ครอบครัวเดียวกัน – Cover Story

Cover Story Published: Sep 2014

ไอเกิลฉบับนี้โอกาสดีไปเจอคุณพ่อโจ๊กเกอร์จูงมือลูกสาวฝาแฝดมาหาคุณหมอหญิง หรือแพทย์หญิงหทัยทิพย์ ชัยประภา กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์ เลยชวนกันมาขึ้นปกซะเลย แหม คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกนะคะ ก็ต้องมีนัดแนะกันนิดหน่อยค่ะ ด้วยความที่คุณหมอสนิทกับน้องๆ ก็เลยทำให้เราทำงานง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ก็มีอลหม่านบ้านหมุนกันพอควรนะคะ เพราะเด็กฝาแฝดเวลาที่คนหนึ่งทำอะไรอีกคนหนึ่งมักจะทำตาม ห้ามคนนี้ แต่อีกคนทำ จับกันแทบไม่ทัน สนุกสนานกันเลยทีเดียวค่ะ

คุณโจ๊กเกอร์บอกว่า ช่วงนี้ก็จะค่อนข้างยุ่งและเหนื่อยนิดนึง ทั้งเรื่องส่วนตัวที่ต้องคอยดูแลลูกสาวฝาแฝดทั้ง 2 คน น้องคริส และน้องเคท ส่วนเรื่องงานก็จะมีงานละครที่เพิ่งปิดกล้องไป แต่ช่วงที่กำลังถ่ายทำนั้นต้องใช้คิวเยอะมาก เพราะเป็นละครแอ๊คชั่น ก็เลยทำให้เหนื่อยหน่อย แล้วก็มีงานพิธีกรในรายการบางอ้อ รายการล่า รายการสมุทรโคจร นอกจากนี้ก็ผลิตรายการของตัวเอง เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับอาชีพแปลกๆ

ถามเรื่องการดูแลสุขภาพ คุณโจ๊กเกอร์บอกว่า ช่วงนี้ได้ดูแลตัวเองน้อยมาก เพราะเอาเวลาที่มีทั้งหมดไปให้ลูก เมื่อก่อนจะต้องไปเตะบอลหรือวิ่งแทบทุกวัน แต่พอมีลูกเลิกงานปุ๊บเลี้ยวซ้ายเตะบอล เลี้ยวขวากลับบ้าน คุณพ่อโจ๊กเกอร์ก็เลี้ยวขวาปุ๊บทันทีแบบไม่ต้องคิด ก็เริ่มจะมีปัญหาสุขภาพบ้าง ตอนนี้จึงต้องเริ่มกลับมาออกกำลังกายบ้างแล้ว ด้วยการขับขี่มอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์ ไอ้เราก็งงคุณพ่อโจ๊กเกอร์นี่มาแนวไหน ขี่มอเตอร์ไซด์เพื่อออกกำลังกายเนี่ยนะ เห็นแต่เขาขี่เพื่อสันทนาการกันไม่ใช่เหรอคะ คุณโจ๊กเกอร์จึงไขข้อข้องใจว่า “เพราะเจ้ารถบิ๊กไบค์พวกนี้จะมีน้ำหนักเยอะ เวลาที่เราขับขี่จะต้องใช้กำลังในการทรงตัวมาก และถ้าเราขับขี่ในท่าทางที่ถูกต้อง ก็ถือเป็นการบริหารกล้ามเนื้อได้อย่างหนึ่ง ทำให้เหงื่อออกเยอะมาก เผาผลาญพลังงานได้เยอะทีเดียวเลยนะครับ” โอ้โห เรียกว่าคุณพ่อคนนี้ใช้ทุกนาทีให้มีประโยชน์มากที่สุดเลยนะคะ

แต่ผลพลอยได้ของการมีแก้วตาดวงใจน้อยๆ ที่พลอยทำให้สุขภาพของคุณพ่อโจ๊กเกอร์ ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่เป็นทั้งครอบครัวดีขึ้นเลยก็คือ เรื่องการรับประทานอาหาร เพราะเวลาเลือกอาหารให้ลูก ก็จะเลือกแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงผงชูรส หลีกเลี่ยงการใช้สารปรุงแต่ง เน้นเป็นพวกปลา แล้ววิธีการทำก็เน้นเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง ลวก หลีกเลี่ยงของทอด หากต้องออกไปทานอาหารนอกบ้านก็จะเลือกวิธีเดียวกัน แหม! แบบนี้เค้าเรียกว่า ได้รับอานิสงค์กันถ้วนหน้า พาสุขภาพดีกันทั้งครอบครัวเลยนะคะ

มาถึงการดูแลลูกๆ คุณโจ๊กเกอร์บอกว่าในช่วงแรกอยากดูแลลูกๆ ให้เต็มที่ ให้เวลาลูกแบบ Fulltime เลยค่ะ เพราะเชื่อว่าในช่วงแรก Hard disk ของเด็กๆ นั้นยังว่าง มีพื้นที่จำนวนมากให้เราใส่ข้อมูล จึงอยากใส่ข้อมูลของตัวเองลงไปให้ลูกอย่างเต็มที่ เพราะอยากให้ลูกเป็นแบบตัวเอง มาตอนนี้น้องอายุ 1 ขวบ 5 เดือนแล้ว ก็คิดว่าเริ่มโอเค มีถอยออกมาบ้าง มีงานก็รับมากขึ้น ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่และพี่เลี้ยงไป แต่อย่างไรก็ตั้งใจว่าจะดูแลลูกๆ เองแบบนี้ไปตลอด

ถามว่าทุ่มเทขนาดนี้ ลงมือเลี้ยงลูกเองแบบนี้เหนื่อยไหม คุณโจ๊กเกอร์ตอบแบบมั่นใจเลยค่ะ ว่าเหนื่อยมาก แต่มันเป็นความเหนื่อยที่มีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสุข ไม่ใช่อะไรที่รับไม่ไหว ยิ่งได้เห็นพัฒนาการของลูกๆ ที่เติบโตขึ้นทุกวันทุกวันแล้วยิ่งมีความสุข

พอพูดถึงเรื่องพัฒนาการของน้องๆ ก็ต้องหันมาถามทางคุณหมอหญิงกันนิดนึงค่ะว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง “หมอมีโอกาสได้ดูแลน้องทั้ง 2 คน มาตั้งแต่หลังคลอด แล้วก็ดูแลมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ก็ดูเรื่องการเจริญเติบโต น้ำหนัก ส่วนสูง และฉีดวัคซีน ซึ่งน้องทั้ง 2 คน มีสุขภาพที่แข็งแรง การเจริญเติบโตสมวัย รวมไปถึงเรื่องพัฒนาการ ซึ่งน้องทั้ง 2 คน มีพัฒนาการที่ค่อนข้างจะล้ำหน้าด้วยค่ะ เช่น การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ อย่างการเดิน การวิ่ง ขึ้น-ลง บันได รวมไปถึงการใช้นิ้ว ใช้มือ หยิบจับของต่างๆ อีกทั้งตอนนี้น้องยังสามารถเปิดประตูได้เองแล้วอีกด้วย นอกจากนี้น้องยังมีพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดี สามารถพูดเป็นคำๆ ได้หลายคำ ประมาณ 20-30 คำได้แล้ว และเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสารด้วย ซึ่งก็ถือว่าพัฒนาการค่อนข้างไปไวค่ะ”

คุณโจ๊กเกอร์บอกว่า “คุณหมอหญิงเป็นหมอเด็กที่ดูแลน้องคริส และน้องเคทมาตั้งแต่แรกคลอด จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งผมเองได้รับคำแนะนำจากคุณหมอหญิงเยอะมาก เป็นเหมือน Google สำหรับผมเลยล่ะครับ เวลาเราอยากหาข้อมูลอะไรก็มักจะ Search กันใน Google ใช่มั๊ยล่ะครับ ผมก็เหมือนกันครับอยากรู้ข้อมูลเรื่องลูก Search หาหมอหญิงเลยครับ ฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยอะไรก็ไลน์ถามคุณหมอเลย ไม่ต้องรอไปโรงพยาบาลทุกครั้ง ผมโชคดีมากครับที่ได้คุณหมอหญิงมาเป็นคุณหมอประจำของลูกๆ คุณหมอเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่งของผมเลยครับ”

ระหว่างที่เราคุยกันไป น้องๆ ก็เล่นกันไป ไปเล่นกับคุณพ่อคุณแม่บ้าง วิ่งมาเล่นกับคุณหมอหญิงบ้าง ถามว่าคุณหมอหญิงฉีดยาให้ตรงไหน น้องชี้ไปที่ก้นแล้วก็บอกว่าตรงนี้ ซึ่งน้องๆ ดูสนิทสนมกับคุณหมอหญิงมาก ไม่กลัวคุณหมอเหมือนเด็กคนอื่นๆ เลย คุณหมอหญิงก็จำน้องทั้ง 2 คนได้อย่างแม่นยำ ว่าคนไหนน้องคริส คนไหนน้องเคท ดูเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันเลยค่ะ

คุณโจ๊กเกอร์นี่ช่างเป็นคนที่โชคดีจริงๆ เลยนะคะ นอกจากจะได้มาเจอคุณหมอคู่ใจของลูกๆ แล้วยังมีทีมงานที่ดีมาคอยช่วยเหลืออีกมากมาย ทั้งคุณปู่คุณย่า แล้วก็ยังมีน้องสาวซึ่งเป็นฝาแฝดด้วย ที่มาช่วยดูแลลูกๆ และยังมีคุณยายที่อยู่เชียงราย ก็บินมาเยี่ยมหลานอยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดด้วยแล้วคนช่วยเลี้ยงเพียบเลยค่ะ ฟังดูแล้วช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและสนุกสนานจริงๆ เลยนะคะ

ถามถึงอนาคตว่าอยากให้ลูกเป็นอะไร คุณโจ๊กเกอร์บอกว่า ก็คงอยากให้เป็นเหมือนพ่อแม่ เพราะทั้งคุณโจ๊กเกอร์และภรรยาเป็นคนชอบเล่นกีฬาและดนตรี คนในครอบครัวก็เล่นดนตรี ก็อยากให้ลูกไปในแนวทางนี้ จะดนตรีหรือกีฬาก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งช่วงนี้น้องๆ ก็กำลังเป็นปลื้ม พี่ปลื้มจิต นักกีฬาวอลเล่ย์บอลทีมชาติไทยของเราอยู่เลยค่ะ

สุดท้ายคุณโจ๊กเกอร์ฝากว่า “การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ เชื่อว่าทุกอย่างถ้าบริหารจัดการดีๆ จะเห็นว่าเรามีเวลามากมาย ง่ายๆ เลยครับ เขียนใส่กระดาษเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง อย่างผมนอกจากบริหารจัดการกับเรื่องของตัวเอง หาเวลาว่างเพื่อออกกำลังกายบ้าง แล้วก็ยังบริหารทุกคนให้มีความสุข พาภรรยาไปเที่ยวนอกบ้านสองต่อสองบ้าง อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องอาหารการกิน เพราะเป็นสิ่งที่เรานำเอาของเข้าสู่ร่างกายโดยตรง กินดีก็แข็งแรง อย่างลูกทั้ง 2 คน ป่วยน้อยมาก ดูแลตัวเองกันให้เยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอนะครับ และในอนาคตอยากจะฝาก 2 KK คือ น้องคริสกับน้องเคทไว้ด้วยครับ ผมมีโปรเจ็กที่จะผลิตรายการทีวีพ่อโจ๊ก กับ 2 แสบ ที่จะเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มาบอกเล่าวิธีการเลี้ยงลูก ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นแม่เท่านั้นที่เลี้ยงลูกได้ พ่อก็สามารถเลี้ยงลูกได้อย่างดีเช่นกัน เลี้ยงอย่างไรให้มีความสุข แล้วเลี้ยงแบบโบราณจะบานบุรี หรือเลี้ยงแบบคนยุคนี้จะดีกว่ากัน ผมมีประสบการณ์มากมายจะมาแชร์ให้กับคุณผู้ชมครับ ฝากติดตามกันด้วยนะครับ”

คุณหมอหญิงขอฝากอีกนิดค่ะว่า “เห็นความทุ่มเทของคุณโจ๊กเกอร์แล้ว ถือว่าเป็นคุณพ่อยุคใหม่ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างอย่างมากค่ะ ตอนนี้มันหมดยุคที่คุณแม่จะต้องเลี้ยงลูกหัวฟูอยู่คนเดียวแล้ว คุณพ่อสามารถช่วยดูแลลูกแทนคุณแม่ได้ทุกอย่างเลยค่ะ ถ้าคะแนนเต็มร้อย หมอให้คุณโจ๊กเกอร์ 99.99 เลยค่ะ”