เมื่อลูกเป็นหนุ่มเป็นสาว…ก่อนวัย และโตเร็วเพราะมีฮอร์โมนเพศมากเกินไป

Feature Story Highlight Published: May 2012

 

ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่คนไหนก็อยากให้ลูกน้อยที่เกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก เป็นเด็กดี ฉลาด มีพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง จึงมักจะสรรหาอาหารสารพัดสูตรที่คิดว่าดี มีประโยชน์ให้กับลูก เพราะเดี๋ยวจะโตช้ากว่าลูกคนอื่นๆ เขา ยิ่งในยุคนี้จะเห็นได้ว่าเด็กๆ โตเร็วกันเหลือเกิน ผ่านไปแป๊บเดียว กลับมาพบกันอีกครั้งโตขึ้นเป็นกองจำกันแทบไม่ได้ หากมองแบบผิวเผินอาจดูไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ต้องใส่ใจเพราะไม่เป็นผลดีกับเด็กเลย เนื่องจากเด็กอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรค เป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยได้!!

ไอเกิล ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์กิตติ อังศุสิงห์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและการเจริญเติบโต โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ อธิบายถึงธรรมชาติของการเจริญเติบโตให้ฟังว่า เด็กจะมีความสูงเพิ่มขึ้น 5 ซม.ต่อปี ในเด็กผู้หญิงอายุ 4-8 ปี ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น และเด็กผู้ชายอายุ 4-10 ปี ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น โดยดูจากเส้นโค้งมาตรฐานการเจริญเติบโตจะอยู่ในเส้นกลาง หากเด็กที่ค่อนข้างสูงตั้งแต่ต้นคือ ตั้งแต่อายุ 4 ปี ความสูงจะอยู่สูงกว่าเส้นกลาง โดยอาจจะสูงประมาณ 6 ซม.ต่อปี ส่วนเด็กที่เจริญเติบโตตํ่ากว่าเส้นกลางจะสูงขึ้นประมาณ 4-4.5 ซม.ต่อปี เท่านั้น แต่เมื่อไรก็ตาม ที่เด็กเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นของเด็กผู้หญิงและช่วงกลางหรือต่อท้ายของผู้ชาย จะมีการเพิ่มความสูงต่อปีที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเพิ่มของฮอร์โมนเพศ ในขณะเดียวกันฮอร์โมนเพศก็จะช่วยชักนำให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหรือ Growth Hormone ออกมามากขึ้นด้วย ซึ่งทั้ง 2 ฮอร์โมนนี้จะช่วยให้เด็กมีความสูงเพิ่มขึ้น

“ในเด็กผู้หญิงจะมีการเพิ่มความสูงประมาณ 8-9 ซม.ต่อปี ซึ่งการเพิ่มความสูงตรงนี้จะมีเพียงปีเดียวเท่านั้น ในเด็กผู้ชายก็จะมีการเพิ่มความสูงที่สูงสุดเพียงปีเดียวเช่นกัน โดยจะสูงขึ้นประมาณ 9-10 ซม.ต่อปี ซึ่งเด็กผู้ชายมักจะเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าเด็กผู้หญิง ประมาณ 2 ปี ฉะนั้น ในเด็กหญิงและเด็กชายที่เป็นเพื่อนกันเมื่อปิดเทอมไปแล้วเปิดเทอมใหม่มาเจอกัน เด็กชายอาจจะตกใจได้ว่าเพื่อนหญิงที่เคยเตี้ยกว่าเขากลับสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา”

ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้ถูกผลิตจากต่อมใต้สมองพิทูอิทารี (Pituitary Gland) โดยต่อมที่ควบคุมการผลิตฮอร์โมนเพศนั้นจะถูกควบคุมการเริ่มและหยุดสร้างฮอร์โมนด้วยระบบหนึ่งที่ชื่อว่า Hypothalamic Pituitary Adrenal Axis ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตฮอร์โมน ซึ่งระบบนี้จะถูกควบคุมด้วยสมองส่วนที่เรียกว่า ไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) การเข้าสู่วัยหนุ่มสาวนั้น ตามปกติเด็กผู้หญิงจะเริ่มที่อายุ 9-10 ปี ส่วนเด็กผู้ชายจะเริ่มที่อายุ 11-12 ปี ซึ่งเกิดจากฮอร์โมน LHRH จากสมองส่วนไฮโปธาลามัส ไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้สร้างฮอร์โมนโกแนโดโทรปิน (Gonadotropins) คือ FSH และ LH ซึ่งจะกระตุ้นต่อมเพศให้สร้างฮอร์โมนเพศมากขึ้น

ในเด็กผู้หญิง คือ รังไข่ จะมีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้มีไตเต้านม สูงเร็วและมีประจำเดือน ในเด็กผู้ชาย คือ อัณฑะซึ่งจะมีการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ทำให้มีการสะสมกล้ามเนื้อในร่างกาย มีขนปรากฏตามตัว อวัยวะเพศ รักแร้ หัวเหน่า มีการหลั่งนํ้าอสุจิ ส่วนสภาวะที่เด็กโตเร็วกว่าปกติหรือที่เรียกว่าเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย (Precocious puberty) กุมาร-แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อให้ความรู้ว่า เป็นโรคที่พบได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย โดยเด็กหญิงจะคลำ พบไตเต้านม ซึ่งจะมีลักษณะเป็นไตแข็งบริเวณลานหัวนม อาจจะพบเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ก่อนอายุ 8 ปี เด็กจะสูงเร็ว และมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 9 ปี

ส่วนในเด็กชายจะมีการเพิ่มขนาดของอัณฑะ แกนยาว เกิน 2.5 ซม. สูงเร็ว มีสิว เริ่มมีขนที่อวัยวะเพศ รักแร้ มีหนวด โดยการเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยนี้ จะพบในเด็กหญิงมากกว่าเด็กชายประมาณ 8-20 เท่า

ควรใส่ใจเด็กหญิงที่เป็นสาวก่อนอายุ 6 ปี และเด็กชายที่เป็นหนุ่มก่อนอายุ 9 ปี ทุกรายมักจะมีความผิดปกติที่เป็นต้นเหตุแฝงอยู่ สมควรได้รับการตรวจโดยกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ โดยไม่ชักช้า

ด้านปัจจัยที่ทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ได้แก่ กรรมพันธุ์ คือ พ่อเป็นหนุ่มเร็ว แม่มีประจำเดือนเร็วก่อนอายุ 12 ปี เด็กอาจจะมีการทำงานของฮอร์โมนระบบสืบพันธุ์เร็วไปโดยไม่ทราบสาเหตุหรืออาจมีต้นเหตุจากเนื้องอก อีกสาเหตุหนึ่ง คือ การได้รับโภชนาการที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งรวมถึงการรับประทานขนมกรุบกรอบ ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ของทอด ของมัน และอาหารประเภทจานด่วน ตลอดจนการบริโภคที่มากเกินไปจนเข้าสู่ภาวะของเด็กอ้วนโดยเฉพาะในเด็กผู้หญิงที่มีรูปร่างอวบและอ้วนมักจะมีโอกาสเป็นสาวเร็วและมีประจำเดือนเร็วขึ้น ในครอบครัวที่พ่อแม่ มีรูปร่างที่ไม่ค่อยสูง เมื่อมีลูกผู้หญิงอายุ 7-8 ปี แล้วมีรูปร่างอวบและอ้วน รวมทั้ง สูงเร็ว อย่าเพิ่งดีใจควรพาลูกไปพบแพทย์ หากตรวจพบว่า เด็กมีความสูงกว่าเส้นโค้งมาตรฐานการเจริญเติบโตเส้นกลาง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 50) กุมารแพทย์ต้องตรวจไตเต้านม ถ้าตรวจแล้วมีไตเต้านม สมควรสั่งเอ็กซเรย์ตรวจอายุกระดูกร่วมด้วย หากพบว่า อายุกระดูกโตถึง 10-11 ปี แล้ว จะทำให้เวลาในการเพิ่มความสูงของเด็กน้อยลง เพราะหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 ปี เด็กจะมีประจำเดือน และมักมีอายุกระดูก 13 ปี จากนั้นเด็กจะโตขึ้นได้อีกเพียง 3 ปี และมีความสูงเพิ่มอีก 5-7 ซม. เท่านั้น เนื่องจากเมื่ออายุกระดูก 16 ปี เด็กหญิงจะหยุดโต

“เมื่อพามาพบกุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ ในตอนนั้นก็เป็นเวลาที่ค่อนข้างจะช้าไปแล้ว เพราะอายุกระดูกลูกสาว 13 ปี ไปแล้ว การจะทำอะไรเพื่อเพิ่มความสูงค่อนข้างจะยาก ด้วยเหตุที่ว่าเด็กมีประจำเดือน 2-3 เดือนมาแล้ว และมีอายุกระดูก 13 ปี แสดงว่าเด็กคนนี้โตมาแล้ว 96% เหลืออีก 4% ที่จะให้แพทย์ช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะลำบาก จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะเด็กจะมาพบแพทย์ด้วยสาเหตุนี้เป็นจำนวนมากและพบบ่อยขึ้น จึงอยากแนะนำพ่อแม่ว่า ถ้ากังวลใน สภาพปัจจุบันที่เด็กผู้หญิงอวบและอ้วนให้รีบมาตรวจตั้งแต่อายุ 6 ปี ส่วนในเด็กผู้ชายไม่พบว่าความอวบและอ้วนมีผลให้เป็นหนุ่มเร็วเหมือนเด็กผู้หญิง แต่มักพบว่าจะเป็นหนุ่มช้าและน่ากังวลในเรื่องของการลดความอ้วนที่ยากขึ้นเมื่ออายุและนํ้าหนักเพิ่มขึ้น”

นอกจากความรู้ที่ได้รับแล้ว อาจารย์กิตติ ยังให้ความรู้เพิ่มอีกว่า ปัจจุบันไม่ใช่มีเพียงโรคเป็นสาวก่อนวัยอย่างเดียว แต่ยังมีอีกภาวะหนึ่ง คือ เป็นสาวตามวัยอันควรแต่มีการสูงเร็วและเพิ่มขนาดไตเต้านมค่อนข้างจะเร็ว เรียกว่า Early and fast puberty หรือฮอร์โมนเพศมากเกินไป ซึ่งจะแตกต่างจากภาวะเป็นสาวก่อนวัย โดยกรณีนี้เด็กเริ่มมีไตเต้านม และสูงเร็ว เมื่อมีอายุระหว่าง 8-9 ปี จากนั้น จะสูงเร็ว และมีขนาดไตเต้านมใหญ่มากขึ้น ตรวจอายุกระดูกพบว่าเพิ่มอย่างน่าตกใจ ทำให้เป็นสาวเร็วและมีประจำเดือนเร็วเกินไป ภาวะนี้พบได้บ่อยในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา อีกภาวะหนึ่งที่สมควรรู้ เกี่ยวกับเด็กหญิงแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 ปี ที่มีไตเต้านมขนาดคงที่ โตช้า หรืออาจยุบหายไป แล้วปรากฎขึ้นมาใหม่ เด็กจะมีความสูงเพิ่มเช่นเด็กก่อนวัยหนุ่มสาว คือประมาณ 5 ซม. ต่อปี ถ้าตรวจอายุกระดูกจะเท่ากับหรือเกินอายุจริง 6-12 เดือน ไตเต้านมมักยุบหมดก่อนอายุ 6 ปี แต่เด็กบางคนยังคงขนาดไตเต้านมอยู่ ต่อด้วยการเริ่มเป็นสาวจริงภาวะนี้เรียกว่า Premature thelarche หรือการปรากฎไตเต้านม ก่อนวัยกับเด็กหญิงโดยที่ระบบการทำงานของฮอร์โมนเพศยังไม่ทำงานอย่างแท้จริง แพทย์จะติดตามการเปลี่ยนแปลงทุก 3-4 เดือน

กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อของยุโรปและอเมริกาสรุปความเห็นว่า การรักษาที่ดีที่สุดในกรณีเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ที่ไม่พบความผิดปกติที่เป็นต้นเหตุ แต่พบว่ามีการทำงานก่อนวัยจากแหล่งสร้างฮอร์โมน ที่ไฮโปธาลามัส และต่อมใต้สมองส่วนหน้า คือ การฉีดยา LHRH analog เข้าใต้ผิวหนังหรือที่กล้ามเนื้อทุก 4 หรือ 12 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับขนาดยา คือ 3.75 มก. หรือ 11.25 มก. โดยยาชนิดนี้ได้จากการสังเคราะห์ให้มีความบริสุทธิ์ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง หากใช้ในเด็กผู้ชายจะออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมองลดการหลั่งฮอร์โมนที่จะไปกระตุ้นการทำงานของอัณฑะชั่วคราว

“ตลอดระยะเวลาที่ได้รับยานี้ อัณฑะจะลดการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ถูกเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง มีหลักฐานสนับสนุนว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนเร่งอายุกระดูกให้แก่และทำให้หยุดโตทั้งในเด็กหญิงและเด็กชาย ดังนั้น เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาน้อยลงการเพิ่มอายุกระดูกจะช้าลงทำให้มีเวลาในการเจริญเติบโตนานขึ้นจะสามารถเพิ่มความสูงได้มากถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มและอายุกระดูกยังน้อย”

ส่วนการรักษาในเด็กผู้หญิงก็เช่นกันใช้การฉีดยา LHRH analog ซึ่งจะเข้าไปยับยั้งการหลั่งของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่ไปกระตุ้นการทำงานของรังไข่ชั่วคราว ทำให้หยุดการเป็นสาวชั่วคราว โดยตลอดระยะเวลาที่ได้รับยานี้ รังไข่จะหยุดการสังเคราะห์ฮอร์โมนเอสโตรเจน มีผลทำให้ ไตเต้านมยุบลง ยืดเวลาการมีประจำเดือนออกไป ชะลอการเพิ่มของอายุกระดูก และทำให้มีเวลาในการเติบโตนานขึ้น สามารถเพิ่มความสูงได้ถ้าเข้ารับการรักษาก่อนมีประจำเดือน และโดยเฉพาะเมื่อเด็กเริ่มเป็นสาว ในกรณี Early and Fast Puberty อาจได้ผลทำนองเดียวกัน แต่การรักษาด้วยยานี้ เป็นดุลยพินิจของกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อแต่ละคน

“หลังจากฉีดยาเข็มแรก 1-3 สัปดาห์ เด็กหญิงบางคนอาจมีประจำเดือนเพียงครั้งเดียวและถ้าได้รับการฉีดยาต่อไปเกิน 6 เข็ม ไตเต้านมของเด็กส่วนใหญ่จะยุบลงจนคลำไม่ได้ เมื่อถึงอายุที่ควรจะเป็นตามปกติ และมีอายุกระดูกประมาณ 13 ปีแล้ว จะหยุดฉีดยาทำให้การทำงานของฮอร์โมนเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์จะกลับมาทำงานเป็นปกติ เช่น ขนาดของไตเต้านมจะเพิ่มขนาดขึ้น และมีประจำเดือนตามปกติเหมือนเด็กสาวปกติทั่วไป”

 

เหตุใดที่ต้องให้การรักษาโดยการฉีดยา LHRH analog เพื่อระงับการเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย คุณหมอให้ข้อมูลว่า ในภาวะที่เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยอาจมีผลต่อสภาพจิตใจของเด็กเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะแตกต่างจากเพื่อนๆ โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิง ทำให้มีโอกาสถูกแกล้งหรืออาจถูกประทุษร้ายทางเพศได้ มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมทั้งมีปัญหาในการดูแลตัวเองเมื่อมีประจำเดือน อีกทั้งมีเวลาเติบโตช่วงวัยรุ่นสั้นลงอาจเป็นผู้ใหญ่รูปร่างเตี้ยและเมื่อมีฮอร์โมนเพศมากตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ได้หมายความว่าจะร่นอายุการหมดประจำเดือนให้เร็วขึ้น ฮอร์โมนเพศที่มากและยาวนานอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเต้านมและมดลูกในอนาคตได้

รู้อย่างนี้แล้วยังอยากให้ลูกโตเร็วๆ กันอยู่อีกหรือเปล่าคะ เรื่องของสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เป็นพ่อแม่ จำเป็นต้องใส่ใจและให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินและ ต้องคอยหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกมีร่างกายที่เจริญเติบโตตามวัยอย่างเหมาะสม เพราะช้าเกินไปก็ไม่ดีหรือเร็วจนเกินไปก็ไม่ดีนอกจากจะดูแลเรื่องสุขภาพร่างกายแล้วอย่าลืม…รักษาสมดุลทางจิตใจของลูกน้อยด้วยนะคะ

 

.เกียรติคุณ น.พ. กิตติ อังศุสิงห์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและการเจริญเติบโต โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

คุณหมอคนเก่งของไอเกิลฉบับนี้ คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์กิตติ อังศุสิงห์ อาจารย์เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและการเจริญเติบโตโดยเฉพาะเลยนะคะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรสามารถปรึกษาคุณหมอได้ทุกเรื่องเลยค่ะ

อย่างครั้งนี้อาจารย์ก็ฝากคำแนะนำดีๆ ให้ผู้อ่านไอเกิลเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันจะได้ห่างไกลจากโรคเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยกันด้วยนะคะ โดยอาจารย์บอกว่า เด็กจะต้องได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบริโภคแคลเซียมไม่มากหรือน้อยจนเกินไป หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่อาจมีสารตกค้าง รวมทั้งออกกำลัง

กายอย่างสมํ่าเสมอครั้งละ 45 นาที อาทิตย์ละ 4 วัน แล้วถ้าเด็กคนไหนอยากสูงก็ต้องเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพราะช่วง 4 ทุ่ม ถึงตี 2 เป็นช่วงที่ Growth Hormone ออกมามากที่สุด และที่สำคัญครอบครัวใดที่มีลูกสาวอย่าเลี้ยงลูกให้อวบและอ้วนนะคะ แล้วน้องๆ จะโตขึ้นตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็นกันทุกคนค่ะ