แก่ง่าย ตายไว เพราะใส่ครีมเทียม – It Must Be Coffee

Women's Health Published: Apr 2015

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เก่าแก่ และเป็นที่นิยมมากที่สุดของมนุษย์โลก ขอสารภาพว่าหมอเองก็เป็นหนึ่งในมนุษย์โลกที่ดื่มกาแฟทุกวันค่ะ บ่อยครั้งที่คนมักแปลกใจเมื่อเห็นคนบ้าสุขภาพอย่างหมอดื่มกาแฟ และถามว่า “ดื่มกาแฟไม่เสียสุขภาพเหรอ?”

คำตอบคือ สำหรับตัวกาแฟเองแล้ว หากดื่มวันละ 1-2 แก้ว ไม่ได้รับคาเฟอีนมากเกินไปจนใจสั่นแล้วล่ะก็ ไม่ได้มีอันตรายอะไรกับสุขภาพ แถมกาแฟเองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งดีกับสุขภาพด้วยซํ้า แต่ตัวร้ายที่แอบบ่อนทำลายสุขภาพนั้นคือ “เพื่อนของกาแฟ” ที่เรียกกันติดปากว่า ครีมเทียม ต่างหาก

คุณผู้อ่านที่ดื่มกาแฟใส่ครีมเทียมทุกวัน เคยพลิกดูส่วนประกอบของครีมเทียมไหมคะว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าครีมเทียมแต่ละแบรนด์มีส่วนประกอบแตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบไปด้วยนํ้าเชื่อม นํ้ามัน และสารเคมีสังเคราะห์เพื่อเลียนแบบรสตามธรรมชาติ! นํ้าเชื่อม ที่ใช้กันมากคือ Glucose syrup, Corn syrup และบางแบรนด์อาจใช้เป็น High Fructose Corn Syrup (HFCS)

นํ้าเชื่อมเหล่านี้มีการใช้กันมากในอุตสาหกรรมอาหารเพราะมีราคาถูก โดยเฉพาะ HFCS ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไป จะส่งผลให้นํ้าตาลในเลือดขึ้นได้เร็ว เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุงมากกว่านํ้าตาลปกติตามธรรมชาติ และยังพบว่าการรับประทาน HFCS เป็นประจำ เพิ่มระดับของไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ส่งเสริมการสร้างไขมันที่ตับและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย

นํ้ามัน เพื่อให้เกิดความหอมมันเมื่อเติมลงในกาแฟในราคาย่อมเยา ผู้ผลิตเลือกใช้นํ้ามันประเภท “Partially hydrogenated soybean oil” ซึ่งเป็นไขมันสังเคราะห์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม ไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันที่เลวร้ายต่อสุขภาพที่สุดเพราะเป็นไขมันที่มีงานวิจัยมากมายว่า เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงหลอดเลือดหัวใจ รวมไปถึงมะเร็งอีกหลายประเภท ในบางแบรนด์อาจระบุว่า “0% Trans Fat” แต่นั่นไม่ได้หมายความ

ว่าจะไม่มีไขมันทรานส์แอบแฝงอยู่เพราะตามกฎแล้ว หากผลิตภัณฑ์ใดมีไขมันทรานส์น้อยกว่า 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค จะสามารถแอบอ้างว่า 0% Trans Fat ได้โดยไม่ผิดกฎกติกา

ส่วนประกอบสำคัญส่วนที่สาม คือ สีและสารแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์มากมายเพื่อให้ผงสีขาวๆ นั้นมีรสชาติเหมือนครีมจริงๆ สมชื่อครีมเทียม นอกจากครีมเทียมจะไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังไประรานกับผลดีต่อสุขภาพที่เกิดจากการดื่มกาแฟด้วย เพราะมีงานวิจัยพบว่า สารจากครีมเทียม จะไปลดการดูดซึมของ

สารต้านอนุมูลอิสระจากในกาแฟลงราว 30% รวมถึงดูดซึมได้ช้าลงด้วย การเติมครีมเทียมลงไปจึงเป็นการลดคุณประโยชน์ที่เกิดจากการดื่มกาแฟอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจบอกว่าก็รู้นะ..ว่าไม่ดีกับสุขภาพ แต่จะให้กิน

กาแฟดำเหมือนหมอ ขอกินนํ้าเปล่ายังดีเสียกว่า

สำหรับคนที่กำลังบ่นในใจอยู่นั้น หมอแนะนำว่าอาจลองเปลี่ยนมาทำให้กาแฟของคุณสีสวยขึ้นด้วย นมวัวไขมันตํ่า หรือ นมถั่วเหลืองรสจืด อาจจะไม่หอมมันชวนเสพติดเท่าครีมเทียม แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คุณแก่ง่ายและตายผ่อนส่งนะคะ

จริงอย่างที่กูรูด้านอาหารสุขภาพไมเคิล พอลแลน ได้กล่าวไว้ค่ะ “การกินอาหาร คือ กินสิ่งที่เป็นอาหารจริงๆ ไม่ใช่สิ่งสังเคราะห์ที่ทำหน้าตา หรือรสชาติให้เหมือนอาหาร”

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
แพทย์วุฒิบัตร Anti-Aging Medicine (สหรัฐอเมริกา)
Twitter, Instagram: @thidakarn

It Must Be Coffee

Coffee is one of the world’s oldest drinks and is quite popular among humans. I must confess that I’m also one earthling who must have my coffee every single day. People are quite surprised that a health-nut like me still drinks coffee and I’m often asked “isn’t it bad for your health?” The answer is that if you only drink 1 – 2 cups a day and not overdose yourself with caffeine to the point of having heart palpitations, then it’s not bad. Even better is that coffee contains anti-oxidants, which is beneficial to your health.

The main culprit that is out to destroy your health, however, is coffee’s so-called “mate,” better known as non-dairy creamer. If you are one of those who must put nondairy creamer in your coffee on a daily basis, have you ever turned the box over to see what it is made of? Of course, different brands have different composition, but most of it is still syrup, oil, and chemicals to mimic natural tastes!

Syrup. The most often used types are glucose syrup and corn syrup. Some brand may use high fructose corn syrup (HFCS). These syrups are widely used in the food industry because they are cheap, especially HFCS because it will quickly rise your blood sugar. Unfortunately, it will also raise the risk of obesity higher than regular sugar. Studies have shown that regular consumption of HFCScontaining products lead to an increase in triglycerides in the blood, promotion of fatty liver and risk of cardiovascular diseases.

Oil. To make it more aromatic once added to coffee, manufacturers tend to use partially hydrogenated soybean oil, which is a type of synthetic trans fat, which in turn is a bad type of fat. Many studies have shown that trans-fat increases the risk of obesity, cardiovascular disease, and many types of cancer.

Although some brands claim to have “0% Trans Fat,” it does not necessarily mean that there is no hidden trans fat in the product. This is because it is generally considered that any product with less than 0.5 grams of trans fat per serving can be considered 0%.

As for the last component, we are talking about a multitude of color and synthetic flavors to make the products white and taste like real cream. No wonder it is called non-dairy creamer. Not only is nondairy creamer not good for your health, but it will affect the good side of coffee. Research has shown that non-dairy creamer will decrease absorption of anti-oxidants in coffee by about 30%.

Once some of our readers have read this far, you are probably thinking that “yeah, I know it’s not good for me, but if I have to drink black coffee like you, err…I’d rather drink good ole plain water.” Well, let me give you lot some advice. Why don’t you try some low fat milk or unsweetened soybean with your coffee?

It may not be as aromatic or creamy as your non-dairy creamer, but at least it won’t make you age as fast or suffer a long, drawn out death sentence.

It’s true what health guru Michael Pollan has said: “Eating is eating real food and not edible food-like substances.”

Twitter, Instagram: @thidakarn

Tags: , , , , , , , , ,