คิดอย่างมีเหตุผลในแบบสถาปัตย์ และ คิดในเชิงสร้างสรรค์ตามแบบคุณแม่ในฝันของลูก

Cover Story Highlight Published: Sep 2012

กระบวนการทางความคิดเป็นสิ่งสำคัญ คิดอย่างไรให้บวกและสร้างสรรค์ เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมีความสุข วันนี้ไอเกิล มีเรื่องราวและแนวความคิดดีๆ จากทั้ง 2 ท่านมาฝากค่ะ คุณอาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ “คิดอย่างมีเหตุผลในแบบสถาปัตย์” และคุณลอร่า ศศิธร วัฒนกุล “คิดในเชิงสร้างสรรค์ตามแบบคุณแม่ในฝันของลูก”

อาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์
นานมาแล้วที่มีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มคนนี้ในฐานะพี่อาร์มของน้องๆ และจนถึงวันนี้พี่อาร์มก็ยังคงเป็นขวัญใจของน้องๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้พี่อาร์มก็ยังรับบทบาทหน้าที่อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นบทบาทที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าจะเป็นบทไหนพี่อาร์มจะมีวิธีการคิดอย่างมีระเบียบแบบแผน เป็นเหตุเป็นผลอยู่เสมอ

    ที่ว่าคุณอาร์มมีหลายบทบาทนั้นมีอะไรกันบ้าง เรามาเริ่มจากงานทางด้านทีวีกันก่อนแล้วกันนะคะ ปัจจุบัน เป็นพิธีกรรายการเด็กทางช่องทรูสปาร์ค ที่รู้จักกันดีในนามของพี่อาร์มและน้องๆ, เป็นพิธีกรให้กับรายการวิชาตัวเบา, รายการอ่านเอาเรื่อง ทางช่อง 9, พิธีกรรายการแฟนพันธุ์ และเป็นพิธีกรรายการฉลาดล้ำโลกให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ แล้วก็เป็น PJ ที่คลื่น Cool 93 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วง 9 โมงเช้าถึงเที่ยงอีกด้วยค่ะ เท่านั้นงานยังเยอะไม่พอค่ะ ยังเปิดบริษัทของตัวเองชื่อว่า “Armadillo” รับงาน Event และผลิตรายการ Mega mind ให้ช่องทรูปลูกปัญญา และรายการสอนศิลป์ ให้กับช่อง TPBS

    แค่ทีมงานได้ฟังว่าคุณอาร์มทำงานอะไรบ้าง แทบจะเป็นลมล้มตึงกันไปเลยค่ะ โอ๊ย…ทำไม่มันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้ ไม่เหนื่อย ไม่เครียดบ้างหรือไงหนอ แล้วเอาสมองที่ไหนมาจัดสรรและแบ่งแยกกันล่ะค่ะ คุณอาร์มกลับเล่าให้ฟังอย่างยิ้มแย้มและสนุกสนานว่า “อาร์มไม่เคยรู้สึกเครียดกับงานต่างๆ ที่ทำเลยนะครับ แต่กลับรู้สึกสนุกและมีความสุขด้วยซ้ำ เพราะทั้งหมดที่ทำนี้คือความชอบ ซึ่งมันทำให้อาร์มได้ความรู้ใหม่ๆ พบเจอกับคนใหม่ และได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาเลยครับ นอกจากนี้อาร์มยังมี Event ที่ต้องไปอีก ประมาณ 5-6 งานต่อเดือนด้วยครับ” (ยังไม่หมดอีกนะผู้ชายคนนี้)
ด้วยบุคลิกที่สมาร์ท ฉลาด เท่ห์ แต่ก็นอบน้อมถ่อมตนและการวางตัวที่เหมาะสมของคุณอาร์มนี่ล่ะมั้ง จึงทำให้เราได้เห็นคุณอาร์มอยู่เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง พอถามถึงความฉลาดคุณอาร์มก็ยังตอบด้วยความอ่อนน้อมอีกว่า “อาร์มไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนฉลาดนะครับ แต่อาร์มคิดว่าการทำงานของอาร์ม มันมีความหลากหลาย ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ได้คิด ได้ทำ ได้แก้ปัญหา ทำให้อาร์มมีความรู้มากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นตรงนี้นี่แหละที่ทำให้เราฉลาดมากขึ้น” อย่างที่เค้าบอกว่า มีดยิ่งลับก็ยิ่งคม เหมือนกันสมองของคนเรา ถ้าอยากเก่งและฉลาดก็ต้องรู้จักฝึกฝนและเรียนรู้ พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ และใช้วิธีคิดอย่างมีเหตุผลเสมอๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วย ลับความคมให้กับสมอง

    คุณอาร์ม เรียนจบทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกับเครื่องหมายการันตีความเก่ง ด้วยการได้รับเกียรตินิยม อันดับ 2 แหม! ไม่ธรรมดาเลยนะคะ แล้วจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนเก่งและฉลาดได้อย่างไรกัน คุณอาร์มบอกว่า “อาร์มได้กระบวนการทางความคิดมาจากการเรียน สถาปัตย์นี่เลยครับ โดยเอามาปรับใช้กับงานที่ทำอยู่ หลักของสถาปัตย์ คือ การคิดอย่างมีเหตุผล ในเชิงสร้างสรรค์ เอาเรื่องที่ได้มาย่อยและเปลี่ยนรูปแบบไปใช้ให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท เช่น หากเราต้องผลิตรายการเกี่ยวกับความรู้ เราต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่า เหมาะกับใคร เด็กหรือผู้ใหญ่ อายุเท่าไหร่ ต้องการความสนุกแค่ไหน หรือต้องเป็นแบบการเรียนการสอน แล้วก็ค่อยเอาคำตอบจากโจทย์ที่ได้ไปทำงานต่อ ซึ่งบางครั้งอาร์มสามารถนำความรู้ที่ได้จากการทำรายการทีวี ไปย่อย แล้วใช้ต่อในรายการวิทยุได้อีกด้วย” แบบนี้เค้าเรียกว่า ใช้สมองอย่างคุ้มค่าจริงๆ นะคะ

    สงสัยจังว่าคนเก่งอย่างคุณอาร์ม ต้องมีเมนูบำรุงสมองเป็นพิเศษหรือเปล่า คุณอาร์มบอกว่าไม่มีเมนูอะไรพิเศษ เพราะคุณอาร์มเป็นคนกินง่าย ทานได้ทุกอย่าง จนบางครั้งจะเผลอกินอะไรซ้ำๆ ซึ่งต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่คุณอาร์มคิดว่าน่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับสมองของเรา ก็คือ ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในทุกๆ วันทั้งโปรตีนและวิตามินอย่าให้ขาด โดยคุณอาร์มถือเป็นระเบียบวินัยที่จะต้องทำให้ได้เลยล่ะค่ะ “สิ่งที่อาร์มต้องบังคับตัวเองในแต่ละวัน คือการทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ มื้อเช้าทานไม่เกิน 8 โมง มื้อกลางวันหากวันไหน รู้ตัวว่ามีงานและอาจจะไม่มีเวลาออกไปทานข้าว อาร์มก็จะเตรียมอาหารไว้เลย เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แค่นี้ก็รอดตายและไม่ขาดสารอาหารแล้วครับ มื้อเย็นหลีกเลี่ยงของหนักๆ โดยการทานสลัดและผลไม้ แต่ที่สำคัญใน 3 มื้อ ของแต่ละวันจะต้องมีทั้งผัก เนื้อสัตว์ และผลไม้ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่”

    การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่หนุ่มมีวินัยคนนี้ไม่พลาดอยู่แล้วค่ะ นอนไม่เกินเที่ยงคืน ตื่น 7 โมงเช้า พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ได้ทุกวัน หรืออย่างน้อยวันเว้นวัน ซึ่งคุณอาร์มจะมีอุปกรณ์ในการออกกำลังกายติดรถไว้ตลอดเวลา เนื่องจากไปทำงานหลายที่ วันไหนใกล้ตรงไหนก็เล่นตรงนั้น เดี๋ยวนี้สถานที่ออกกำลังมีให้เลือกเยอะค่ะ บางวันคุณอาร์มก็ปั่นจักรยานมาทำงาน ซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายอีกแบบหนึ่งที่คุณอาร์มชอบ นอกจากนี้ก็มีไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง ทั้งไปเที่ยวเองและไปร่วมทริปกับที่ทำงาน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น การตรวจสุขภาพถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณอาร์มไม่เคยละเลย “อาร์มและคุณพ่อจะตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ที่ผ่านมาผลออกมาดีตลอด มีสุขภาพที่ดี ไม่มีคอเลสเตอรอล ไขมันไม่สูง ระบบเลือดดี  และคิดว่าทุกคนควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อจะได้ตรวจเช็คร่างกายของเราตั้งแต่เนิ่นๆ คุณพ่อจะพูดกับอาร์มเสมอว่า เรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะร่ำรวยเงินทองซักเพียงไหน ก็ไม่สามารถไปหาซื้อสุขภาพที่ดีจากไหนมาได้ เราต้องดูแลตัวของเราเองให้ดีที่สุด เราควรเดินไปเยี่ยมคุณหมอ ให้คุณหมอตรวจเช็คร่างกาย ดีกว่าให้คุณหมอเดินมาเยี่ยมเราที่เตียงครับ”

    สุดท้ายคุณอาร์มอยากฝากไปถึงผู้อ่านทุกท่านว่า “อยากให้ทุกคนมีระเบียบวินัยกับตัวเอง ใช้ชีวิตให้เหมาะสม ทั้งการเล่น การกิน การเที่ยว การพักผ่อน การออกกำลังกาย หากนอนน้อยพักผ่อนน้อยแต่ยังดันทุรังออกกำลังกายเข้าไปอีก นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นโทษมหันต์อีกด้วยนะครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือ บางครั้งเพื่อนชวนไป Hangout แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องดื่มเสมอไป สนุกได้ เฮฮาได้ แต่ต้องรู้จักประมาณตนเอง ซึ่งมันจะเป็นเกราะป้องกันให้กับเราได้ส่วนหนึ่ง วันนี้เราอาจจะยังมองไม่เห็นแต่มันจะส่งผลดีให้กับตัวเราเองในระยะยาว เหมือนที่บางครั้งเราเห็นคนคนหนึ่งมีร่างกายแข็งแรง แต่ใช้ชีวิตไม่เหมาะสม เมื่อวันหนึ่งคนคนนั้นอ่อนแอมันจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาร์มเชื่อว่าหลายคนก็คงมองเห็นแบบเดียวกับอาร์ม ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีนะครับ”



 
ลอร่า ศศิธร วัฒนกุล

พิธีกรและนางแบบสาว มากความสามารถ เรามักจะคุ้นหน้าคุ้นตาคุณลอร่าในบทบาทของพิธีกรรายการเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งปัจจุบันคุณลอร่าบอกว่าก็ยังทำอยู่ แต่ไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้งานหลักคือดูแลลูกและสามี งานพิธีกรที่ทำอยู่เป็นรายการสุขภาพให้กับโรงพยาบาลรามา ออกอากาศทางช่องทรู 80 และพิธีกรรายการ Diary คนดัง ทางช่อง TNN2 แล้วก็เปิดร้านค้าเพื่อสุขภาพ ชื่อร้าน 33/1 เป็นสินค้าทางเลือกในการดูแลสุขภาพ อยู่ที่ ELLSIE Boutique Mall ในซอยสุขุมวิท 33/1

    คุณลอร่าพูดคุยถึงการเลี้ยงลูกว่า “การเลี้ยงลูกของลอร่านั้นไม่มีแบบแผน ไม่มีต้นแบบ ดังนั้นจึงเลี้ยงลูกในแบบลอร่าเอง ลองผิด ลองถูก และปรับตัวตลอดเวลา ตอนที่มีลูกคนแรก คือ น้องโมณีก้า คาดหวังมากมาย ต้องมีพัฒนาการที่ดีทั้งด้านสมองและร่างกาย เติบโตสมวัย แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่า เด็กเค้าจะมีกระบวนการความคิดในแบบของเค้า ต้องปล่อยให้เค้าเป็นไปตามแบบของเค้า แต่เราจะคอยช่วยแนะนำ ตักเตือน ว่าสิ่งที่เค้าคิดนั้นผิดหรือถูก”

    พอมีลูกคนที่สอง คือ น้องมาโก้ คุณลอร่าบอกว่าไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่จะหาความรู้ใหม่ๆ จากการอบรม สัมมนา คุยกับเพื่อนคุณแม่ เข้าคอร์สต่างๆ กับโรงพยาบาลและนำความรู้ที่ได้จากการทำรายการ มาปรับใช้ในการเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน คุณลอร่าบอกว่าการเลี้ยงลูกยุคใหม่คุณพ่อและคุณแม่ต้องปรับเปลี่ยนความคิด ต้องมีวิธีการคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดถึงความรู้สึกของเด็ก การแก้ปัญหารวมไปถึงการเข้าใจลูกในแต่ละช่วงวัย การสร้างวินัยเชิงบวกเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นรากฐานวิธีคิดให้เป็นขั้นตอน หากพ่อแม่ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ในที่สุดวิธีคิดจะค่อยๆ เปลี่ยน และสุดท้ายจะกลายเป็นพ่อแม่ที่มีความสร้างสรรค์ดั่งพ่อแม่ในฝันของลูก

    “ลอร่าจะสอนให้ลูกทำอะไรอย่างมีเหตุผล อย่างน้องโมณีก้า จะมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทอลซินอักเสบ ภูมิแพ้ ทำให้มีปัญหาที่หูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งอันนี้คงเป็นกรรมพันธุ์ เพราะในครอบครัวของลอร่ามีคนเป็น น้องโมณีก้า จะแพ้นมวัวมาก ทุกอย่างที่มีส่วนผสมของนมวัวจะแพ้หมด แต่ด้วยความที่ครอบครัวเราชอบทานช็อคโกแลตมาก บางครั้งน้องโมณีก้าก็อดใจไม่ได้ แต่ตอนเล็กๆ จะไม่ให้ทานเลย พอเริ่มโตขึ้นอายุ 7-8 ขวบ ก็เริ่มให้คิดเอง ตัดสินใจเอง ถ้าลูกอยากทานแต่ลูกต้องป่วย มีน้ำมูกนะ ลูกจะรับได้มั๊ย ตอนนี้น้องโมณีก้าอายุ 10 ขวบแล้ว ลอร่าให้สิทธิลูกในการตัดสินใจเอง บางครั้งน้องโมณีก้าจะบอกเลยว่า หนูอยากดื่มนมวัว  ขอให้คุณแม่เตรียมยาไว้ให้ได้เลย ลอร่าก็จะเคารพในการตัดสินใจของเค้า”

    เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่คุณลอร่าใส่ใจ ในสมัยที่ทำงาน จะให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสวยความงามเป็นหลัก แต่เดี๋ยวนี้ใส่ใจเรื่องสุขภาพแบบองค์รวมจริงๆ ค่ะ คุณลอร่าบอกว่าตั้งแต่มีลูกต้องดูแลให้ตัวเองแข็งแรงอยู่เสมอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี แต่โรคที่เกิดจากพันธุกรรมบางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรศึกษาประวัติของคนในครอบครัว ว่ามีใครเป็นโรคอะไรกันบ้าง “คุณย่าของลอร่าจะทำเป็น Profile เก็บไว้ให้เลยค่ะ โดยจะบอกประวัติทุกคนในครอบครัวว่ามีใครเป็นโรคอะไรบ้าง เพื่อลูกหลานจะได้รู้ความเสี่ยงของตัวเอง จะได้หาทางป้องกันหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคนั้นๆ” เป็นไอเดียที่ดีจริงๆ นะคะ

    การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณลอร่าอยากทำให้ได้ แต่บางครั้งก็ไม่มีเวลา การออกกำลังกายของครอบครัวคุณลอร่า คือ การไปพักผ่อน ไปเที่ยวต่างจังหวัด ได้วิ่งเล่นที่ชายหาด เดินทางไกล ปืนเขา “เมื่อเราออกไปข้างนอกได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เพิ่มออกซิเจนให้กับสมองและร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น และปลอดโปร่ง ทุกคนก็แฮปปี้ค่ะ”

    คุณลอร่าฝากทิ้งท้ายสั้นๆ ว่า “ที่ลอร่าทำมาทั้งหมดนั้น สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด คือ ความรัก ความเอาใจใส่ ดูแลเค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้เค้ารู้สึกอบอุ่น มั่นคงและมีความสุข ลอร่าเชื่อว่าความรักคือยาวิเศษที่จะช่วยในการเลี้ยงลูกให้มีความสุข เมื่อลูกมีความสุขแล้ว พัฒนาการทางด้านต่างๆ ก็จะตามมาเองค่ะ เราต้องเลี้ยงเค้าทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณค่ะ”