ปราบ…มะเร็งลำไส้ใหญ่ – Defeating Colon Cancer

Interview Published: Mar 2016

 

            เดือนมีนาคม เป็นเดือนที่ทั่วโลกต่างพากันร่วมรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่  Blue Ribbon. Stop Colon Cancer หลายคนเริ่มเล็งเห็นความสำคัญและสนใจในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะต้นกันมากขึ้น แต่ก็มีอีกหลายต่อหลายคนอาจเริ่มมีอาการที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนไปสู่มะเร็งลำไส้ใหญ่ก็เป็นได้

ไอเกิล ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ ธวัช มงคลพร แพทย์อายุรกรรม โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาให้ความรู้ เพื่อเท่าทัน และป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาจารย์ธวัช ให้ความรู้ว่า ปัจจุบันมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยมากขึ้นในคนทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยเองก็พบผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ตามอุบัติการณ์ ของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี 2012  ถ้าแบ่งเป็นเพศหญิง กับชายแล้ว ในเพศชาย มะเร็งปอดมาเป็นอันดับหนึ่ง อันดับที่สอง ได้แก่ มะเร็งสำไส้ใหญ่  และมะเร็งตับมาเป็นอันดับสาม ส่วนในเพศหญิง มะเร็งเต้านมเข้าวินติดอันดับหนึ่ง อันดับสองตามมาด้วย มะเร็งปากมดลูก และอันดับสาม ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ อีกแล้วค่ะ

ไม่ว่าจะมะเร็งลำไส้ใหญ่ อันดับสองในเพศชาย หรืออันดับสามในเพศหญิง ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญไม่น้อยเลย นี่ถ้าเป็นนางงามได้ตำแหน่งรองอันดับหนึ่ง หรือรองอันดับสอง ก็คงจะเป็นที่น่าภูมิใจไม่ใช่น้อย เพราะหากอันดับหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ รองอันดับหนึ่ง และรองอันดับสองก็จะต้องขึ้นมาทำหน้าที่แทนตามลำดับ แต่นี่มันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้ตำแหน่งอันดับสอง อันดับสามกันมานี่ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเลยสักนิดว่าไหมคะ

เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่สามารถคัดกรองและเฝ้าระวังได้ ด้วยการส่องกล้อง ซึ่งในปัจจุบัน มีนวัตกรรมล้ำๆ และเทคนิคใหม่ๆ ที่สามารถตรวจ คัดกรองโรค และให้การรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เรียกว่า นวัตกรรม NICE (Narrow Band Image International Colorectal Endoscopic Classification) ที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบก้อนเนื้อได้ในระยะเริ่มแรกแม้ก้อนเนื้อยังไม่นูนขึ้นมา ช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น จึงทำให้การรักษาแม่นยำขึ้นด้วย ย่นเวลาในการผ่าตัด ทำให้คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน และถ้าตรวจพบความผิดปกติของลำไส้ก็สามารถตัดชิ้นเนื้อที่ผิดปกติได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัดเกินความจำเป็น

ที่ผ่านมา แพทย์ใช้วิธีส่องกล้องทั่วไปโดยใช้แสงสีขาวในการส่องดูลำไส้และระบบทางเดินอาหาร ทำให้ดูติ่งเนื้อที่มีความผิดปกติไม่ชัดเจน ต่อมาได้มีการนำสีย้อมมาใช้กับกล้องส่องเพื่อให้เห็นรูปแบบของการวางตัวของเซลล์ในติ่งเนื้อได้ชัดเจนมากขึ้น แต่การใช้วิธีย้อมให้ติดสีใช้ระยะเวลานาน ล่าสุด จึงได้มีการพัฒนาเปลี่ยนสเปกตรัมของแสงที่ใช้ในการส่องกล้องให้แคบลงทำให้เกิดสีเขียวฟ้า ทำให้เห็นภาพเสมือนกับการย้อมสี จึงทำให้เห็นเยื่อบุลำไส้ที่สงสัยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เห็นไหมล่ะคะว่าเทคโนโลยีเขาล้ำกันไปขนาดไหนแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้มะเร็งลำไส้ใหญ่เข้ามากล้ำกลายเราได้ง่ายๆ นะคะ

อาจารย์ธวัช กล่าวเสริมว่า “การส่องกล้องด้วยวิธี NBI ทำให้เห็นรูปแบบการเรียงตัวของเซลล์เนื้อเยื่อลำไส้ได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับในสมัยก่อน นำไปสู่การแยกติ่งเนื้อว่าเป็นติ่งเนื้อธรรมดา ติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง หรือเป็นติ่งเนื้อที่อยู่ในระยะเป็นมะเร็งแล้ว ซึ่งการเรียงตัวของเซลล์เนื้อเยื่อแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

ชนิดที่ 1 เซลล์เนื้อเยื่อของติ่งเนื้อยังมีการเรียงตัวปกติ ดังนั้น แพทย์จะเพียงเฝ้ารอดูไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดเพราะมีโอกาสเป็นเนื้อร้ายน้อยมาก

ชนิดที่ 2 การเรียงตัวของเซลล์เนื้อเยื่อมีลักษณะเป็นเส้นคล้ายกับตาข่าย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเนื้อร้ายได้ในอนาคต ดังนั้น แพทย์จะทำการตัดติ่งเนื้อออกทันที โดยใช้ขดลวดหรือมีดไฟฟ้าชนิดพิเศษ

ชนิดที่ 3 เซลล์เนื้อเยื่อมีลักษณะขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ ปรากฏลักษณะของเซลล์มะเร็ง กรณีนี้ แพทย์จะไม่ตัดติ่งเนื้อนี้ด้วยวิธีส่องกล้อง แต่จะต้องปรึกษาเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมต่อไป

            เพราะการส่องกล้องนั้นมีประโยชน์แบบนี้นี่เอง ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับโปรแกรมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ขึ้นมา โดยดูว่าในลำไส้ใหญ่มีติ่งเนื้อหรือไม่ ถ้ามีก็ตัดทิ้งและนำชิ้นเนื้อมาตรวจก่อนที่จะเป็นมะเร็ง และหากเป็นมะเร็ง ก็จะพบว่าเป็นมะเร็งในระยะต้นๆ ซึ่งรักษาได้หายขาด เพราะโดยส่วนใหญ่มะเร็งลำไส้ใหญ่ จะเริ่มต้นจากติ่งเนื้อ (Polyp) ก่อน และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ติ่งเนื้อนี้อาจกลายเป็นมะเร็งได้ พบบ่อยในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อายุน้อยกว่า 50 ปี จะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และสิ่งที่น่าตกใจไม่น้อยเมื่อข้อมูลล่าสุดพบว่า 1 ใน 7 คน ของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีอายุน้อยกว่า 50 ปี ซึ่งตอนนี้ทางฝั่งอเมริกาเองก็กำลังสนใจในประเด็นนี้อยู่ และอาจจะเตรียมวางแผนที่จะให้เริ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แทนอายุ 50 ปี อย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้

แต่สำหรับคนที่ในครอบครัวมีประวัติการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือกลุ่มคนที่มีโรคบางโรคที่จะไปเพิ่มโอกาสเสี่ยง เช่น คนที่มีติ่งเนื้อโดยเฉพาะในลำไส้ใหญ่ คนที่เป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังนั้น ควรมาทำการตรวจคัดกรองกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ อย่างถ้าคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำให้เอาอายุของคนที่เป็นมะเร็งในเครือญาติที่ใกล้ชิดติดกันลบด้วย 10 เช่น หาก คุณพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตอนอายุ 45 ลบออกด้วย 10 จะเหลือ 35 เพราะฉะนั้น คุณลูกเมื่อมีอายุ 35 ปี ก็ควรทำการส่องกล้องเลย โดยไม่ต้องรอให้อายุถึง 50 ปี

สุดท้ายอาจารย์ขอฝากเคล็ดที่ไม่ลับในการปราบมะเร็งลำไส้ใหญ่ให้อยู่หมัด อยากให้ทุกคนหมั่นดูแลและสังเกตตัวเอง ว่ามีอาการปวดท้องเรื้อรังหรือไม่ ถ่ายผิดปกติไปจากเดิมหรือเปล่า มีเลือดปนมากับอุจจาระหรือไม่ ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องรีบมาพบหมอทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ลดการรับประทานอาหารประเภทสัตว์เนื้อแดง โดยเฉพาะเนื้อแปรรูป (processed meat) เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ที่สำคัญใครที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรมาทำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง เพื่อป้องกันและรักษาได้ในคราวเดียวกัน การส่องกล้องอาจสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ก็จริง แต่โอกาสเกิดนั้นน้อยมากแค่ 1-2 คนใน 1,000 คน ถ้าอายุถึงแล้วก็ควรจะส่อง เพราะถ้าเจอมะเร็งในระยะแรก โอกาสรักษาให้หายขาดก็มาก ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่านะครับ”

 

เอ้า…เรามาช่วยกัน Blue Ribbon. Stop Colon Cancer ให้ได้อย่างที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกเค้าทำกันแล้ว และมาช่วยกันลบสถิติของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่กันดีกว่าค่ะ เรื่องมะเร็งนี่อย่าให้ได้ติดอันดับกันเลยจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

Defeating Colon Cancer

March is colon cancer awareness month.  Blue Ribbon. Stop Colon Cancer. More people are beginning to see the importance and impact of colon cancer screening.  Yet, there are still many people who begin to have unexpected symptoms that may be a warning sign of colon cancer.

Aigle welcomes Dr. Thawat Mongkolporn, internal medicine, gastroenterology and hepatology at Samitivej Sukhumvit Hospital, to share his knowledge about colon cancer.

Dr. Thawat stated that colon cancer is one of the most common causes of death worldwide.  In Thailand, (The data from the National Cancer Institute in 2012.) the incidence is on the rise among both men and women.  For men, lung cancer is the leading cause of cancer-related deaths, followed by colon cancer and liver cancer.  For women, breast cancer still leads the statistics, followed by cervical cancer and colon cancer.

Whether colon cancer ranks number two among the men or number three among the women among cancer-related deaths, it is still alarming just the same.  Unfortunately, it is not a beauty pageant where the runner-ups will act as substitutes for the beauty queen only when she cannot perform her duty.  This is colon cancer and it is deadly at any rank.

People can get screening tests for early detection of colon cancer via endoscopy.  There is also a novel technique that is more precise called NICE (Narrow Band Image International Colorectal Endoscopic Classification).  NICE can help doctors detect early stages of colon cancer even though a polyp is not so noticeable.  The diagnosis is more accurate and helps reduces surgery time so that the patient can recover faster with minimal risk of complications.  If there is a suspicious spot in the colon, it can be removed safely.

In the past, doctors use normal imaging system with white light to perform endoscopy to look at the gastrointestinal tract.  It cannot adequately identify abnormal area.  A method to stain the cells allowed for clinicians view the cells in the polyp much better, but it was time-consuming.  So a new method was developed to change the spectrum of light to a narrower range so that it will be blue-green instead.  The resulting image is similar to using the stain and doctors can get a clearer image of the intestinal lining.

See how far technology has come?  So don’t sit around and let colon cancer come near us.

Dr. Thawat added that “narrow band imaging allows us to see the morphology of the cells clearer than before.  We can distinguish benign polyps from abnormal polyps or cancerous polyps.  The morphology of the cells can be classified into 3 different types:

Type 1: The cells in the polyp are arranged normally.  The doctor will only monitor the situation without surgery because there is a very low chance that it will be malignant.

Type 2: The cells are arranged like a net, which means that it has a chance of becoming cancerous.  The doctor will immediately remove it using electrocautery.

Type 3: The cells look disorganized consistent with cancer.  For such case, the polyp will not be removed by endoscopy, but further consultation is necessary to proceed accordingly.”

Because of the benefits of endoscopy, people around the world are turning their attention to colorectal cancer screening.  If there is a polyp and it turns out to be cancer, it can be cured in the early stages.  Most colon cancer starts out as a polyp and progresses to become cancerous. It is mostly found in people over 50 years old, but it does not mean that younger population cannot get it.  Alarming evidence shows that 1 in 7 patients diagnosed with colon cancer is under the age of 50.  Americans are quite intrigue by this finding and are debating about a recommendation for colon cancer screening to start from 40 years old instead of the current guideline for people over the age of 50 years old.

If anyone has a family history of colon cancer or if someone is in a high risk group, such as people with polyps or chronic intestinal inflammation, then screening should be performed earlier than most people.  It is recommended that if there is a family history, take the age of the diagnosis and subtract by 10.  For example, if the father was diagnosed with colon cancer at 45 years old, his children should start getting screening from 35 years old onward, without having to wait.

Dr. Thawat gives us one last tip to defeat colon cancer: “be mindful of your body.  If you start having chronic stomach pain, unusual bowel movement or bloody stool, consult a doctor immediately.  Do not ignore these symptoms.  Be vigilant about what you eat.  Eat less red meat, especially processed meat, such as hot dogs, hams, and bacons.  Exercise regularly.  Most importantly, if you are over 50 years old, get endoscopy to screen for colon cancer.  It is a way to prevent and treat at the same time.  The risk of complication from endoscopy is only 1 – 2 in 1,000 cases.  It is best to get screening because if colon cancer is detected early, it can still be treated and the cost of early treatment is much less.”

So let’s Blue Ribbon. Stop Colon Cancer. Let us all join together to change colon cancer statistics.

 

Tags: , , , ,