ร้ายยิ่งไปกว่ายูวี! – Worse Than UV!

Women's Health Published: Sep 2014


Women’s Health ร้ายยิ่งไปกว่ายูวี! Worse Than UV! “คุณหมอคะ หนูไปทะเล ทากันแดด spf50 PA+++ กันทั้งยูวีเอ ยูวีบี โบกหนาอย่างกับช่างโบกปูน ทาซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ทำมั้ย ทำไม ก็ยังดำแบบนี้???” คุณผู้อ่านก็เป็นคนหนึ่งที่เคยประสบกับปัญหาข้างต้นใช่ไหมคะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะงานวิจัยล่าสุดพบว่า แม้เราจะทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีครบถ้วน ทาถูกต้องตามหลักการที่แพทย์ผิวหนังแนะนำเป๊ะ ก็ยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระซึ่งถูกแสงแดดกระตุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียง 53% — โอ้ว!! น่าตกใจไหมล่ะคะ

สาเหตุเป็นเพราะว่า ตัวการทำร้ายผิวที่มากับแสงแดดนั้น ไม่ได้มีแค่เจ้ายูวีเอและยูวีบี ที่เรากลัวกันมาเนิ่นนาน แต่ยังมีผู้ร้ายหน้าใหม่เพิ่มอีกสองตัว ที่พวกเราต้องมาทำความรู้จักกัน นั่นคือ รังสีอินฟราเรด (infrared) และ แสงที่มองเห็น (visible light)

รังสีอินฟราเรด เป็นรังสีพลังงานต่ำที่ผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังคนเราได้ราว 45% แบ่งออกเป็น อินฟราเรดเอ บี และซี ตัวร้ายคือพี่ใหญ่ รังสีอินฟราเรดเอ ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในชั้นผิว ก่อให้เกิดการสร้างของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจน กระทบชิ่งไปยังยีนที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง รังสีอินฟราเรดยังส่งผ่านความร้อนสะสมไปยังผิว พบว่าความร้อนกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับโมเลกุล ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพและถูกทำลาย การสะสมของความร้อนจากรังสีอินฟราเรดนานๆจึงส่งผลให้ผิวเหี่ยวและแก่ลงอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนแสงที่มองเห็น คือแสงในช่วงความยาวคลื่น 400-700 นาโนเมตร คือแสงสว่างที่ทำให้เรามองเห็นความสวยงามของโลกใบนี้ เป็นแสงที่มนุษย์เราไม่เคยคิดว่าจะมีพิษมีภัย จวบจนกระทั่งการศึกษาในช่วง 4-5 ปีมานี้ที่พบว่า ความยาวคลื่นในช่วงแสงสว่างนี้เองก็กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างเม็ดสี รวมไปถึงกระตุ้นปฏิกริยาออกซิเดชั่นที่ดีเอ็นเอของเซลล์ผิวหนังได้ไม่ต่างกับรังสียูวีเอ

ครีมกันแดดที่มีในท้องตลาดปัจจุบันส่วนใหญ่ มุ่งเน้นไปที่ส่วนประกอบที่ช่วยในการป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบี จึงอธิบายได้ว่าทำไมพวกเราหลายคนโบกกันแดดกันเป็นสรณะแล้ว แต่ก็ยังดำ เหี่ยว หรือเป็นกระฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดรุ่นใหม่ๆที่จะช่วยปกป้องผิวจากอินฟราเรดและแสงที่มองเห็น น่าจะออกวางตลาดให้พวกเราได้ลองใช้กันในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากครีมกันแดดแล้ว การเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบจากภายใน โดยมุ่งเน้นที่รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง (ผักผลไม้หลากสี ชาเขียว เต้าหู้ นมถั่วเหลือง) และสารต้านการอักเสบสูง (ขิง ขมิ้น ออริกาโน่ ถั่วเปลือกแข็ง กรดไขมันโอเมก้าสามจากปลาทะเลน้ำลึก) เป็นประจำ ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยปกป้องผิวคุณให้แกร่งสู้แดดได้จากภายใน

อ้างอิง Dupont, E., Gomez, J. and Bilodeau, D. (2013), Beyond UV radiation: A skin under challenge. International Journal of Cosmetic Science, 35: 224–232. doi: 10.1111/ics.12036

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
แพทย์วุฒิบัตร Anti-Aging Medicine (สหรัฐอเมริกา)
Twitter, Instagram: @thidakarn

 

Worse Than UV!

“Doctor, I went to the beach and bathed on super sunblock with SPF50 PA+++ that blocks both UVA and UVB. I even double dipped more than concrete on the road, but why am I so dark???”

Are you one of those who have had this experience? It’s not at all uncommon because studies have shown that although we put on a sunscreen that can protect us against both UVA and UVB as recommend by your friendly neighborhood dermatologist, you are only 53% efficient at protecting your skin against free radicals. Is that alarming or what?

One of the reasons for this phenomenon is that the villains in sunlight are not just UVA and UVB as we have all known and feared. There are still two terrorists out there that we have yet talked about: meet infrared and visible light.

Infrared, a low energy radiation that can infiltrate our skin, is grouped into infrared A, B and C. The ringleader is infrared A, which can stimulate free radicals in our skin in such a way that produces enzymes to degrade our precious collagen. Another casualty in the process is the gene that produces collagen so we have less collagen product and increased risk of skin cancer.

Infrared also sends heat to the skin. This accumulated heat causes inflammation at the molecular level to even further degrade collagen. Prolonged exposure to infrared causes visible wrinkles.

Visible light is the light within the wavelength of 400 – 700 nanometers. It is the light that makes us see the beauty on this planet. We never thought that it can ever hurt us up until 4 – 5 years ago. Studies have shown that the wavelengths within the visible light range induce inflammation and the production of enzymes that degrade collagen. It also increases the production of skin pigment and DNA oxidation within the cells similar to UVA.

Most sunscreens available in the market aim to protect the skin from UVA and UVB. That explains why religious sunscreen users are still tanning with wrinkles and blemishes. But no worries because the new sunscreens that help protect our skin against infrared and visible light should be available in the near future.

Another way that you can protect your skin against free radicals and inflammation is through eating healthy food regularly. Colorful vegetables, green tea, soy drinks and tofu have high antioxidants whereas ginger, curcumin, oregano, hard shell nuts and omega-3 from deep ocean fish have high levels of anti-inflammatory agents. So fortify your inner fortress against the sun.

Reference: Dupont, E., Gomez, J. and Bilodeau, D. (2013), Beyond UV radiation: A skin under challenge. International Journal of Cosmetic Science, 35: 224–232. doi: 10.1111/ics.12036