ติ่งเนื้อวายร้าย

Interview Published: Mar 2015

นพ.ธวัช มงคลพร แพทย์อายุรกรรม โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท และ คุณป้าฉลวย เจียมเจิม

เดินอยู่ในบ้านดีๆ ก็มีเลือดไหลออกมา คิดว่าถ่ายท้องจึงไปเข้าห้องนํ้า ในโถมีแต่เลือดเต็มไปหมด มันตกใจทำอะไรไม่ถูก ลูกสาวรีบโทรมาปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกให้เข้ามาส่องกล้องด่วน คุณป้าฉลวย เจียมเจิม บอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน คุณหมอแนะนำให้คุณป้าส่องกล้อง เนื่องจากคุณป้าอายุเกิน 50 ปีแล้ว บวกกับคุณป้ามีภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ และเบาหวาน ซึ่งคุณหมอได้รักษาและติดตามอาการกันมาซักพักแล้ว แต่ด้วยความกลัวการส่องกล้องของคุณป้า คุณป้าจึงหลีกเลี่ยงมาตลอด

คุณหมอธวัชเล่าว่า ดูแลคุณป้ามาประมาณ 5 ปีแล้ว ตอนนั้นคุณป้าอายุ 56 ปี จึงแนะนำให้คุณป้าส่องกล้องแต่คุณป้ากลัวจึงไม่ยอมทำ “แต่คุณป้าน่ารักมากนะครับ ถึงแม้จะไม่ยอมส่องกล้อง แต่ไม่เคย

ผิดนัดหมอเลย หมอนัดทุกครั้งก็มาทุกครั้ง มาตรวจอย่างอื่น แต่กล้องเนี่ยยังไงก็ไม่ส่องครับ จนวันนั้นมาถึง วันที่คุณป้ามีเลือดออก คุณป้าจึงยอมส่องกล้อง ผลออกมาคุณหมอพบติ่งเนื้อเล็กๆ ประมาณ 2-3 ติ่ง แล้วก็พบก้อนใหญ่ประมาณ 1.5 ซม. อีก 1 ก้อน ซึ่งดูแล้วไม่สวยเลย ไม่น่าไว้วางใจ หมอจึงเรียกลูกสาวของคุณป้ามาดู บอกว่าหมอจะตัดออกแล้วส่งชิ้นเนื้อเพื่อตรวจยืนยันอีกครั้งว่าเป็นมะเร็งหรือไม่”

พอผลยืนยันออกมาว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ คุณหมอจึงโทรหาลูกสาว แต่ปรากฏว่าวันนั้นคุณป้ากลายเป็นคนรับโทรศัพท์ คุณหมอบอกว่าพอได้ยินเสียงคนที่รับกลายเป็นคุณป้า พูดไม่ถูกเลย เพราะกลัวว่าแกจะตกใจ แล้วฟูมฟายกันไปใหญ่ แต่สุดท้ายก็ได้คุยกับลูกสาว และอธิบายกันจนเข้าใจทุกอย่าง

คุณหมอกล่าวว่า ต้องบอกว่าคุณป้าโชคดีที่ลักษณะก้อนเนื้อของคุณป้ามันโป่งออกมามาก มีส่วนที่ติดระหว่างผิวแค่นิดเดียว ทำให้การตัดก้อนเนื้อนั้นทำได้ง่ายโอกาสทะลุน้อย และผลคือยังเป็นมะเร็งในระยะแรก แต่เมื่อผลออกมาว่าเป็นมะเร็ง คุณหมอจึงยังไม่วางใจ ต้องนัดคุณป้าเข้ามาทำการผ่าตัดเลาะเนื้อบริเวณที่อยู่รอบๆ ก้อนนั้นเพิ่มอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์มะเร็งตกค้างอยู่ และความโชคดีของคุณป้าอีกอย่างคือ ตำแหน่งที่เป็นนั้นอยู่ใกล้รูทวาร เวลาที่ผ่าตัดครั้งที่ 2 จึงทำการผ่าตัดได้ง่ายกว่าตำแหน่งที่อยู่เข้าไปข้างในลึกๆ แต่ก็ไม่วายที่จะมีเรื่องหวาดเสียว เพราะตำแหน่งที่เป็นถ้ามันเขยิบเข้ามาใกล้รูทวารอีกนิดเดียว ก็จะมีเนื้อที่ไม่พอให้เลาะออกก็จะต้องตัดรูทวารออกไปด้วยและไม่สามารถขับถ่ายทางรูทวารได้อีก

คุณป้าฉลวยบอกว่า ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งนั้น ใจฉันมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย ทำอะไรไม่ถูกเลย เวลาใครมาเยี่ยมที่บ้านก็จะร้องไห้ทุกที แต่ตอนนี้หายดีแล้ว คุณหมอติดตามอาการมาก็บอกว่าสบายใจได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คุณหมอแกน่ารัก เอาใจใส่ป้าอย่างดี ที่บ้านป้าทั้งบ้านให้คุณหมอดูแลทุกคนเลยจ๊ะ ป้าก็อยากจะฝากบอกคุณๆ ทั้งหลายว่าถ้าเราอายุมากแล้ว คุณหมอแนะนำให้ส่องกล้องก็ส่องเถอะ เพราะเรามองไม่เห็น แต่กล้องมันมองเห็น อย่างป้าเองหนีไปหนีมาแต่ก็ต้องส่องอยู่ดี ถ้ายอมส่องตั้งแต่วันนั้น ก็อาจจะเป็นแค่ติ่งเนื้อธรรมดาที่ยังไม่เป็นมะเร็งก็ได้

สุดท้ายคุณหมอขอฝากว่า การส่องกล้องอาจสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ก็จริง แต่โอกาสเกิดนั้นน้อยมากแค่ 1-2 คนใน 1,000 คน ถ้าอายุถึงแล้วก็ควรจะส่องเพื่อป้องกันและรักษาได้ในคราวเดียวกัน บางคนอาจจะไม่โชคดีเหมือนคุณป้า ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ มันอาจจะไม่ใช่มะเร็งระยะแรกที่เราจะเจอ การรักษาก็จะยากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น โอกาสหายก็น้อยกว่านะครับ

Tags: , , ,