ติ่งเนื้อแสนซน

Interview Published: Mar 2015

พญ.ปิตุลักษณ์ อัศวกุล แพทย์อายุรกรรม โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และคุณพ่อสมุทร นุชนารท

ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งทุกคนก็เกร็งไปหมดแล้ว ยิ่งมาขึ้นที่อวัยวะสำคัญๆ ยิ่งทำ ให้เครียดกันไปหมด คอลัมน์สัมภาษณ์ Go Blue. Stop Colon Cancer ของไอเกิลฉบับนี้ ต้องบอกว่าพิเศษสุดจริงๆ เพราะได้รับ

เกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมคนไข้ที่คุณหมอได้ทำการรักษากันมาจนเป็นคู่ที่รู้ใจ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ให้ท่านผู้อ่าน ได้รู้ทัน และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะได้สัมผัสกับอารมณ์ที่หลากหลายของคนไข้ เรียกว่า มีทั้งสนุก ทั้งฮา และเศร้า เคล้านํ้าตากันเลยทีเดียวค่ะ

คุณหมอเล่าว่า คนไข้เป็นคุณพ่อของ พญ.ศิรนารถ แผนกสูตินรีเวช ของที่นี่ค่ะ (หมอเลยเรียกคุณพ่อด้วย) คุณพ่อมาพบคุณหมอด้วยอาการท้องอืดๆ แน่นๆ คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการส่องกล้อง ทั้งในท้องส่วนบนและส่วนล่าง เพราะคุณพ่ออายุ 80 ปี แล้วแต่ไม่เคยส่องกล้องเลย แต่คุณพ่อไม่ยอมทำเพราะกลัว คุณหมอจึงรักษาเบื้องต้น ด้วยการให้ทานยาและติดตามอาการ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่หาย ซึ่งคุณหมอบอกว่าต้องหาสาเหตุให้ได้ สุดท้ายคุณหมอก็กล่อมให้คุณพ่อทำการส่องกล้องได้สำเร็จ แต่ไม่มีอะไรง่ายอย่างนั้น เพราะคุณพ่อเป็นโรคหัวใจ ยาที่ทานอยู่มีผลทำให้เลือดไม่แข็งตัว จะต้องหยุดยาโรคหัวใจก่อน 1 สัปดาห์จึงต้องปรึกษาคุณหมอโรคหัวใจด้วย พอได้ข้อสรุปแล้วก็นัดคุณพ่อมาส่องกล้อง ผลของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ พบว่าคุณพ่อมีติ่งเนื้อแต่ก้อนไม่ใหญ่ จึงได้ทำการตัดออก พร้อมส่งตรวจ ผลยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง ซึ่งก็สบายใจกันไปเรียบร้อย

แต่…ก็ยังไม่จบแค่นั้นเพราะเจ้าติ่งเนื้อแสนซนขนาด 3 ซม. ของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ยังมาโผล่อยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้นอีก หากทำการผ่าตัดใหญ่จะต้องผ่าแบบ whipple’s operation ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่มากจึงต้องคุยกับคุณพ่ออย่างละเอียด วางแผนการรักษาว่าคุณพ่อมีความเสี่ยงอะไรบ้าง เพราะการผ่าตัดใหญ่แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่อายุ 80 อย่างคุณพ่อ เพราะมีโอกาสเสียชีวิตสูงอาจจะถึง 1 ใน 4 เลยด้วยซํ้า ถ้าจะตัดผ่านกล้องความเสี่ยงก็อยู่ที่ก้อนใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่ตัดยาก โอกาสที่ผนังของลำไส้จะทะลุก็สูง บวกกับเสี่ยงต่อการตัดออกไม่หมดอีกด้วยหลังจากพูดคุยกันจนเข้าใจ ผลสรุปคือการผ่าตัดด้วยการส่อง

กล้อง ผลการตรวจยืนยันออกมาว่าทุกอย่างเคลียร์หมด จึงได้โล่งอกกันไปตามๆ

คุณสมุทร นุชนารท กล่าวว่า ผมเป็นโรคหัวใจและทำบายพาสมาสี่เส้น ตั้งแต่ปี 45 พอมาต้นปี 57 รู้สึกแน่นหน้าอก น่าจะแน่นท้องด้วยแต่แยกไม่ค่อยออก นอนก็ไม่ค่อยหลับ แต่มุ่งไปที่เรื่องหัวใจอย่างเดียวจึงกลับไปให้คุณหมอทำ echocardiogram, CT Scan, MRI ทำครบเลยครับ ก็ปกติ ก็เลยสวนสีดูหัวใจเข้าไปอีก ก็ปกติดี ในที่สุดก็มาพบคุณหมอปิตุลักษณ์ คุณหมอให้ส่องกล้องผมก็หลีก เพราะเพื่อนบอกว่าน่ากลัว (อายุ

ผมก็เยอะแล้ว ภูมิคุ้มกันก็น้อย แล้วเวลาที่คุณหมอทำ คุณหมอจะมือสั่นหรือเปล่าละเนี่ย ฮาฮาฮา) แต่สุดท้ายก็ต้องทำ ซึ่งคุณหมอได้อธิบายโดยละเอียดว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง คุณพ่อบอกว่าก่อนทำก็ไปสืบมา

แล้วว่าคุณหมอมีความสามารถ ทีมคุณหมอมีใครบ้าง หมอดมยาเป็นคุณหมออุษณีย์ ผมก็วางใจเพราะเคยทำมาแล้ว แถมคุณหมอบอกจะให้คุณหมอศัลยกรรมมาเดินเล่นอยู่ใกล้ๆ ห้องผ่าตัด เตรียมพร้อมให้คุณพ่อ คราวนี้ผมก็สบายใจ ไม่มีความกังวลแล้ว รู้สึกเหมือนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เหมือนมีพระมาคุ้มครอง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคุณหมอเค้าไปเลยครับ

สิ้นสุดการผ่าตัดก็สบายใจสบายตัว อาการท้องอืด แน่นหน้าอกก็หาย ประทับใจคุณหมอและทีมมากที่ช่วยดูแลผมเป็นอย่างดี พูดกันรู้เรื่อง ทำให้ผมเข้าใจ ผมว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง คนไข้ไม่เข้าใจก็ยิ่งกลัวกันไปใหญ่นะครับ หากใครที่สงสัยว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติ ต้องรีบไปหาคุณหมอนะครับ อย่างผมเองยังหลงผิดมาตั้ง 6-7 เดือนคิดแต่ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ คิดอยู่คนเดียว ไม่ได้มาให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู เราก็ไม่รู้ต้องให้คุณหมอเค้าช่วยหาคำตอบให้ครับ คิดดูซิผมนี่ 80 แล้วยังส่องกล้องสบายมาก แล้วหากคุณ 50 ต้นๆ จะกลัวอะไร

ก่อนจากไปคุณหมอขอฝากว่า การส่องกล้องลำไส้ใหญ่โดยไม่มีอาการ ทำให้เราพบเจอสิ่งผิดปกติตั้งแต่ยังเป็นก้อนเล็กๆ เจอเร็วก็ตัดออกได้เร็ว ก่อนที่จะกลายไปเป็นมะเร็ง เพราะฉะนั้นอย่ากลัวการส่องกล้องเลยนะคะ ทีมแพทย์ก็ยิ่งสำคัญ ถ้าเราทำงานเป็นทีม มีแผนหนึ่ง แผนสองคอยรองรับคนไข้ก็มั่นใจ อย่างเคสของคุณพ่อ ก็เพราะความไว้วางใจที่คุณพ่อมีให้กับทีมแพทย์ของเรา ผลการรักษาจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมากค่ะ

 

Tags: , , ,