ทำไมต้องสโลว์ไลฟ์?-Why Slow Life?

Dr.Carebear Cares Published: May 2016

จริงหรือที่สโลว์ไลฟ์คือการเกษียณอายุการทำงานมาใช้ชีวิตชิลๆ แบบไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวาย

ฟังดูเผินๆ เหมือนจะจริงนะครับ แต่พอไปดูต้นกำเนิดของสโลว์ไลฟ์แล้ว มันไม่ใช่นะครับ แนวคิดของสโลว์ไลฟ์เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 80’s และ ต้นๆ 90’s ที่ร้านอาหาร ‘รับประทานด่วน’ (Fast Food) บุกยุโรป โดยเฉพาะที่อิตาลีมีการตอบสนองต่อต้านออกมาในรูปของการรณรงค์ให้รับประทานสโลว์ฟู้ดกัน (Slow Food Movement) โดยมีคุณลุง Carlo Petrini เป็นตัวตั้งตัวตีโปรโมทให้ทุกคนเห็นคุณค่าของอาหารสดจากท้องถิ่นของตัวเอง ซึ่งอาหารสดพวกนี้มีกรรมวิธีการปลูกและเลี้ยงดูด้วยเทคนิคแบบเฉพาะตัว เขาบอกว่าของๆ เขา ‘ผลิตด้วยความรัก และกินกันแบบสบายๆ กันเองในหมู่เพื่อนฝูงและคนที่คุณรัก’  แหม…อิตาลีเขาก็มีอาหารโฮมคุ้กอันเลื่องชื่อนะครับ จะไปหักหน้าเอาอาหารแบบอุตสาหกรรมมาชูได้อย่างไร

ลุง Carlo จริงๆ แล้วแกก็เพิ่งจะ 40 กว่าตอนที่แกลุกขึ้นมารณรงค์เรื่องอาหารของแกนะครับ แต่ตอนนี้เข้าวัยเกือบ 70 แล้ว เลยขอเรียกลุงดีกว่าจะได้ดูซ๊อฟๆ เพราะความจริงแล้ว แกเป็น activist ซ้ายจัดตัวยงเลย แกเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ แต่ก็อีกล่ะครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหาร เพราะฉะนั้นแกยอมไม่ได้ที่จะให้มีอาหารอุตสาหกรรมมาโผล่ในบ้านแก

ความที่คุณลุง Carlo รู้ลึกและจริงจังกับความคิดของแกมาก แกจึงได้เป็นผู้ก่อตั้ง University of Gastronomic Sciences มหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของอาหารและวัฒนธรรม ลึกซึ้งมากครับ มีทั้งเรื่องของ ประวัติของอาหารแต่ละชนิด ศาสตร์ในการประกอบอาหาร ไปจนถึงการปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ให้ได้ผลดี เป็นเรื่องเลยครับ มหาวิทยาลัยของคุณลุงเปิดมาได้ 10 กว่าปีแล้วครับ มีนักเรียนกว่า 2,000 คน ไม่ธรรมดาจริงๆ

กลับมาเรื่องสโลว์ไลฟ์ครับ จากแนวคิดเรื่องการทำอาหารโฮมคุ๊กกินกันสบายๆ ในครอบครัวนี้เองที่เป็นที่มาของสโลว์ไลฟ์ นั่นคือ การที่ใช้ชีวิตในการทำอะไรๆ อย่างละเมียดละมัยสบายๆ เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ทำอะไรแบบรวดเร็วปุ๊บปั๊บ รีบปั่นงาน รีบกิน รีบขับรถ รีบส่งไลน์ รีบพูด รีบๆๆๆ และทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ผลที่ตามมาคือ ได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้คุณภาพ และท้ายที่สุดไอ้ความเร็วปรู๊ดปร๊าดของเรานี่เองที่ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวล้มเหลว ผลงานที่ออกมามีแต่ปริมาณไม่มีคุณภาพ ต้องแก้ไขใหม่ เงินทองก็ต้องเสียซ้ำซ้อน ที่สำคัญทำอะไรที่เร่งรีบเกินไปร่ายกายและจิตใจของเราก็รับไม่ได้นะครับ กินเร็วๆ คิดเร็วๆ แบบเครื่องจักรมันก็มีการเสียได้นะครับ

เพราะฉะนั้นต้องมาทำการสโลว์ดาวน์กันบ้างครับ ซึ่งการสโลว์ดาวน์ที่ว่านี้ไม่ใช่การทำอะไรที่เชื่องช้าลงนะครับ ตรงนี้คือที่ๆ คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด เพราะคิดว่าการทำอะไรให้ช้าลงคือเรื่องของผู้สูงวัย ‘ฉันยังไม่แก่ อย่าๆ อย่ามาให้ฉันสโลว์ไลฟ์’

ความจริงแล้วสโลว์ไลฟ์เป็นการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีความหมาย เช่น การทำงาน ใช้เวลาศึกษาให้ดีแล้วจึงลงมือทำ อย่ามัวมุ่งแต่ถีบๆ งานออกไป เพื่อให้ดูว่าทำงานได้เยอะๆ แต่ทำงานทุกงานให้เป็นมาสเตอร์พีซ เวลาพักกลางวัน ไม่ต้องกินเงียบๆ ที่โต๊ะคนเดียวแล้วทำงานไปด้วย ใช้เวลาช่วงเบรกนี้กินข้าว คุยเล่นกับเพื่อนร่วมงาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี แล้วยังได้เดินไปเดินมาช่วยย่อยอีกด้วย แทนที่จะนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่โต๊ะ

วันหยุดก็ใช้เวลาพักผ่อนสังสรรค์กับเพื่อนๆ คุยกัน หัวเราะ ระบายเรื่องต่างๆ ให้มีความสุขจะได้ไม่ซึมเศร้านะครับ แล้วการไปเที่ยวกับเพื่อนทำให้มีเรื่องต่างๆ มาคุยกันมากมาย เปิดโลกทัศน์ของตัวเองอีกต่างหาก บางทีการไปดูหนังสักเรื่อง หรือไปเที่ยวกัน ทำให้มีเรื่องราวคุยกันมากมายนะครับ

คนที่มีครอบครัวแล้ว ควรใช้เวลาทำกิจกรรมกับครอบครัวให้มากขึ้น บางบ้านเขาลุกขึ้นมาทำกับข้าวกันอย่างสนุกสนาน ออกไปช้อปปิ้งหาอาหารสดๆ ดี มาทำกัน โอ้ย…มีครัวสวยไว้โชว์แต่ไม่ทำกับข้าว ไม่ไหวนะครับ การทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว แม้เพียงชั่วโมงเดียว 2 ชั่วโมงแต่ผลของมันดีกับจิตใจของคนทั้งบ้านเลยนะครับ

Carl Honoré นักหนังสือพิมพ์และนักเขียนชื่อดังของแคนาดาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่รณรงค์เรื่องสโลว์ไลฟ์ ได้เขียนหนังสือเรื่อง In Praise of Slowness: How A Worldwide Movement Is Challenging the Cult of Speed ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดิบขายดีเขียนเอาไว้เกี่ยวกับสิ่งที่ควร ‘สโลว์’ ไว้อย่างนี้ครับ

  • การสร้างสัมพันธ์: ใช้เวลาในการปลูกฝังความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนที่คุณรักให้แน่นแฟ้น และคอยเติมพลังความสัมพันธ์ที่สำคัญในชีวิตของคุณอย่างสม่ำเสมอ
  • การทำกิจกรรม: พยายามใช้เวลาในการทำกิจกรรมกับธรรมชาติหรือกับเพื่อนๆ
  • งานอดิเรก: หางานอดิเรกที่ช่วยส่งเสริมจิตใจและอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย
  • การทำงาน: แสดงความสามารถอย่างสุดฝีมือประหนึ่งว่าคุณเป็นช่างฝีมือที่ทำงานให้ลูกค้า
  • การเดินทาง: สนุกกับการผจญภัยไปในที่ต่างๆ  เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ไม่ต้องรอไปไกล เที่ยวแถวๆ บ้านก็ได้
  • การเลือกเสื้อผ้า: เอาเสื้อผ้าเก่าๆ มาประดิษฐ์ใหม่อย่างสร้างสรรค์ หรือใช้เวลาในการเลือกเสื้อผ้าชิ้นนั้นชิ้นนี้มาผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ให้เป็นชุดใหม่ๆ
  • การเป็นพ่อแม่และการสร้างครอบครัว: หาทางให้ลูกๆ ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์ สร้างสรรค์และได้ใช้ชีวิตแบบเด็กๆ อย่างแท้จริง
  • การเรียนรู้: เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์กับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำอาหาร เย็บผ้า ฟังเพลง ซ่อมของใช้ ฯลฯ ที่จะทำให้คุณคิดนอกกรอบและหาโอกาสใหม่ๆ
  • การใช้เงิน: ใช้เงินอย่างฉลาดกับสิ่งที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคุณ ของคนอื่น และโลกดีขึ้น

ช่างคิดกันจริงๆ เลยนะครับ หมอหมีว่าชีวิตที่เร่งรีบนั้นเราอาจห้ามไม่ได้ 100% เพราะชีวิตคนทำงานต้องแข่งกับเวลา แต่ในขณะที่แข่งกับเวลานั้นมันก็มีเวลาที่เราสามารถสโลว์ได้เพื่อสร้างความสมดุลในชีวิตได้นะครับ

สโลว์ไลฟ์ไม่ได้หมายความว่าชีวิตที่เรียบง่ายนะครับ แต่เป็นชีวิตที่มีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี มีความสุขและมีความเข้าใจสิ่งรอบตัวมากยิ่งขึ้น เป็นชีวิตที่ไม่เคร่งเครียด ซึ่งเรารู้กันดีอยู่แล้วนะครับความเครียดเป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิดทีเดียวเชียว เพราะฉะนั้นหมอหมีจึงอยากฝากไว้กับทุกๆ คนว่าลองดูสิว่าเราจะสโลว์ตรงไหนในชีวิตได้บ้างในท่ามกลางคามเร่งรีบของคุณ ชีวิตจะได้มีความสุขทั้งกายและใจครับ

 

Why Slow Life?

 Is it true that life after retirement is slow and laid back and that we do not have to do anything chaotic?

It may seem true, but if we look at the origin of the term, it just ain’t so.  The theory of slow life was created in the late 80s and early 90s when fast food restaurants invaded Europe.  Italy specifically had a slow food movement in retaliation to the invasion.  Uncle Carlo Petrini was the leader to promote the values of fresh food within his home town.  These foods were home grown and cared for with personal touch.  He said that his food was “made out of love and consumed among friends and loved ones”.  Of course, Italy is best known for its home-cooked meals so how can anyone turn towards processed food?

Uncle Carlo was in his 40s when he began his food campaign.  He’s now close to 70 years old so let’s just call him Uncle to make it sound softer.  He is a real activist and has his own column in the newspaper, about food, of course.  So it is understandable that he will not let processed food into his hometown.

Because Uncle Carlo is true to his belief, he established University of Gastronomic Sciences, its main interest is the relationship between food and culture.  It is quite insightful since it deals with history of each type of food, the art of cooking, as well as growing vegetables and livestock.  The University has been in operation for more than 10 years with over 2,000 students making it quite extraordinary.

Let’s get back to slow life.  From the concept of home cooked meals in the family, slow life was born in the cultured, mellow lifestyle.  In today’s world, most people do everything hurriedly, from working, eating, driving, texting, or speaking and even multitasking.  The consequence is that quality is lacking.  Because everything needs to be at sonic speed, there is a breakdown in family relation, we get quantity over quality so that everything needs to be fixed.  Most importantly, our body and mind cannot keep up with fast food and fast thinking.  If we work like a machine, then we break down just like it.

Hence, let’s all slow down, but it does not mean to do everything slowly.  This is where most people misunderstand.  Once we start talking about slowing down, people immediately think of senior citizens living a slow life.

In actuality, slow life is a way of doing activities with meaning, such as spending more time examining the project at work before starting on it right away.  Do not do it just to get it done, but rather, turn it into a masterpiece.  At lunch time, do not sit at your desk to work and eat at the same time.  Use it to enjoy the time with your coworkers to build up better relationship.  Also, walking around will help you digest food better than just sitting at your desk.

Use your days off to relax and hang out with friends.  Talk and laugh to get your troubles off your chest instead of being depress about it.  Take a trip with your friends to gain experience and perspective on life.  Sometimes, you can just go to the movies together or do some activities so that you have more to talk about with your friends.

Those who have family should do some activities as a family more often.  Some family just cooks together or just goes grocery shopping for fresh food.  Oh, why would anyone have a beautiful kitchen and not use it?  Family activity, even if it is for an hour or two will boost the morale of everyone in the house.

Carl Honoré , the famous Canadian writer and journalist, is among those who promote slow life.  He wrote in his best-seller book, In Praise of Slowness: How A Worldwide Movement Is Challenging the Cult of Speed, about slow as follows:

  • Slow Relationships – taking time to savor, deepen, and invigorate the important relationships in your life.
  • Slow Exercise – combining working out with time in nature or time with friends.
  • Slow Hobbies – doing something that feeds your soul and helps the planet at the same time.
  • Slow Work – being a craftsman at what you do, and doing it in service to others.
  • Slow Travel – enjoying the journey, experiencing regional flavor, and restoring your mind and body, and traveling closer to home.
  • Slow Clothing – creatively reusing clothing as well as making your own.
  • Slow Parenting & Slow Families – finding ways for your children to experience the joys of free time, creativity, and deep engagement with life.
  • Slow Education – learning new skills that help you be more connected to your daily life: cooking, sewing, music, repairs, etc. and that help you to stretch and grow.
  • Slow Relationships – taking time to savor, deepen, and invigorate the important relationships in your life.
  • Slow Exercise – combining working out with time in nature or time with friends.
  • Slow Hobbies – doing something that feeds your soul and helps the planet at the same time.

That is very thoughtful of him.  I think we cannot quit our fast lifestyle altogether because everyone is racing against time.  But we can always make time to slow down to bring balance to our life.

Slow life does not mean a simple life, but a cultured life with good health, happiness, and understanding for your environment.  It is not a stressful life; and we all know all kinds of illness that comes with stress.  So I just want to ask everyone to think how you can fit in slow life in your chaotic world so that you can boost your happy health and happy heart.

 

Tags: ,