สวัสดีนิวซีแลนด์ mKia Ora New Zealand

Travelogue Published: Sep 2012

 

 

ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศร้อนๆ ไปเที่ยวเล่นหิมะให้ฉํ่าชื่นใจในช่วงนี้ ลองไป Kia Ora (เคีย โอร่า) ฮัลโหลนิวซีแลนด์กันดูสิครับ

ถ้าใครถามไปช่วงหน้าหนาวนี้จะดีเหรอ ผมขอตอบว่านิวซีแลนด์นี่ไปได้ตลอดทั้งปีเลยล่ะครับ เพราะนอกเหนือจากธรรมชาติอันสวยงามสบายตา อากาศสะอาด ผู้คนยิ้มแย้มเป็นมิตร และฝูงแกะนับล้าน ที่เราพบเห็นได้สัมผัสตลอดทั้งปีแล้ว แต่ละช่วงของปีก็ยังมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่จะทำให้ผู้คนไปเยี่ยมเยือนได้สัมผัสสิ่งใหม่ๆ ได้อยู่ตลอดเวลาเลยล่ะครับ

ผมน่ะโชคดีมีเพื่อนย้ายไปประจำ ทำงานอยู่ที่นั่นกว่า 5 ปี เลยมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียน หลายครั้งในหลากฤดู ประทับใจจริงๆ นี่ก็เสียดายเพราะเพื่อนผมครบเทอม ย้ายครอบครัวกลับมาเรียบร้อยแล้ว ก็ดี ครับอบอุ่น ได้เจอเพื่อนฝูงครบทีม ก่อนจะเที่ยวเรามาทำความรู้จักประเทศ นิวซีแลนด์กันก่อนดีไหมครับ

ประเทศนิวซีแลนด์ อยู่บริเวณตอนใต้ของเส้นศูนย์สูตร ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิคทางด้านตะวันออก และทะเลทัสมัน (Tasman Sea) ทางด้านตะวันตก ถ้าพูดถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์แล้วล่ะก็ ต้องบอกว่าประเทศเขาเป็นหมู่เกาะล่ะครับเกาะใหญ่ๆ มี 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ (North Island) และ เกาะใต้ (South Island) และมีเกาะเล็ก เกาะน้อย อีกจำนวนหนึ่ง คิดๆแล้วทั้งประเทศมีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 268,000 ตารางกิโลเมตร ก็ประมาณใกล้เคียงกับประเทศอังกฤษล่ะครับ เกาะของเขารูปร่างยาวๆ เพราะฉะนั้นประเทศเขาจึงมีพื้นที่ชายหาด มากมาย และมีฟยอร์ด (Fjord) ซึ่งเป็นอ่าวเล็กๆ แคบและยาว ลักษณะเป็นชายฝั่งที่เว้าแหว่ง เนื่องจากถูกธารนํ้าแข็งกัดเซาะ เมื่อธารนํ้าแข็งละลายจึงมีนํ้าทะเลเข้ามาแทนที่ ในขณะที่บางส่วนของภูมิประเทศเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ ใช้เพาะปลูกและ เลี้ยงสัตว์ และเพราะเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟทั้งที่ดับแล้วและยังไม่ดับ จึงทำให้มีบ่อนํ้าร้อน และบ่อโคลนเดือดมากมาย

นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงมีหิมะปกคลุม และเนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ใต้เส้นศูนย์สตูรนี่เอง ทำให้ฤดูต่างๆ ของเขาไม่เหมือนของเรา ฤดูร้อนของเขาจะประมาณเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูใบไม้ร่วง เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ฤดูหนาว มิถุนายน-สิงหาคม และฤดูใบไม้ผลิ กันยายน-พฤศจิกายน เนื่องจากตั้งอยู่ในโซนอากาศอบอุ่น ทำให้มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวไม่หนาวจัดมาก มีฝนตกตลอดปี ด้วยลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่มีความหลากหลายนี้เองทำให้นิวซีแลนด์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความแตกต่างได้ในทุกฤดู สำหรับผมแล้วนิวซีแลนด์มีสถานท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายทั้งในเกาะเหนือและเกาะใต้ ถ้าใครได้เคยไปสัมผัสแล้ว คง
เห็นด้วยกับผมว่าสถานที่ยอดนิยมของเขา เช่น ถํ้าหนอนเรืองแสงไวโตโม่ (Waitomo Cave) บ่อนํ้าพุร้อนที่โรโตรัว (Rotorua Hot Spring) ฟาร์มสัตว์ Agrodome ทะเลสาบเทาโป (Lake Taupo) บ่อนํ้าแร่ฮานเมอร์ สปริง (Harnmer Springs) เม้าท์คุ๊ก (Mount Cook) ทะเลสาบวานาก้า (Lake Wanaka) มิลฟอร์ดทาวน์ (Milford Town) และธารนํ้าแข็ง Fran Josef นั้นน่าประทับใจจริงๆ

ความจริงนิวซีแลนด์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามอีกมากมายที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยเราอีกมากเลยทีเดียว เพราะคนส่วนใหญ่ชอบไปเกาะใต้ วันนี้ผมอยากแนะนำสถานที่พิเศษที่ผมชอบมากบางส่วนบริเวณตอนกลางของเกาะเหนือมาให้รู้จักกันนะครับ สถานที่เหล่านี้ คุณผู้อ่านสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยรถยนต์ครับ อยู่ไม่ไกลจากเมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland) เท่าไรนักหรอกครับ ผมน่ะชอบเช่ารถขับไปเรื่อยๆ ที่นิวซีแลนด์นี่ ขับง่ายครับ ป้ายเขาชัด และเพราะถือว่ายังเป็นประเทศใหม่ ผังเมืองเป๊ะครับ ขับไปตามทางไม่หลงแน่นอน ทาง Tourism Authority ของเขาก็แนะนำให้นักท่องเที่ยวขับรถเที่ยวเองนะครับ เอาล่ะไปเที่ยวกันดีกว่าครับ สถานที่แรกที่ผมขอแนะนำก่อนเลยคือ

Hamilton Garden ที่เมืองแฮมิลตัน จากเมืองโอ๊คแลนด์หากเราใช้เส้นทางสาย 1 (Southern
Motorway/Thermal Explorer Highway 1) ลงทางใต้ไปยังแคว้นไวกาโต้ (Waikato Region) ก็จะพบเมืองแฮมิลตันซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไวกาโต้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย Top 10 ของนิวซีแลนด์ด้วยล่ะครับ

สวนสวยที่เมืองแฮมิลตันนี้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี บริเวณที่เปิดให้เข้าชมเรียกว่า Garden Collection ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนหลากหลายอารมณ์ทีเดียวเชียวล่ะครับ

โซนแรก คือ Paradise Collection ประกอบด้วยสวนและสิ่งปลูกสร้างหลากสไตล์ ทั้งแบบจีน อังกฤษ ญี่ป่น อเมริกัน อิตาเลียน และอินเดีย เรียกได้ว่าได้เห็นสวนสวยของทั่วโลกเลยทีเดียว ผมชอบสีสันสดใสของสวนอินเดีย และแบบ Renaissance ของอิตาเลียนครับ ถึงจะไม่อลังการณ์เท่า Getty Museum ที่อเมริกาแต่ผมก็ชอบนะครับ

โซนที่สอง คือ Productive Collection โซนนี้สนุกครับมีทั้งสวนครัว สวนสมุนไพรสวนพื้นเมือง ใครที่สนใจเรื่องพืชที่ทำอาหารได้ ต้องมาเดินดูครับ เห็นแล้วอยากเอาไปทำกับข้าวจริงๆ ครับ

โซนที่สาม คือ Fantasy Collection ที่มีเครื่องประดับเป็นพอร์เซอเลนจากจีนและญี่ปุ่นและสวนอื่นๆ แปลกๆ ที่เราไม่ค่อยเคยเห็นเยอะแยะไปหมดครับ ส่วนนี้เขากำลังขยายออกไปอีกครับ นัยว่าจะสร้างสวนในฝันอีกหลากหลายรูปแบบครับ

โซนที่สี่ คือ Cultivar Collection โซนนี้ผมชอบมาก มีสวน Rogers Rose Garden ที่ผมเรียกว่าตำนานกุหลาบของนิวซีแลนด์เลยล่ะครับ มีทุกตระกูล สวยๆ ทั้งนั้น แต่ยังไม่เจ๋งเท่าสวน Rhododendron Lawn ที่มีดอกไม้หอมทั้งนั้น ยิ่งไปเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี่ เรียกว่าหอมอบอวลชื่นใจจริงๆ ครับ โซนนี้ยังมีสวน Hammond Camellia ซึ่งเป็นดอกไม้ประดับที่คนนิวซีแลนด์ชื่นชอบ New Zealand Cultivar Garden ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมือง และ Victorian Flower Garden ซึ่งทีแรกผมนึกว่าจะเป็นสวนสมัยวิคทอเรียน แต่ปรากฎว่าเป็นสวนที่มีทีมงานผสมพันธุ์ดอกไม้ใหม่ๆ เยอะแยะไปหมด

โซนสุดท้าย คือ Landscape Collection เป็นโซนที่เดินสูดอากาศเพลินครับเพราะเป็น woodland เดินสบายๆ ชมทิวทัศน์ของต้นไม้บนเนินเขา ต้นไม้ทางซีกโลกใต้แปลกดีครับ

แค่ไปที่สวนนี่ก็กินเวลาไปทั้งวันแล้วล่ะครับ ไปหาที่พักกันดีกว่านะครับ ขับรถออกจากเมืองแฮมิลตันไป ด้วย State Highway 1 เส้นเดิม ไปไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงเมืองเล็กๆที่ชื่อว่า Tirau (ทีโรว) พอไปถึงปุ๊บเราตรงไปที่ I-site ของเมืองก่อนเลยครับ I-Site ที่นี่มีชื่อเรียกว่า Big Dog แต่จะเป็นเพราะเหตุผลใด ขอเชิญไปชมด้วยตัวเองกันจะดีกว่า เข้าไปที่ I-site ขอข้อมูลที่พัก ร้านอาหารได้ หรือ จะให้ทาง I-site จองที่พักให้เลยก็สะดวกดีนะครับ ไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น แล้วเราก็ออกมาเดินช้อปปิ้งของแต่งบ้านเก๋ๆ กันพอหอมปากหอมคอ หาอาหารอร่อยๆ ทานกันแล้วค่อยไปพักผ่อนให้สบาย เนื่องจากเป็นเมืองเล็กๆ ที่พักเขาจะเป็น Motel homestay ให้พักกันง่ายๆ นะครับ เดี๋ยวตื่นขึ้นมาฉบับหน้าเราจะไปกันต่อครับ