ตรวจนม 3 มิติ 3D Mammogram

Caring Published: Oct 2012

เกิดเป็นผู้หญิงนี้ช่างลำบากจริงๆ เลยนะคะว่ามั๊ย พออายุเริ่มมากขึ้นอะไรๆ ที่เคยเต่งตึงก็กลับไม่ตึง ไหนจะโรคภัยที่ตามมากับวัยที่มากขึ้นอีก โดยเฉพาะปัญหาหนักอกอย่าง โรคมะเร็งเต้านม ที่ปัจจุบันนี้มีอุบัติการณ์เป็นอันดับ 1 กันไปแล้ว แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลกันเกินไปหรอกนะคะ ผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างพวกเรา มีหรือจะยอมแพ้ ไอเกิล มีโอกาสได้พบกับ พญ.สุปราณี นิราพาธพงศ์พร หัวหน้ารังสีแพทย์ แผนกรังสีวินิจฉัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ซึ่งอาจารย์บอกว่าปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยวินิจฉัยมะเร็งเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกขั้น สามารถช่วยคัดกรองและตรวจพบสิ่งผิดปกติได้ในระยะแรก รู้ก่อน มีโอกาสรักษาได้หายขาด ขอบอกเลยว่าเมื่อได้คุยกับอาจารย์แล้ว ผู้หญิงอย่างเราอุ่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ

ภาพรวมของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

1. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นการตรวจค้นหาโรคในเบื้องต้น ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ครวจตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง

2. การถ่ายภาพเอ็กซเรย์เต้านม (Mammogram) ใช้วิธียิงให้ลำแสงเอ็กซเรย์จากด้านหนึ่ง ทะลุเนื้อเต้านมไปตกบนแผ่นรับรังสีที่อยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วนำรังสีที่ตกบนแผ่นรับไปสร้างเป็นภาพ เป็นการตรวจคัดกรองที่สามารถค้นหาก้อนเนื้องอก หรือมะเร็งที่มีขนาดเล็กมากจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมระยะแรก

3. การตรวจเต้านมด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) เป็นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านผิวหนังเข้าไปสะท้อนเนื้อเต้านม แล้วกลับมาสู่ตัวรับคลื่น ซึ่งนำคลื่นสะท้อนขึ้นมาเป็นภาพบนจอ  วิธีการตรวจนี้เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อเต้านมแน่นตึง สามารถวินิจฉัยว่าก้อนที่ตรวจพบนั้น เป็นถุงน้ำ เนื้องอกหรือมะเร็ง

Mammogram เป็นการเอ็กซเรย์เต้านมด้วยเทคนิคพิเศษ โดยใช้แผ่นอุปกรณ์บีบเนื้อเต้านม เพื่อช่วยให้ได้ภาพชัดเจนขึ้น ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีสร้างภาพขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์แทนการใช้ฟิลม์เอ็กซเรย์ เรียกว่า digital mammogram ซึ่งใช้ปริมาณรังสีน้อยลง และได้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น ทำให้แมมโมแกรมสามารถตรวจพบเนื้องอกได้ตั้งแต่ยังมีขนาดเล็กมากจนคลำจากภายนอกไม่พบ ซึ่งการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย Mammogram เป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีจุดอ่อน เนื่องจากเต้านมของผู้หญิงนั้นมีความหนาแน่นและลักษณะที่แตกต่างกันไป สำหรับผู้หญิงเอเชียและผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะมีเต้านมแบบ Dense คือ เต้านมขาว ซึ่งอาจมีสิ่งผิดปกติซ่อนเร้น ทำให้การตรวจหานั้นทำได้ยากขึ้น จึงเกิดนวัตกรรมล่าสุด Digital Breast Tomosynthesis” ซึ่งเป็นการตรวจ Mammogram ด้วยระบบ 3 มิติ สามารถตรวจเต้านมโดยการตัดภาพเนื้อเต้านมออกมาเป็นแผ่นบางๆ ทีละชั้นๆ ละ 1 mm.  เอียงมุมทุก 15 องศา ในการถ่ายภาพ 1 ครั้ง จะได้ภาพออกมาครั้งละ 50 sliceถ่ายภาพทั้งหมด 4 ครั้ง (ข้างละ 2 ครั้ง) เพราะฉะนั้นในการตรวจ แพทย์จะได้ภาพทั้งหมดถึง 200 ภาพ ในระยะห่างกันเพียงภาพละ 1 mm. ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นเนื้อเต้านมที่เคยซ้อนกันอยู่ได้ชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเต้านมจะมีความแน่นและหนาทึบรวมทั้งผู้ป่วยที่ผ่าตัดเสริมเต้านม จึงสามารถระบุตำแหน่งรอยโรคและความผิดปกติได้ชัดเจนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การถ่ายเพิ่มน้อยลง

ภาพแมมโมแกรมที่ได้เป็นภาพเอ็กซเรย์ จึงต้องอาศัยรังสีแพทย์ที่ชำนาญการอ่านภาพแมมโมแกรมโดยเฉพาะ จึงจะวินิจฉัยได้แม่นยำ มาตรฐานการอ่านสากลเหมือนกันทั่วโลกเรียกว่า Breast Imaging Reporting And Database System หรือเรียกย่อๆว่า ไบแร็ดส์ (BIRADS) โดยแพทย์จะอ่านค่าไบแร็ดส์ออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งมีความหมายตามความหนักเบาของการตรวจพบ ดังนี้

คำอ่านไบแร็ดส์

ความหมายของคำอ่าน

BIRADS 1 ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เพียงแต่ควรกลับมาตรวจใหม่ตามระยะเวลา อย่างผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจมะเร็งเต้านมปีละ 1 ครั้ง
BIRADS 2 ตรวจพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติ แต่ไม่ใช่มะเร็ง (benign) ซึ่งไม่ต้องกังวล และควรมาตรวจซ้ำในอีก 1 ปี
BIRADS 3 ตรวจพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติ ซึ่งอาจจะไม่ใช่มะเร็ง (probably benign) หรือมีโอกาสจะเป็นมะเร็ง ได้ 2 เปอร์เซนต์ แต่ควรต้องมาตรวจซ้ำในอีก 6 เดือน หรือ ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม
BIRADS 4 ตรวจพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติ ซึ่งสงสัย (suspicious) ว่าน่าจะเป็นมะเร็ง แพทย์จะพิจารณาส่งชิ้นเนื้อเพื่อตรวจอีกครั้ง
BIRADS 5 ตรวจพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติ ซึ่งสงสัยอย่างมาก (highly suspicious) ว่าน่าจะเป็นมะเร็ง ซึ่ง BIRADS 5 ค่อนข้างมีความน่าจะเป็นมะเร็งสูง จึงจำเป็นต้องส่งชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันผลการตรวจอีกครั้ง

การทำแมมโมแกรมใช้วิธียิงให้ลำแสงเอ็กซเรย์จากด้านหนึ่ง ทะลุเนื้อเต้านมไปตกบนแผ่นรับรังสีที่อยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วนำรังสีที่ตกบนแผ่นรับไปสร้างเป็นภาพ หากเต้านมแน่นมาก อาจจะบดบังการทะลุผ่านของรังสีได้ แพทย์จึงแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการตรวจอุลตร้าซาวด์เต้านม ที่ใช้วิธีส่งคลื่นเสียงเข้าไปในเต้านม ให้ไปตกกระทบบนเนื้อเต้านมและตัวเนื้องอก แล้วสะท้อนกลับมายังตัวรับคลื่นเสียงที่อยู่ด้านเดียวกันกับตัวส่งคลื่นเสียงออกไป โดยวิธีนี้แม้เนื้อเต้านมจะแน่น ก็ยังสามารถสร้างภาพจากเสียงสะท้อนได้อยู่ จึงทำให้ได้ผลที่ชัดเจนและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ อาจารย์สุปราณี ฝากเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกท่านว่า มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงทั่วโลก แต่วิวัฒนาการและเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ก็ล้ำหน้ามากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวกับคำว่ามะเร็งเต้านมนะคะ ควรมาตรวจอย่างสม่ำเสมอ รู้ก่อน รักษาได้หายขาด ไม่ต้องกังวลค่ะ”


Digital Breast Tomosynthesis

It’s not easy to be a woman. As the years advance, wrinkles are not the only worries for women. Breast cancer has been the leading health problem for women for many years. Aiglê talked to Dr. Supranee Nirapathpongporn, chief radiologist at Samitivej Sukhumvit Radiology Department about breast cancer screening. Dr. Supranee advised that the new digital breast tomosynthesis is the cutting edge technology for early breast cancer detection.

Ways to Screen for Breast Cancer

1. Breast Self-Exam (BSE). Ladies age of 40 or older should perform BSE regularly once a month.

2. Mammogram. The breast is pressed between two plates to get an X-ray image. It is an important procedure for early detection of breast cancer.

3. Ultrasound. A high frequency wave is sent through the skin and echoes back to the receiver to produce an image of the breast. It is suitable for women with dense breast tissue to diagnose whether the mass is fluid or tumor.

In the early days of mammogram, the X-ray image is recorded on a film. However, modern technology allows for the imaging to be done on a computer screen instead. The digital

mammogram uses less radiation and can provide better images. Therefore, it allows for the detection of small tumors that may not yet be palpable. Although the mammogram is a worldwide accepted breast cancer screening technique, it also has some issues. Particularly, most Thai women and Asian women have dense breasts, which make it difficult to find any abnormalities. The Digital Breast Tomosynthesis uses three-dimensional imaging to view the breast tissue in one-millimeter slices taken at a 15 degree angle. Each image consists of 50 Slice. So when the doctor
takes 2 images on each side, he/she will have a total of 200 different images which are each one millimeter thick. Therefore, he can see the dense tissue clearly to reveal any abnormalities with high accuracy. Thus, there is considerably less patient recall rate than traditional mammogram.

Once the image is captured, the doctor can use a program called Computer Aided Diagnosis (CAD) to help with the analysis. CAD acts as a doctor’s assistant and warns any
suspicious area with a Remark. For example, a message will appear in an area that the tissue is darker or lighter than usual, an area with calcification, or a distorted area, etc. Once the doctor views the results, he can easily double check the Remark area. He can also compress or magnify view for better interpretation.

Radiologists use the standards set by the Breast Imaging Reporting and Database System (BIRADS) to interpret the mammogram results as follows:lassification Interpretation

BIRADS 1 : No abnormality detected and routine screening is recommended, e.g, women over the age of 40 should get a mammogram once a year.
BIRADS 2 : A benign abnormality was detected (nothing to worry about) and routine screeningis recommended.
BIRADS 3 : A probably benign mass was detected and rescreening should be done in 6months.
BIRADS 4 : A suspicious mass was detected and biopsy should be considered.
BIRADS 5 : A highly suspicious mass was detected and biopsy should be performed to confirm.

The incidence of cancer is high in women, but early detection is possible with the new

medical technology. Dr. Supranee recommends that women should get routine screening for a chance at a cure. So ladies, have you gotten a mammogram yet  this year?