งระบบ ทั้งกระบวนการของร่างกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า” สารพันปัญหาต่างๆ ที่มักพบมากในผู้สูงวัย ได้แก่

“ผม” จากที่เคยดกดำก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือสีขาว หรือเรียกง่ายๆ ว่าผมหงอกนั่นเอง แต่ถ้าเราคิดในแง่บวก ดีซะอีกเหมือนเราได้ทำไฮไลท์โดยไม่ต้องย้อม ไม่ต้องเสียตังค์

“สายตา” ผู้สูงวัย มักมีสายตาฝ้าฟาง และสายตาเริ่มยาวขึ้น ถ้าคิดในแง่ดี เมื่อก่อนนี้มองอะไรก็เห็นแต่ใกล้ๆ แต่เดี๋ยวนี้สายตากว้างไกล อยู่กรุงเทพฯ จะมองเห็นเชียงใหม่มั๊ยนะ

“หู”  ทุกคนมักกังวลกับความหย่อนยานเมื่ออายุมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเรื่องหูล่ะก็ หายห่วงค่ะ ถ้าเข้าสู่ผู้สูงวัยเมื่อไหร่ ตึงเมื่อนั้น โดยไม่ต้องศัลยกรรม

“ฟัน” มักหลุดร่วง ทำให้บดเคี้ยวอาหารได้น้อยลง

“ประสาทสัมผัส” ทั้ง 5 มักช้าลง คงจะเหมือนรถไฟไทยที่ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ไปมันเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ถ้าคิดให้ดีการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของคนปัจจุบันมักทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่ถ้าใช้ชีวิตอย่างผู้สูงวัย Slow life ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะแฮปปี้กันนะคะ

สิ่งต่างๆ ดังที่กล่าวมานี้ เป็นการเสื่อมที่เรามองเห็นและสัมผัสได้จากคนรอบข้าง  แต่ยังมีโรคและอาการอื่นๆ อีกมาก ที่ตามประชิดติดผู้สูงวัยกันแบบหายใจรดต้นคอ ทั้งตัวผู้สูงวัยและลูกหลานเองควรระวังโรคต่างๆ ที่อาจตามมาเหล่านี้

โรคหัวใจและหลอดเลือด เกิดจากภาวะหลอดเลือดเสื่อม หลอดเลือดแข็งตัวโดยเฉพาะหลอดเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงไต สมอง หัวใจ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนัก เหนื่อยง่าย ส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม และอีกส่วนหนึ่งมาจากอาหารการกิน ที่ไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย  จึงควรระวังเรื่องอาหารตั้งแต่เยาว์วัยอย่าให้อ้วนเกินไป

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม พบว่าคนไทยเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมมากที่สุดในบรรดาโรคกระดูก

ทั้งหลาย เกิดจากความสูงของหมอนรองกระดูกยุบลง น้ำหล่อเลี้ยงแห้ง มีหินปูนมาจับ ทำให้เดือยกระดูกที่อยู่บริเวณขอบกระดูก ยื่นเข้าไปในช่องไขสันหลัง ทำให้ทางเดินของรากประสาทสันหลังตีบ เกิดการบีบกด ทำให้เกิดอาการปวดหลัง หลังค่อม จะเห็นว่าผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักหลังค่อม และเตี้ยลงเกิดจากกระดูกสันหลังยุบตัวนั่นเอง

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบมากรองลงมา เพราะเข่าของคนเราต้องทำงานมากมาเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดโรคได้ง่าย ข้อเข่าเสื่อมเกิดจาก กระดูกอ่อนของข้อมีการเสื่อมสภาพทำให้ไม่สามารถเป็นเบาะรองรับน้ำหนัก และมีการสูญเสียคุณสมบัติของน้ำหล่อเลี้ยงเข่า เมื่อมีการเคลื่อนไหวของเข่าจึงเกิดการเสียดสีและสึกหรอของกระดูกอ่อน เมื่อเคลื่อนไหวข้อเข่าจะเกิดเสียงดังในข้อ มีเกิดอาการปวดข้อ เข่าโก่ง ยิ่งอายุมากขึ้นจะยิ่งปวดมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น คือ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป

โรคข้อสะโพกเสื่อม มีอัตราการเกิดน้อยก็จริง แต่หากเป็นแล้วเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสไม่แพ้โรคอื่นเลย  เกิดจากการที่เส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวกระดูกสะโพกมีการอุดตัน ทำให้หัวกระดูกสะโพกค่อยๆ ตาย ผิวข้อสะโพกจะเสียไป จนในที่สุดหัวกระดูกสะโพกจะยุบตัว ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติและมีอาการเจ็บปวดอย่างมาก สิ่งที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดข้อสะโพกเสื่อม ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำ หรือภายหลังจากการได้รับอุบัติเหตุที่ทำให้มีการเคลื่อนหลุดของหัวสะโพกจากเบ้า เป็นต้น

โรคกระดูกพรุน คือโรคที่กระดูกมีภาวะความหนาแน่นลดลง โครงสร้างของเนื้อกระดูกเสื่อม เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 นำหน้า ร่างกายมีกระบวนการสร้างเนื้อกระดูกใหม่ช้ากว่ากระบวนการสลายเนื้อกระดูก โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน จะมีการเสื่อมถอยของกระดูกอย่างรวดเร็วและมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่า เนื่องจากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งจะช่วยยับยั้งการสลายเนื้อกระดูก จึงทำให้กระดูกเปราะบาง หักหรือยุบตัวได้ง่าย กระดูกส่วนที่หักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือและต้นแขน กระดูกเชิงกราน

โรคกระดูกพรุนเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่แสดงอาการแบบทันทีทันใด ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ และมีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงส่งผลต่อคุณภาพชีวิต  จึงควรส่งเสริมให้เนื้อกระดูกมีความหนาแน่นในระดับสูงสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน  รวมทั้งลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสม ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ในบางรายคุณหมออาจแนะนำให้ทานแคลเซียมเสริม

โรคกระดูกคอเสื่อม ปัจจุบันอาจไม่ใช่โรคของผู้สูงวัยเพียงอย่างเดียวแต่กลับกลายเป็น โรคฮิตของคนสมัยใหม่ เพราะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ชอบนอนบนเก้าอี้เอนนอนหรือโซฟาเบด นอนหนุนหมอนสูงแล้วดูทีวี หรือนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ โดยเฉพาะหน้าคอมพิวเตอร์ โดยไม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ อาการเริ่มต้นจะมีอาการปวดคอและคอแข็งหรือที่เรียกกันว่า “ตกหมอน” บางทีก็มีอาการปวดที่บริเวณสะบัก ที่มักเรียกว่า “สะบักจม” อาการทั้งสองอย่างนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าหมอนรองกระดูกคอเริ่มมีอาการเสื่อมแล้ว หากปล่อยไว้ให้เป็นมากจะมีอาการปวดร้าวลงแขน หรืออาจมีอาการชาร่วมด้วย เป็นโรคที่บั่นทอนและสร้างความรำคาญในการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่อยากมีปัญหาโรคกระดูกคอเสื่อมควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันซะตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ

แนวทางในการรักษาและป้องกัน

ในวัยของผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเสื่อมถอย การรักษาต่างๆ เป็นการรักษาเพื่อลดอาการเจ็บปวด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติสุข ตั้งแต่การทานยาแก้ปวดลดการอักเสบ การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ หากผู้ป่วยยังไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเสียใหม่ ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำเดิมได้อีก หรือผลการรักษาในอนาคตอาจไม่ดีเท่าที่ควร เพื่อให้ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุดและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง โปรตีน

คาร์โบไฮเดรต  ไขมัน  วิตามิน  และเกลือแร่  รวมทั้งน้ำ ซึ่งต้องรับประทานให้ถูกส่วน และออกกำลังกายอย่างพอควรและสม่ำเสมอ

เมื่ออายุมากขึ้นควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและไขมัน ทั้งจากสัตว์และพืช หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด ควรทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ดื่มนมเพื่อเพิ่มแคลเซียม หากใครที่แพ้หรือไม่ชอบนมวัว สามารถดื่มนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ ก็ได้แคลเซียมและโปรตีนเหมือนกัน ควรกินข้าวซ้อมมือ กินอาหารจำพวกปลา ซึ่งย่อยง่าย ถั่วต่างๆ ผักผลไม้ซึ่งมีกากใยสูง ถ้าดูแลผู้สูงวัยได้แบบนี้รับรองว่าสุขภาพดีและอายุยืนกันถ้วนหน้าค่ะ

 Bite Back at the Bones      

As parents get older, they tend to regress back into children.  We have to hold their hands everywhere we go.  We have to admonish them for eating that extra dessert for fear of diabetes.  Sometimes, they even sneak out on their own without telling anyone!  Does that sound familiar?  If we can take care of our children, we can also take care of our parents.

Professor Emeritus Charoen Chotigavanich, chief spine and joint specialist from Samitivej Srinakarin Hospital, shares with us how best to keep our elderly relatives healthy so they can have longevity.

“It’s difficult to define elderly people these days because men and women in their 50s are still quite healthy and vivacious.  I guess we can define “elderly” by the decline of bodily functions, not just the bones, but overall.”

Hair.  What was once a head full of dark hair has not changed to gray or white.  Let’s think of it as a natural highlight without salon treatment fees.

Eyesight.  As we rise in age, the our eyes become far-sighted, making us visionaries with long range reach.  We may be in Bangkok, but we can foresee Chiangmai on the horizon.

Ears.  Everyone worries about wrinkles and fine lines.  But when it comes to ears, it becomes strained automatically with age.

Teeth.  Dieting is not necessary because the teeth are falling off, making chewing more difficult.  Loss of appetite soon follows.

Senses.  All five senses slow down like a Thai train.  Hey, life in the 21st century is just a big rush.  So why not take it easy and slow for once?

These things are what we all can see and feel.  However, there are other hidden factors that creeping up on our parents and elderly.

Cardiovascular disease.  Our blood vessels lose their elasticity over time, especially those fine vessels that feed the kidneys, brain, and heart.  So the heart has to work overtime.  Fatigue soon follows.  This is partly due to hereditary factors, but the other part is due to unhealthy eating habits and lack of exercise.  It is best to pay attention to our dietary intake from a very early age.

Spondylosis.  Highly common among Thai people, spondylosis is the degeneration of the spine due to calcification and shrinkage of the intervertebral column.  The spinal canals become narrower, causing increase in pressure, which results in back aches and pain.

Knee joint degeneration.  The knee joints are the second most common problem because the knees are always hard at work.  The tendons degenerate over time and can no longer act as cushions.  The fluids inside the joints are no longer plentiful and each movement comes with a loud sound.  Excessive weight leads the way for early onset of joint degeneration.

The hips.  Although the occurrence of hip pains is quite low in frequency, when it does happens, it can be quite painful.  Hip pains are caused by the clogging of arteries that are feeding the hips.  The head of the femur suffers over time until it shrinks so much that normal movement can be extremely painful.  Risk factors for hip problems include consumption of alcohol or steroids, or accidents that lead to pelvic dislocation.

Osteoporosis is a condition in which the bone density decreases.  It usually starts in the 30s when our body builds up bone slower, especially in women who are entering menopause.  The degeneration occurs at 2 – 3 times faster rate than men due to lack of estrogen, which helps prevent bone destruction.  So the bones become more brittle.  Injury usually occurs in the spine, hips, forearm, wrists and pelvis.

Osteoporosis is a chronic disease that creeps upon us slowly, but has a very high impact on the quality of life.  Vigilant prevention can be quite helpful by changing our diets to include high calcium contents, and in some cases, calcium supplements.

Cervical spondylosis. In recent years, cervical spondylosis has become popular among young people as well as elderly.  This is because we now like to sleep on a recliner or sofa bed to watch TV.  Sitting in the same position in front of the computer also contributes to cervical spondylosis.  It is just like when you slept the wrong way at night and got a stiff neck in the morning.  If you start getting pains in around your neck and shoulder blades, it could be a warning sign that you may have cervical problem.  If it goes untreated, the pain may radiate down your arms and becomes a nuisance in your daily life.  It is still not too late to change your posture habits today.

Prevention and treatment.

Pain management can improve the quality of life.  This includes taking pain medication, physical therapy and surgery, all of which are methods of fixing end of the problem.  To fix the root cause, it is best to change daily routine habits to prevent reoccurrence.  Proper diets that include all food groups (proteins, carbohydrates, fats, vitamins, minerals and fluids) and regular exercise are highly recommended.

Intake of carbohydrates and fats should be controlled.  Avoid food that contains high sugar and salt.  Milk or food with high calcium content should be considered.  Soy drinks also provide plenty of calcium and proteins for those who have aversions for milk.  Brown rice and fish, as well as high fiber fruits and vegetables, will help with the digestive system.

Professor Emeritus Charoen leaves us with one last advice:  “Treatment is prevention.  Elderly are like journeymen who have been through many terrains.  It is best to stock up on proper supplies when you can because you don’t know if there will be food ahead.  Life is like a journey.  If we take the right road, we can keep on going.”

          Professor Emeritus Charoen Chotigavanich has been in the spine business for more than 40 years.  He is currently an Active Member of Scoliosis Research Society, a worldwide organization of  over a thousand experts on spinal deformities.  He is also an executive board member of the Asia Pacific Orthopedic Association.

 ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์

คุณหมอของไอเกิลฉบับนี้ คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการกระดูกสันหลังมานานกว่า 40 ปีแล้ว ปัจจุบันอาจารย์เป็น Active Member ของ Scoliosis Research Society (SRS) สมาคมวิจัยโรคกระดูกสันหลังคด ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกสันหลังทั่วโลกที่ทำการวิจัย การรักษาโรคกระดูกสันหลังคด (Spinal Deformities) ที่มีสมาชิกอยู่กว่า 1,000 คน อาจารย์ยังเป็น กรรมการบริหาร ของ Asia Pacific Orthopedic Association ที่ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศในแถบนี้

อาจารย์มักพูดกับเราเสมอว่า เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องเก็บออม ต้องสะสมมาตั้งแต่วัยละอ่อน จะนั่งรอ นอนรอ มาเริ่มเก็บตอนวัยละอ่อนเหลือน้อยนั้น มันย่อมไม่ทันกาลค่ะ “การรักษาที่ดี คือการป้องกัน ผู้สูงวัย เปรียบเสมือน ผู้ที่เดินทางไกล ต้องลุยโคลน ลุยฝุ่น มาไม่รู้เท่าไหร่ ต้องรู้จักสะสมเสบียงในยามที่สามารถทำได้ เพราะไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะมีอาหารให้เราหรือไม่ เพราะชีวิตคือการเดินทาง แต่ต้องเดินให้ถูกทาง ก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและอายุยืนนาน”