ติ่งเนื้อตัวอ้วน

Interview Published: Mar 2015

พญ.มรกต ดีสมศักดิ์ แพทย์อายุรกรรม โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท และ Ms. Jean Williams

ทำไมถึงรู้สึกอ่อนเพลียแบบนี้ ทั้งๆ ที่เราก็เป็นคนดูแลสุขภาพอย่างดี แถมทานอาหารเช้าเสร็จเป็นต้องปวดท้อง รีบวิ่งเข้าห้องนํ้าทุกที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย? คุณเจนเริ่มสงสัยถึงความผิดปกติของตัวเอง จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณหมอบอก ว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็กลับมาแต่ก็ไม่ดีขึ้นคุณเจนจึงมาพบคุณหมอที่สมิติเวช ซึ่งได้พบกับคุณหมอมรกต

หลังจากที่คุณหมอได้ซักประวัติ สอบถามอาการอย่างละเอียดแล้ว คุณหมอบอกว่า “โดยปกติแล้วคนที่ดูแลสุขภาพ เป็นคนออกกำลังกาย ทานอาหารมังสวิรัติ และมีการขับถ่ายที่เป็นปกติมาโดยตลอด แต่อยู่ๆ มีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น อยู่ดีๆ ทานอาหารเสร็จก็ต้องรีบวิ่งเข้าห้องนํ้า หรือมีอาการท้องเสีย หรือท้องผูกแบบนี้ เราต้องสงสัยแล้วว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายเรา อย่างในกรณีของคุณเจนซึ่งอายุ 50 ปีแล้ว หมอจึงแนะนำให้ทำการส่องกล้องทั้งช่องท้องส่วนบนและส่วนล่าง”

จากการส่องกล้องคุณหมอพบติ่งเนื้อเล็กๆ มากมายในกระเพาะอาหาร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ของคุณเจนอยู่ที่ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ซึ่งพบประมาณ 5-6 ก้อน แต่ละก้อนมีขนาดใหญ่ 3-6 ซม. และเป็นติ่งเนื้อที่มีโอกาสกลายไปเป็มะเร็งได้สูง คุณหมอจึงทำการตัดติ่งเนื้อออกให้ แต่ไม่สามารถตัดได้หมดในคราวเดียว ต้องทำการส่องกล้องผ่าตัดถึง 2 ครั้ง

คุณหมอกล่าวเสริมว่า “เนื่องจากติ่งเนื้อนั้นก้อนใหญ่มาก จึงต้องใช้เวลาในการผ่าตัดนานมากขึ้น ทำให้ต้องส่องกล้องเพื่อตัดติ่งเนื้ออกถึง 2 ครั้ง คุณเจนจึงอาจรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว จากแก๊สที่เราใส่เข้าไป แต่คุณเจนให้ความร่วมมือกับหมอดีมากเลยค่ะ”

คุณเจนกล่าวว่า “ประทับใจและเชื่อมั่นในตัวคุณหมอมาก คุณหมอใส่ใจในการตรวจอย่างละเอียด ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าการส่องกล้องต้องทำยังไง มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง และให้เวลาเราได้ตัดสินใจ ถึงแม้ว่าจะต้องทำถึง 2 ครั้ง ก็ไม่ได้กลัวอะไร เพราะมันเป็นการทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เพียงแต่ครั้งที่ 2 รู้สึกว่ามันนานไปหน่อยเท่านั้นเอง ที่สำคัญคุณหมอบอกว่าเนื่องจากก้อนที่พบมีหลายก้อน และบางก้อนใหญ่มาก จึงต้องมีการปรึกษากับทีมแพทย์ด้วย ซึ่งแสดงถึงการทำงานเป็นทีมของคุณหมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น”

ก่อนจากไปคุณเจนขอฝากทิ้งท้ายว่า “การส่องกล้องนั้นมีประโยชน์มากเป็นได้ทั้งการตรวจและการรักษา หลังจากที่ทำแล้วตัวเองรู้สึกดีขึ้นมาก อาการต่างๆ ก็ค่อยๆ ดีขึ้น รู้สึกแฮปปี้มาก และอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง หากรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเองก็อย่านิ่งนอนใจควรรีบไปพบคุณหมอ และอีกอย่างที่สำคัญคือต้องเชื่อมั่นในตัวคุณหมอ แล้วก็จะไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”

คุณหมอกล่าวว่า “การส่องกล้องทำให้เราพบสิ่งผิดปกติได้ก่อนที่จะกลายไปเป็นมะเร็ง อย่างของคุณเจนหมอก็แนะนำให้มาทำการตรวจซํ้าทุก 2 ปี เพื่อเป็นการป้องกัน ซึ่งคุณเจนก็เข้าใจ และหมอเองก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นสามารถป้องกันได้ หากมีอายุครบ 50 ปีขึ้นไปก็ควรจะทำการส่องกล้องเพื่อป้องกันและห่างไกลกับมะเร็งลำไส้ใหญ่การพบติ่งเนื้อถึงแม้จะหลายๆ ก้อน ก็ดีกว่าการพบก้อนมะเร็งเพียงก้อนเดียวนะคะ”

 

Morakod Deesomsak, M.D., Specialist in Gastroenterology and Hepatology at Samitivej Sukhumvit Hospital & Ms. Jean Williams

Approximately a year ago Ms. Williams started to notice changes in her energy levels, weight and digestion.  Upon visiting two different doctors and having full medicals she was told that there was nothing wrong with her, and she was healthy. Knowing that something had been missed, she decided to visit Dr. Morakod Deesomsak, a specialist in gastroenterology and hepatology at Samitivej Sukhumvit Hospital.

After a thorough interview about her medical history, Dr. Morakod explained, “Normally when a patient like Ms. Williams, who is a health conscious, does not eat read meat, exercises regularly, and has regular bowel movement suddenly has changes in her bowel habit, i.e., rushes to the toilet, has diarrhea or constipation, I have to question if there is any irregularity in her body. In Ms. Williams’ case, I recommended both gastroscopy and colonoscopy.”

From the screening, Dr. Morakod found a lot of tiny polyps in Ms. William’s stomach but that was not a problem. The real problem was 5 – 6 polyps that were lodged in her large intestines; each polyp size was around 3 – 6 cm. These polyps had high risk of becoming cancerous. And because there were several of them, Dr. Morakod had to perform colonoscopies twice to remove them all.

Dr. Morakod added, “It took time to remove so many large polyps.  That’s why I had to do it twice.  Ms. Williams might not feel comfortable due to the gas that we used, but she gave total cooperation.”

Ms. Williams said, “I was so impressed and completely trusted Dr. Morakod.  She took great care of me, gave me thorough examination, and explained in details about the colonoscopy; from how it is done, to the side effects and possible complications. She gave me time to make decision and even though I need three procedures I am not worrying because I know it is necessary. The size of the polyps in the last procedure was unexpected and she had to consult her medical team during the procedures which shows their teamwork and patient care.”

Ms. Williams concluded, “I’ve learned first hand that a colonoscopy is very useful for both diagnostic purposes and treatment of existing conditions.  After the procedures, I am feeling much better.  My symptoms have improved considerably .If you feel something is wrong, trust your instincts and follow up by consulting a doctor you trust.

Tags: , , , ,